ดาวหางต่างด้าว

18 ธันวาคม 2551 รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)

นักดาราศาสตร์จากหอดูดาวโลเวลล์ได้สำรวจและพบว่าดาวหาง 96/มัคโฮลซ์ 1 (96P/Machholz 1) มีองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างจากดาวหางดวงอื่นอย่างสิ้นเชิง จนถือได้ว่าเป็นดาวหางประเภทใหม่

นักดาราศาสตร์แบ่งดาวหางออกเป็นสองจำพวกใหญ่ ๆ กลุ่มแรกซึ่งเป็นกลุ่มส่วนใหญ่ มีองค์ประกอบเช่นดาวหางทั่วไป มีต้นกำเนิดบริเวณเดียวกับดาวเคราะห์ยักษ์เช่นดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และเนปจูน หรืออยู่ในแถบไคเปอร์ซึ่งเป็นบริเวณที่พ้นวงโคจรของดาวเนปจูนออกไปไม่ไกล

ดาวหางอีกกลุ่มหนึ่งมีองค์ประกอบทางเคมีต่างออกไป ดาวหางในกลุ่มนี้ขาดคาร์บอนบางชนิด จึงมีชื่อเรียกว่ากลุ่มสายคาร์บอนหาย ดาวหางในกลุ่มนี้เกือบทั้งหมด มีวงโคจรที่แสดงว่ามีต้นกำเนิดอยู่ในแถบไคเปอร์

ดาวหางมัคโฮลซ์ 1 มีปริมาณของคาร์บอน C2 และ C3 น้อยมาก มีไซยาโนเจน (CN) น้อยกว่าดาวหางทั่วไป 72 เปอร์เซ็นต์

สาเหตุของการที่ดาวหางมัคโฮซ์ 1 มีองค์ประกอบต่างจากดาวหางทั่วไปยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด นักดาราศาสตร์มีสามทฤษฎีสำหรับการค้นพบนี้

ทฤษฎีแรกอธิบายว่า ดาวหางมัคโฮลซ์ 1 ไม่ได้กำเนิดจากระบบสุริยะของเรา หากมาจากดาวฤกษ์ดวงอื่น จานกำเนิดดาวเคราะห์ที่ล้อมรอบดาวฤกษ์ดวงนั้นอาจมีปริมาณของคาร์บอนน้อย ทำให้มีสารประกอบคาร์บอนอยู่น้อย

"มีดางหางในระบบสุริยะของเราไม่น้อยที่เดินทางออกไปไกลมากจนหลุดออกจากระบบสุริยะไปเลย ดังนั้นในระบบสุริยะอื่นก็น่าจะมีดาวหางจำพวกนี้เช่นกัน และก็ย่อมเป็นไปได้ที่มีบางดวงพลัดหลงมาเข้าสู่ระบบสุริยะของเรา กลายเป็นบริวารต่างด้าวของดวงอาทิตย์ไป มัคโฮลซ์ 1 ก็อาจเข้าข่ายดาวหางจำพวกนี้

อีกทฤษฎีหนึ่งอธิบายว่า สาเหตุที่ดาวดาวหางมัคโฮลซ์มีสัดส่วนเคมีที่แปลกไปมากเนื่องจากมีจุดกำเนิดห่างไกลจากดวงอาทิตย์มากกว่าดาวหางดวง อื่นซึ่งมีสภาพแวดล้อมต่างจากแหล่งกำเนิดดาวหางดวงอื่น

ทฤษฎีสุดท้ายอธิบายว่ามัคโฮลซ์ 1 กำเนิดขึ้นในบริเวณที่สายของคาร์บอนขาดหายไป และการที่ดาวหางดวงนี้มีจุดใกล้สุดใกล้ดวงอาทิตย์มาก (ใกล้กว่าดาวพุธ) และเข้าใกล้บ่อยทุกห้าปี ความร้อนจากดวงอาทิตย์จึงเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีของดาวหางไป

ดาวหาง 96 พี/มัคโฮลซ์ 1 ค้นพบครั้งแรกในปี 2529 แต่กว่านักดาราศาสตร์จะวัดองค์ประกอบเคมีได้ก็ล่วงมาถึงปี 2550

การสำรวจหาองค์ประกอบดาวหางนี้ดำเนินการโดยหอดูดาวโลเวลล์ ซึ่งมี เดวิด ชไลเชอร์ เป็นหัวหน้าโครงการ โครงการนี้ได้วัดองค์ประกอบดาวหางมาแล้ว 150 ดวง

ที่มา: