สมาคมดาราศาสตร์ไทย

ผู้เชี่ยวชาญเตือน กลับจากอวกาศ ระวังสัตว์ประหลาดตามมาด้วย

ผู้เชี่ยวชาญเตือน กลับจากอวกาศ ระวังสัตว์ประหลาดตามมาด้วย

23 พ.ย. 2564
รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
คงไม่มีช่วงใดในประวัติศาสตร์ของยุคอวกาศที่การแข่งขันทางอวกาศจะคึกคักเท่าในปัจจุบันนี้ ไม่เพียงองค์การรัฐของประเทศมหาอำนาจเท่านั้นที่กำลังแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยีทางอวกาศอย่างแข็งขัน ยังมีบริษัทเอกชนอีกกว่า 85 แห่งที่เข้าร่วมในธุรกิจการท่องเที่ยวอวกาศด้วย ทำให้ในอนาคตอันใกล้เราจะได้เห็นการส่งยานขึ้นสู่อวกาศกันเป็นว่าเล่นเลยทีเดียว 

ขณะที่คนทั่วไปจับตาสถานการณ์นี้อย่างตื่นเต้นและมีความหวัง แต่ในขณะเดียวกัน สายตาของนักวิจัยจำนวนหนึ่งมองเรื่องนี้อย่างเป็นกังวล



สิ่งที่เขาเป็นห่วงคือ หากสิ่งมีชีวิตนอกโลกเกาะติดมากับยาน แล้วรอดกลับเข้ามายังโลก ก็อาจสร้างหายนะทางระบบนิเวศให้แก่โลกทั้งใบได้เลยทีเดียว

แม้จนถึงขณะนี้ จะยังไม่มีการค้นพบสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก และโอกาสที่จะพบก็มีน้อยมาก อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ายังโอกาสที่เป็นไปได้มากกว่าคือ อาจมีจุลินทรีย์บนโลกถูกนำไปอยู่ในนอกอวกาศ เช่นอาจเกาะไปกับนักท่องเที่ยวอวกาศขึ้นไป แล้วเกาะกลับเข้ามาบนโลกในแบบที่ร้ายกว่าเดิม

ในสภาพแวดล้อมความโน้มถ่วงน้อยของอวกาศ นักวิทยาศาสตร์พบว่าจุลินทรีย์มีการแบ่งตัวและกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว เช่น อี.โคไล (Escherichia coliหลังจากเติบโตและสืบพันธุ์ผ่านไปหลายพันรุ่น พบว่าเชื้อรุ่นหลัง ๆ ที่มีวิวัฒนาการในอวกาศมีความดุมากขึ้นและดื้อยาปฏิชีวนะอีกด้วยหากเชื้อพวกนี้เล็ดรอดกลับมายังโลก ย่อมเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อชีวิตมนุษย์อย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ เคยมีการตรวจพบแบคทีเรียที่มีความทนทานสูงมากในห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อขององค์การนาซามาแล้ว หากจุลินทรีย์เหล่านี้ไม่ถูกกำจัดออกไปแล้วเกาะติดไปกับยานออกไปนอกโลก ก็มีโอกาสที่จะเติบโตได้ในภาวะความโน้มถ่วงน้อยและเกิดกลายพันธุ์เป็นชนิดที่ร้ายกว่าเก่า

จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่หน่วยงานด้านอวกาศต้องมีแผนสำหรับการป้องกันและรับมือกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ ปัจจุบันคณะกรรมการวิจัยอวกาศ หรือ คอสพาร์ (COSPAR) มีคณะกรรมการที่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ แต่ที่น่าตกใจคือไม่มีสมาชิกคนใดเลยที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาในด้านที่เกี่ยวกับการรุกราน 

"โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอาจไม่มากนัก แต่ถ้าหากเกิดขึ้นจริง ผลที่จะตามมาร้ายแรงเหลือคณา" ฟิลล์ แคสซีย์ นักชีววิทยาด้านการรุกราน (invasion biologist) จากมหาวิทยาลัยแอดิเลดในออสเตรเลียกล่าว