สมาคมดาราศาสตร์ไทย

ซีนาได้ชื่อใหม่

16 ก.ย. 2549
รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
ในที่สุด วัตถุที่นำมาซึ่งปัญหาและความขัดแย้ง ก็ได้ชื่อสามัญอย่างเป็นทางการแล้ว และเป็นชื่อที่ดูจะเหมาะสมแก่บทบาทของตนที่สุด

อีริส ชื่อของเทพีแห่งความขัดแย้งของกรีก ได้รับการนำมาตั้งเป็นชื่อสามัญของ 2003 ยูบี 313 (2003 UB313) วัตถุดวงนี้ค้นพบเมื่อเดือนมกราคม 2548 โดยไมเคิล บราวน์, ชาด ทรูจิลโล, และเดวิด แอล. ราบิโนวิตซ์ จากคาลเทค ก่อนหน้านี้คณะผู้ค้นพบได้ตั้งชื่อเรียกกันเองอย่างไม่เป็นทางการว่า ซีนา ซึ่งเป็นชื่อของนางเอกนักรบในภาพยนตร์โทรทัศน์ชื่อดัง 

การค้นพบอีริสสร้างความสนใจให้นักดาราศาสตร์มาก เนื่องจากวัตถุดวงนี้มีขนาดใหญ่กว่าพลูโต  ทำให้มีการยกประเด็นสถานภาพของดาวพลูโตขึ้นมาถกกันในหมู่นักดาราศาสตร์ขึ้นมาอีกครั้ง จนเป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนการจำแนกประเภทครั้งใหญ่โดยการลดชั้นดาวพลูโตจากดาวเคราะห์ไปเป็นดาวเคราะห์แคระ รวมถึงอีริสเองด้วย

ในขณะเดียวกัน ศูนย์ดาวเคราะห์น้อยในเคมบริดจ์ได้บรรจุชื่อพลูโตและอีริสเข้าในบัญชีของศูนย์ พลูโตได้หมายเลข 134340 ส่วนอีริสได้หมายเลข 136199 ศูนย์ดาวเคราะห์น้อยเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการจัดเก็บฐานข้อมูลด้านกายภาพและการโคจรของวัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะทั้งหมด

ส่วนบริวารดวงเล็กของอีริสที่เคยเรียกให้เข้าคู่กับ ซีนา ว่า เกเบรียล ก็ได้ชื่อใหม่เป็น ดิสนอเมีย เป็นชื่อของธิดาของอีริส

อีริส มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2,400 กิโลเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าดาวพลูโต เปอร์เซ็นต์ อันดับความสว่าง 18.7 มีวงโคจรรีมาก จุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดอยู่ห่าง 37.9 หน่วยดาราศาสตร์ (ใกล้กว่ารัศมีวงโคจรเฉลี่ยของดาวพลูโต) จุดไกลดวงอาทิตย์ที่สุดอยู่ห่าง 97.6 หน่วยดาราศาสตร์ โคจรรอบดวงอาทิตย์รอบละ 557.8 ปี ระนาบวงโคจรทำมุม 44 องศากับระนาบสุริยวิถี อุณหภูมิพื้นผิว -243 องศาเซลเซียส ส่วนดิสนอเมียมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 305 กิโลเมตร

อีริส และ ดิสนอเมีย (ภาพจาก Francis Reddy)

อีริส และ ดิสนอเมีย (ภาพจาก Francis Reddy)