รายงานพิเศษ: ยานไฮเกนส์ลงสำรวจไททัน

ปรับปรุงเมื่อ : 15 มกราคม 2548 วรเชษฐ์ บุญปลอด

คืนก่อนวันคริสต์มาสที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ขององค์การนาซามีภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งที่พวกเขาเฝ้ารอมานาน นั่นก็คือการปล่อยยานไฮเกนส์แยกตัวออกจากยานแคสซีนีเพื่อเดินทางไปยังไททัน ดาวบริวารของดาวเสาร์ซึ่งเป็นดาวบริวารที่น่าสนใจมากที่สุดดวงหนึ่งของระบบสุริยะ

การแยกตัว

ยานไฮเกนส์ขององค์การอวกาศยุโรปหรืออีซา เป็นยานลูกที่เดินทางไปกับยานแคสซีนีขององค์การนาซา สหรัฐอเมริกา ยานทั้งสองออกจากโลกเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2540 และเข้าสู่วงโคจรรอบดาวเสาร์เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ปีกลาย ชื่อยานทั้งสองลำมาจากชื่อนักดาราศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ที่มีบทบาทในการศึกษาดาวเสาร์และดาวบริวาร วันที่ 16 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการบินของนาซาได้สั่งให้ยานจุดไอพ่นเป็นเวลานาน 84.9 วินาที เพื่อปรับวงโคจรให้ยานแคสซีนี-ไฮเกนส์ มีทิศทางมุ่งไปสู่ไททัน ดาวบริวารขนาดใหญ่ของดาวเสาร์

วันที่ 24 ธันวาคม เวลา 22.08 น. ตามเวลาเขตตะวันออกของสหรัฐฯ ระบบปล่อยบนยานแคสซีนีได้ดันยานไฮเกนส์ออกจากช่องเก็บ และบังคับให้ยานซึ่งมีรูปทรงเหมือนจานประกบกันหมุนรอบตัวเองด้วยคาบ 7 รอบต่อนาที เพื่อเป็นการทำให้ยานไฮเกนส์มีเสถียรภาพขณะแยกตัวออกจากยานแม่ การแยกตัวของยานไฮเกนส์ ถือเป็นกระบวนการที่มีความเสี่ยงมาก เพราะระบบปล่อยยานจะทำงานด้วยการจุดระเบิด กระนั้นการปล่อยยานก็ดำเนินไปได้ด้วยดีตามโปรแกรมที่วางไว้ ยานไฮเกนส์จะใช้เวลาเดินทางในอวกาศนาน 3 สัปดาห์ ก่อนที่จะไปถึงไททันในเช้ามืดของวันที่ 14 มกราคม ตามเวลาในสหรัฐฯ หรือตรงกับเย็นวันเดียวกันตามเวลาไทย

เข้าสู่บรรยากาศ

หลังการแยกตัว ทั้งยานแคสซีนีและยานไฮเกนส์ได้เดินทางไปตามเส้นทางมุ่งตรงสู่ไททัน แน่นอนว่าได้มีการปรับวงโคจรของยานแคสซีนีอีกครั้งเพื่อเบนหนีออกจากแนวการชน ซึ่งมีขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม

หากทุกอย่างดำเนินไปตามแผน วันศุกร์ที่ 14 มกราคม ยานไฮเกนส์จะเริ่มเข้าสู่บรรยากาศของไททันที่ระดับความสูง 1,270 กิโลเมตร ในเวลา 17.13 น. ตามเวลาไทย ขณะยานมีอัตราเร็ว 22,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ขณะร่อนลงในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยไฮโดรคาร์บอน ยานจะกางร่มชูชีพเพื่อชะลอความเร็ว อุปกรณ์ตรวจวัดทางวิทยาศาสตร์จะทำงานตลอด 2 ชั่วโมงครึ่งของการเดินทางในบรรยากาศและส่งข้อมูลองค์ประกอบ โครงสร้าง อุณหภูมิ ความดัน ความเร็วลม และภาพถ่ายมากกว่า 1,000 ภาพ ไปยังยานแคสซีนีที่อยู่ห่างออกไป 60,000 กิโลเมตรในอวกาศ เพื่อเก็บแล้วส่งต่อมายังสถานีรับสัญญาณบนพื้นโลกในภายหลัง

ก่อนที่ยานไฮเกนส์จะลงไปถึงพื้นผิวของไททัน ยานจำเป็นต้องรอดพ้นจากการเดินทางฝ่าบรรยากาศด้วยความเร็วสูงมาก ในช่วงแรกการเสียดสีกับบรรยากาศจะทำให้ยานมีอัตราเร็วลดลงเหลือ 1,400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ร่มนำร่องจะดึงฝาด้านบนของยานออก จากนั้นร่มหลักขนาด 27 ฟุตจะกางออก และถูกสลัดออกในช่วง 15 นาทีหลังจากเริ่มเข้าสู่บรรยากาศ

ถึงพื้น

เมื่อสลัดร่มขนาดใหญ่ออกแล้ว ยานไฮเกนส์จะค่อยๆ ดิ่งลงขณะยังติดอยู่กับร่มชูชีพขนาด 9.8 ฟุต คาดว่ายานจะลงถึงพื้นผิวของไททันในเวลา 19.31 น. ด้วยอัตราเร็ว 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

หากยานไฮเกนส์น้ำหนัก 319 กิโลกรัม ไม่บังเอิญตกลงไปในมหาสมุทรไฮโดรคาร์บอน นักวิทยาศาสตร์ของอีซาหวังว่าด้วยอัตราเร็วของการลงจอดที่ต่ำระดับนี้ ยานไฮเกนส์ควรจะยังคงสามารถทำงานอยู่ได้หลังจากลงแตะพื้นดิน และส่งข้อมูลต่างๆ ไปยังยานแคสซีนีที่โคจรอยู่ข้างบน แผนการบินเดิมได้วางให้ยานไฮเกนส์เข้าสู่บรรยากาศของไททันในปลายเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ยานแคสซีนีโคจรผ่านที่ระดับความสูงเพียง 1,201 กิโลเมตร แต่วิศวกรของโครงการได้วิเคราะห์พบว่าแผนเดิมนี้จะทำให้อัตราเร็วสัมพัทธ์ระหว่างยานทั้งสองลำสูงเกินไป ยากแก่การส่งสัญญาณวิทยุระหว่างกัน จึงมีการชะลอให้ช้าลงเป็นกลางเดือนมกราคม

หลังจากยานไฮเกนส์ลงแตะพื้นผิวของไททันเรียบร้อยแล้ว จะใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าที่ข้อมูลต่างๆ จะผ่านการประมวลผลและเดินทางมาถึงโลกผ่านทางสายอากาศของยานแคสซีนี โดยมีเครือข่ายดีปสเปซของนาซาและศูนย์ปฎิบัติการของอีซาในเยอรมนีทำหน้าที่รับข้อมูล ซึ่งอาจล่วงเลยไปถึงวันที่ 15 มกราคม กว่าที่เจ้าหน้าที่โครงการจะทราบว่ายานไฮเกนส์ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว

ทำไมต้องไททัน?

ไททันเป็นดาวบริวารขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าดาวพุธ และเป็นดาวบริวารดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีบรรยากาศปกคลุมหนาแน่น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามีฝนของไฮโดรคาร์บอนตกลงสู่พื้น ทำให้เกิดแม่น้ำและมหาสมุทรไฮโดรคาร์บอนบนพื้นดินที่เย็นยะเยือกด้วยอุณหภูมิ -179 องศาเซลเซียสของไททัน

ยานแคสซีนีได้ผ่านใกล้ไททันเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส่งภาพถ่ายและข้อมูลเรดาร์กลับมายังโลก ซึ่งแสดงให้เห็นภูมิประเทศที่แปลกตา มีพื้นผิวที่มืดและสว่าง ไม่พบหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ ซึ่งแสดงว่ามีกระบวนการทางธรณีวิทยาบางอย่างที่ทำให้พื้นผิวของไททันมีการเปลี่ยนแปลงทั่วทั้งดวง แต่ทว่ายังไม่พบหลักฐานที่หนักแน่นมารองรับสมมุติฐานที่ว่าอาจมีแอ่งของอีเทนเหลวหรือสารคล้ายกันดังที่นักวิทยาศาสตร์คาดหมายไว้

นักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกกำลังเฝ้ารอและใคร่รู้ว่ามีอะไรซ่อนเร้นอยู่ใต้เมฆหมอกและบรรยากาศที่หนาแน่นนั้น พื้นผิวของไททันเป็นเช่นไร ประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของไททันเป็นมาอย่างไร จิ๊กซอว์อันหนึ่งของความเข้าใจในระบบสุริยะของเรากำลังจะถูกเปิดเผย

กำหนดการโดยย่อ

14 มกราคม 2548
  • 14.33 น. ยานแคสซีนีเริ่มเตรียมพร้อมในการบันทึกและถ่ายทอดสัญญาณ
  • 14.57 น. เปิดเครื่องรับสัญญาณจากยานไฮเกนส์
  • 15.09 น. ยานแคสซีนีเริ่มหันหน้าไปทางไททัน
  • 15.24 น. ยานแคสซีนีปิดเครื่อข่ายเชื่อมโยงลงในแถบความถี่เอกซ์ (X-band downlink)
  • 16.51 น. ยานไฮเกนส์เปิดเครื่องส่งสัญญาณ (โหมดกำลังต่ำ)
  • 17.13 น. ยานไฮเกนส์สัมผัสบรรยากาศของไททันที่ระดับความสูง 1,270 กิโลเมตร
  • 17.16 น. ยานไฮเกนส์โดนแรงต้านในบรรยากาศด้วยความหน่วงสูงสุด
  • 17.17 น. ร่มนำร่องกางออกที่ระดับความสูง 171-190 กิโลเมตร ยานลดความเร็วลงเหลือ 1,440 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ระดับความสูง 180 กิโลเมตร ร่มนำร่องมีขนาด 8.9 ฟุต ใช้ในการเปิดฝาด้านบนของยานออก เมื่อปลดร่มนำร่องแล้ว ร่มหลักขนาด 27.2 ฟุตกางออก
  • 17.18 น. ที่ระดับความสูง 159 กิโลเมตร เกราะด้านหน้าของยานเริ่มปกป้องยาน ซึ่งเป็นเวลา 42 วินาทีหลังจากร่มนำร่องถูกกาง ท่อบรรจุอุปกรณ์ตรวจวัดโครงสร้างในบรรยากาศเปิดออก กล้องถ่ายภาพทำการถ่ายภาพมุมกว้างเป็นครั้งแรก จากนั้นจะถ่ายภาพและเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ตลอดการร่อนลง เมื่อปลดร่มนำร่องแล้ว ร่มหลักขนาด 27.2 ฟุตจึงกางออก
  • 17.32 น. ร่มหลักถูกปลด จากนั้นร่มขนาด 9.8 ฟุตที่ใช้ชะลอความเร็วกางออก ขณะนี้ยานอยู่ที่ระดับความสูง 126 กิโลเมตร
  • 17.49 น. เครื่องคำนวณความสูงเริ่มทำงาน ที่ระดับความสูง 60 กิโลเมตร ยานจะวัดอัตราการหมุนและระดับความสูงอย่างละเอียด
  • 17.56 น. ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำ ยานอาจเริ่มมีน้ำแข็งเกาะ (ระดับความสูง 50 กิโลเมตร)
  • 17.57 น. อุปกรณ์วัดองค์ประกอบทางเคมีในบรรยากาศเป็นอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายเริ่มทำงาน คาดว่ายานไฮเกนส์จะอยู่ในอากาศเป็นเวลานาน 137 นาที (+/- 15 นาที) ตลอดการร่อนลง ยานจะหมุนไปรอบๆ ด้วยอัตรา 1-20 รอบต่อนาที เพื่อสามารถถ่ายภาพและเก็บข้อมูลได้จากทุกทิศทาง

การเดินทางของยานไฮเกนส์ในบรรยากาศของไททัน (ภาพโดย Scott Wallace, The Christian Science Monitor)

  • 19.19 น. ยานแคสซีนีเข้าใกล้ไททันมากที่สุดด้วยระยะห่าง 60,000 กิโลเมตร ขณะมีอัตราเร็ว 19,441 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • 19.30 น. ไฟฉายที่ติดไปกับกล้องถ่ายภาพและมาตรรังสีสเปกตรัมเปิดออก ขณะนี้ยานอยู่ใกล้กับพื้นผิว แสงไฟจะช่วยให้มาตรรังสีสเปกตรัมสามารถวัดองค์ประกอบบนพื้นผิวของไททันได้อย่างละเอียด
  • 19.34 น. ยานไฮเกนส์ลงแตะพื้นผิวของดาวบริวารไททัน (เวลาอาจคลาดเคลื่อนราว 15 นาที ขึ้นอยู่กับกระแสลมและสภาวะในบรรยากาศที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของยาน) ด้วยอัตราเร็ว 18-22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยานอาจลงบนพื้นดินแข็ง ก้อนหิน หรือน้ำแข็ง รวมทั้งแม่น้ำของอีเทน ไม่ว่าจะในกรณีใด อุปกรณ์วิทยาศาสตร์บนยานถูกออกแบบให้เก็บข้อมูลทุกๆ อย่างบนพื้นผิว ตลอดช่วง 3 นาทีที่ยานอาจยังคงทำงานอยู่ได้หลังจากลงจอด
  • 21.44 น. ยานแคสซีนียุติการรับข้อมูลที่ส่งมาจากยานไฮเกนส์ เป็นเวลาที่ยานไฮเกนส์อยู่นอกพิสัยการมองเห็นของยานแคสซีนี ก่อนหน้านี้ ยานแคสซีนีจะยังคงพยายามฟังสัญญาณจากไฮเกนส์จนกว่าสัญญาณจะหายไป
  • 21.46 น. ยานแคสซีนีปิดผนึกป้องกันการเขียนทับกับข้อมูลที่ได้จากยานไฮเกนส์
  • 21.54 น. ยานแคสซีนีหันสายอากาศมายังโลก
  • 22.07 น. การค้นหาสัญญาณหลังการลงจอดของไฮเกนส์เริ่มต้นที่แคนเบอร์รา ออสเตรเลีย
  • 22.14 น. ข้อมูลแรกจากยานไฮเกนส์ที่ส่งผ่านมาทางยานแคสซีนีเดินทางถึงโลกและดำเนินต่อไป กระบวนการเพิ่มเติมในการป้องกันการสูญหายของข้อมูลเริ่มขึ้น สายอากาศวิทยุขนาดยักษ์รอบโลกเฝ้ารับสัญญาณจากยานแคสซีนี

รายงานล่าสุด

15 มกราคม 2548 - 03.43 น.

ภาพต่อมาแสดงให้เห็นภูมิประเทศของไททันหลังจากที่ยานไฮเกนส์ลงจอด มีก้อนน้ำแข็งจำนวนหนึ่งเรียงรายอยู่ในบริเวณลงจอด

15 มกราคม 2548 - 02.56 น.

บนจอของศูนย์ควบคุมภารกิจแสดงให้เห็นพื้นผิวของไททันจากระดับความสูง 16 กิโลเมตร นับเป็นภาพแรกจากยานไฮเกนส์ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่ามันดูเหมือนทางน้ำที่ไหลไปยังฝั่งทะเล

15 มกราคม 2548 - 00.45 น.

หลังจากนี้ไปเจ้าหน้าที่ของโครงการจะใช้เวลาหลายชั่วโมงในการคัดเลือกและปะติดปะต่อภาพถ่ายต่างๆ เข้าด้วยกัน คาดว่าภาพถ่ายมุมกว้างของพื้นผิวไททันและข้อมูลจากยานไฮเกนส์น่าจะเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ในช่วงตี 5 ถึง 6 โมงเช้า ตามเวลาในไทย

15 มกราคม 2548 - 00.01 น.

อุณหภูมิภายในยานไฮเกนส์อยู่ที่ 25 องศาเซลเซียสขณะผ่านระดับความสูง 50 กิโลเมตร

14 มกราคม 2548 - 23.58 น.

เจ้าหน้าที่รายงานจากข้อมูลที่ส่งเข้ามาว่ายานไฮเกนส์ผ่านช่วงของการเข้าบรรยากาศโดยร่มชูชีพกางออกภายใน 15 วินาที จากเวลาที่วางไว้ มาตรวัดความเร่งบนยานทำงานเป็นปกติ

14 มกราคม 2548 - 23.45 น.

เนื้อหาบางส่วนจากถ้อยแถลงของอัลคาเทลสเปซ

ยานไฮเกนส์ได้ไปถึงไททันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยานลำนี้สร้างขึ้นโดยผู้รับเหมาหลักคือ อัลคาเทลสเปซ สาขาของอัลคาเทล สถาบันซึ่งประกอบด้วยบริษัทและห้องปฏิบัติการ 40 แห่ง อัลคาเทลสเปซเป็นบริษัทแรกในยุโรปที่สามารถต่อสู้กับความท้าทายในการออกแบบสร้างยานอวกาศให้สามารถทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่โหดร้าย นี่เป็นครั้งแรกที่วัตถุจากฝีมือมนุษย์สามารถร่อนลงจอดบนดาวบริวารของดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลโพ้น และเป็นครั้งแรกที่ยานอวกาศจากยุโรปประสบความสำเร็จในการลงจอด

การเดินทางระหว่างดาวเคราะห์ของยานแคสซีนี/ไฮเกนส์ ใช้เวลา 7 ปี โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของดาวศุกร์ โลก และดาวพฤหัสบดี เหวี่ยงยานไปยังดาวเสาร์ ยานไฮเกนส์ยืนหยัดผ่านสภาพแวดล้อมรอบดาวศุกร์ที่อุณหภูมิ 212 องศาฟาเรนไฮน์ และเดินทางผ่านแถบดาวเคราะห์น้อย วงแหวนของดาวเสาร์ อย่างไรก็ตามความท้าทายถึงจุดสูงสุดเมื่อยานไฮเกนส์ลงสู่พื้นดินของไททัน ซึ่งเป็นเวลาถึง 3 สัปดาห์ หลังจากแยกตัวออกจากยานแคสซีนี ยานชะลอความเร็วลงในบรรยากาศชั้นบนของไททันด้วยกระบวนการทางอุณหพลศาสตร์ จากนั้นกางร่มชูชีพเพื่อควบคุมการร่อนลง และลงจอดบนพื้นผิวของไททัน ยานไฮเกนส์เป็นเสมือนห้องปฏิบัติการลอยฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์สำคัญ 6 อย่าง

ในระหว่างนี้ ยานแคสซีนีที่โคจรอยู่รอบดาวเสาร์กำลังส่งข้อมูลจากยานไฮเกนส์มายังโลก โครงการแคสซีนี/ไฮเกนส์ ได้ผ่านพ้นความท้าทายอย่างใหญ่หลวง และสามารถเรียนรู้ในหัวข้อต่อไปนี้

  • ข้อจำกัดด้านน้ำหนักและพลังงานที่ทำให้ต้องเดินทางโดยอาศัยแรงโน้มถ่วงจากดาวศุกร์ โลก และดาวพฤหัสบดี
  • การปฏิบัติการโดยอัตโนมัติ
  • การแยกตัวของยานไฮเกนส์ออกจากยานแคสซีนีโดยมีความแม่นยำสูง
  • เกราะกันความร้อนที่ทำให้ยานสามารถเดินทางผ่านบรรยากาศของไททันได้
  • การกางร่มชูชีพขณะที่ยานพุ่งลงด้วยความเร็วเหนือเสียง
  • ความทนทานและแข็งแกร่งของยานที่ทำให้สามารถทำงานอยู่ได้ในสภาพอากาศที่เลวร้ายของไททัน
14 มกราคม 2548 - 23.35 น.

ยานไฮเกนส์ลงจอดบนดาวบริวารไททันของดาวเสาร์เป็นที่เรียบร้อย นับเป็นการลงจอดของยานอวกาศจากโลกบนดินแดนที่ห่างไกลที่สุดเท่าที่เคยมีมา การบรรยายสรุปต่อสื่อมวลชนกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้

14 มกราคม 2548 - 23.19 น.

เสียงตะโกนโห่ร้องและเสียงปรบมือดังขึ้นกึกก้องในศูนย์ควบคุมภารกิจ ข้อมูลบางส่วนได้ส่งมาถึงแล้ว

14 มกราคม 2548 - 22.30 น.

เสียงปรบมือแสดงความดีใจดังขึ้นเป็นช่วงสั้นๆ ในศูนย์ปฏิบัติการที่เยอรมนี ข้อมูลที่ได้แสดงว่าเครื่องรับสัญญาณบนยานแคสซีนีทำงานตามแผนที่วางไว้ในขณะที่ยานไฮเกนส์เริ่มเข้าสู่บรรยากาศของไททัน

14 มกราคม 2548 - 22.00 น.

วิศวกรที่ห้องปฎิบัติการขับดันไอพ่น (เจพีแอล) ของนาซากล่าวว่าข้อมูลจากยานไฮเกนส์จะส่งถึงที่นั้นเป็นที่แรก จากนั้นจะส่งต่อไปยังศูนย์ปฏิบัติการของอีซาในเยอรมนี ที่ที่นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรหลายร้อยคนกำลังเฝ้ารอข่าวจากยานไฮเกนส์

14 มกราคม 2548 - 21.10 น.

นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการให้ความเห็นว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกบนยานจะทำการตรวจวัดการเคลื่อนไหวของยานไฮเกนส์ หากยานตกลงบนแม่น้ำก็จะสามารถตรวจพบการสั่นไหวเป็นลูกคลื่นของยานได้

14 มกราคม 2548 - 20.35 น.

ผู้ควบคุมภารกิจรายงานว่ายานไฮเกนส์ลงจอดในเวลาระหว่าง 13.45-13.46 น. ของเวลาท้องถิ่นในเยอรมนี หรือตรงกับเวลา 19.45-19.46 ตามเวลาประเทศไทย ยานยังคงส่งสัญญาณออกมาอย่างต่อเนื่อง

14 มกราคม 2548 - 20.20 น.

ผู้จัดการภารกิจขององค์การอวกาศยุโรป (อีซา) แถลงว่ากล้องโทรทรรศน์วิทยุบนพื้นโลก ได้รับสัญญาณจากยานไฮเกนส์ตลอด 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ในหอดูดาว 4 แห่งที่พยายามสังเกตไททันในช่วงที่ยานไฮเกนส์เข้าสู่บรรยากาศไม่พบสัญญาณของลูกไฟที่เกิดจากการเสียดสีของยานกับบรรยากาศของไททัน โดยกล้องหนึ่งอยู่ในที่ๆ สภาวะอากาศเลวร้าย ขณะที่อีก 3 แห่งตรวจไม่พบ สัญญาณวิทยุจากยานแคสซีนีจะมาถึงโลกในเวลาประมาณ 22.21 น. ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชิ้นแรกๆ อาจได้รับในเวลาประมาณ 23.15 น.

14 มกราคม 2548 - 18.15 น.

ยานไฮเกนส์ควรจะยังคงร่อนลงในบรรยากาศของไททันโดยยึดติดอยู่กับร่มชูชีพ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลจากไฮเกนส์ส่งมาถึงโลก เนื่องจากยานไฮเกนส์จะส่งข้อมูลต่างๆ ไปที่ยานแคสซีนีเป็นอันดับแรก องค์การนาซาจะเปิดแถลงข่าวในเวลา 19.30 น.

14 มกราคม 2548 - 17.33 น.

เครือข่ายดีปสเปซขององค์การนาซาได้รับสัญญาณอ่อน ๆ จากยานไฮเกนส์ ยืนยันว่าขณะนี้ยานฝ่าผ่านบรรยากาศที่หนาแน่นของไททันและยังคงทำงานอยู่ขณะร่อนลง

แปลและเรียบเรียงจาก: SpaceflightNow.com, Space.com

ดูเพิ่ม

เว็บไซต์อื่น