สมาคมดาราศาสตร์ไทย

ดาวเคราะห์ในปี 2557

28 ธันวาคม 2556
ปรับปรุงครั้งล่าสุด 25 สิงหาคม 2560
โดย: วรเชษฐ์ บุญปลอด (worachateb@yahoo.com)
ดาวเคราะห์สว่างที่เห็นได้ง่ายด้วยตาเปล่าจากโลกมี ดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ อีก ดวง คือ ดาวยูเรนัสและเนปจูน ต้องอาศัยกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ นอกจากดาวเคราะห์แล้ว ยังสามารถส่องเห็นดาวบริวารบางดวงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริวารของดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์


แผนภาพแสดงตำแหน่งดาวเคราะห์ตามมุมห่างจากดวงอาทิตย์ตลอดปี 2557 ช่วยให้เห็นภาพรวมคร่าว ๆ ของการปรากฏของดาวเคราะห์ในแต่ละวัน เส้นตรงกลางในแนวดิ่งคือตำแหน่งดวงอาทิตย์ แถบที่แผ่ออกไปสองข้างจากแนวกลางเป็นส่วนที่มีแสงอาทิตย์รบกวน แกนนอนบอกมุมห่างจากดวงอาทิตย์ แกนตั้งบอกวันในแต่ละเดือน แถบที่พาดในแนวเฉียงบอกขอบเขตของกลุ่มดาวจักรราศี เมื่อดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางตะวันตก (ขวามือ) แสดงว่ามองเห็นได้ดีในเวลาเช้ามืด เมื่อดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางตะวันออก (ซ้ายมือ) แสดงว่ามองเห็นได้ดีในเวลาหัวค่ำ ดาวเคราะห์วงนอกจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เมื่อทำมุม 180° แสดงว่าเป็นช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นสว่างและใกล้โลกที่สุดในรอบปี

ดาวพุธ

ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์และเคลื่อนที่เร็วที่สุด วงโคจรของดาวพุธมีความรีค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ดวงอื่น ทำให้ดาวพุธมีมุมห่างสูงสุดจากดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลงอยู่ระหว่าง 18°-28° ระนาบวงโคจรของดาวพุธเอียงทำมุมประมาณ 7° กับระนาบวงโคจรโลก หากดาวพุธโคจรมาอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ในจังหวะที่มันอยู่ใกล้กับจุดตัดของระนาบวงโคจรทั้งสอง คนบนโลกจะมีโอกาสเห็นดาวพุธเป็นจุดดำขนาดเล็กเคลื่อนผ่านหน้าดวงอาทิตย์ ซึ่งครั้งถัดไปจะเกิดในวันที่ พฤษภาคม 2559 ประเทศไทยสังเกตได้ขณะเริ่มปรากฏการณ์ระหว่างที่ดวงอาทิตย์กำลังตก

ด้วยมุมห่างที่ไม่สูงนัก ทำให้เรามีโอกาสสังเกตดาวพุธได้เฉพาะในเวลาพลบค่ำหรือรุ่งสาง เวลาที่สังเกตดาวพุธได้คือช่วงที่ดาวพุธทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากพอสมควร ปีนี้มีช่วงที่สังเกตดาวพุธได้ดีในเวลาเช้ามืดอยู่ ช่วง ช่วงแรกตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนเมษายน ช่วงที่ คือต้นเดือนถึงปลายเดือนกรกฎาคม โดยมีดาวศุกร์อยู่สูงเหนือดาวพุธไม่มากนัก ช่วงที่ คือปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน

ช่วงเวลาที่สังเกตดาวพุธได้ดีในเวลาหัวค่ำมี ช่วง ช่วงแรกเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ช่วงที่ คือกลางเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน ช่วงสุดท้ายคือปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนตุลาคม

เมื่อสังเกตด้วยกล้องโทรทรรศน์จะเห็นดาวพุธมีการเปลี่ยนแปลงคล้ายดิถีของดวงจันทร์ หากปรากฏในเวลาหัวค่ำ ดาวพุธจะเปลี่ยนจากสว่างเกือบเต็มดวงไปสว่างเป็นเสี้ยว และมีขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนเวลาเช้ามืดจะเปลี่ยนจากเป็นเสี้ยวไปสว่างเกือบเต็มดวง และมีขนาดเล็กลง

เหตุการณ์เกี่ยวกับดาวพุธในปี 2557
ร่วมทิศแนววงนอก-26 เม.ย.ส.ค.ธ.ค.
ห่างดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันออกมากที่สุด31 ม.ค. (18°)25 พ.ค. (23°)22 ก.ย. (26°)-
ร่วมทิศแนววงใน16 ก.พ.20 มิ.ย.17 ต.ค.-
ห่างดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันตกมากที่สุด14 มี.ค. (28°)13 ก.ค. (21°)พ.ย. (19°)-


ดาวศุกร์

ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้า เมื่อดาวศุกร์ปรากฏในเวลาหัวค่ำ เราเรียกว่า "ดาวประจำเมือง" แต่ถ้าปรากฏในเวลาเช้ามืด เรียกว่า "ดาวประกายพรึก" หรือ "ดาวรุ่ง" วงโคจรของดาวศุกร์ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก ทำให้ดาวศุกร์ทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เกิน 47° เมื่อสังเกตด้วยกล้องโทรทรรศน์จะเห็นดาวศุกร์เปลี่ยนแปลงรูปร่างเช่นเดียวกับดาวพุธ แต่เห็นได้ชัดกว่าเนื่องจากขนาดที่ใหญ่กว่ามาก

ระนาบวงโคจรของดาวศุกร์เอียงทำมุม 3.4° กับระนาบวงโคจรโลก ดาวศุกร์มีโอกาสเคลื่อนผ่านหน้าดวงอาทิตย์ได้เช่นเดียวกับดาวพุธ โดยมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าดาวพุธ 5-6 เท่า สามารถเห็นดาวศุกร์เป็นดวงกลมดำเมื่อดูดวงอาทิตย์ผ่านแผ่นกรองแสง ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ครั้งล่าสุดเกิดเมื่อวันที่ มิถุนายน 2555 ครั้งถัดไปจะเกิดในวันที่ 11 ธันวาคม 2660

เหตุการณ์เกี่ยวกับดาวศุกร์ในปี 2557
ร่วมทิศแนววงใน11 ม.ค.
ห่างดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันตกมากที่สุด23 มี.ค. (47°)
ร่วมทิศแนววงนอก25 ต.ค.


สัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2557 ดาวศุกร์ยังคงเป็นดาวประจำเมืองในเวลาหัวค่ำ ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว โดยอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตก ค่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จากนั้นเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนสังเกตได้ยาก วันที่ 11 มกราคม ดาวศุกร์จะอยู่ในทิศทางเดียวกับดวงอาทิตย์โดยมีตำแหน่งอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์

ปลายเดือนมกราคม ดาวศุกร์ย้ายไปเป็นดาวประกายพรึกอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด มีตำแหน่งอยู่บริเวณกลุ่มดาวคนยิงธนู จึงอยู่ค่อนไปทางขอบฟ้าด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ดาวศุกร์จะทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้นอย่างรวดเร็ว ห่างดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 23 มีนาคม ที่ระยะ 47° อยู่ในกลุ่มดาวแพะทะเล เมื่อดูด้วยกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายสูงในช่วงเวลานั้น จะเห็นดาวศุกร์สว่างครึ่งดวง

ดาวศุกร์ค่อย ๆ เคลื่อนกลับเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ผ่านกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำในเดือนเมษายน เข้าสู่กลุ่มดาวปลาในวันท้าย ๆ ของเดือน ผ่านใกล้ดาวยูเรนัสในเช้ามืดวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ระยะ 1.2° ผ่านกลุ่มดาวแกะในช่วงครึ่งแรกของเดือนมิถุนายน จากนั้นเข้าสู่กลุ่มดาววัว กลางเดือนกรกฎาคมอยู่สูงเหนือดาวพุธ ดาวศุกร์จะผ่านกลุ่มดาวคนคู่ แล้วเข้าสู่กลุ่มดาวปู ผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดีในเช้ามืดวันที่ 18 สิงหาคม ขณะนั้นทั้งคู่อยู่ใกล้กระจุกดาวรังผึ้งด้วย แต่มีตำแหน่งอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าพอสมควรในขณะที่ท้องฟ้าเริ่มสว่าง

ปลายเดือนสิงหาคม ดาวศุกร์เข้าสู่กลุ่มดาวสิงโต ผ่านใกล้ดาวหัวใจสิงห์ในเช้ามืดวันที่ กันยายน จากนั้นกลางเดือนกันยายนน่าจะเป็นช่วงสุดท้ายที่มีโอกาสเห็นดาวศุกร์ในเวลาเช้ามืด ดาวศุกร์จะเคลื่อนไปอยู่แนวเดียวกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 25 ตุลาคม โดยดวงอาทิตย์อยู่ตรงกลางระหว่างโลกกับดาวศุกร์

กลางเดือนธันวาคม ดาวศุกร์ทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้น อาจเริ่มเห็นดาวศุกร์อยู่เรี่ยขอบฟ้าทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ ขณะนั้นดาวศุกร์อยู่บริเวณกลุ่มดาวคนยิงธนู เมื่อเข้าสู่เดือนมกราคม 2558 ดาวพุธจะขึ้นมาอยู่ใกล้ดาวศุกร์

ภาพจำลองดาวเคราะห์ในปี 2557 แสดงให้เห็นส่วนสว่างของดาวเคราะห์และขนาดปรากฏเปรียบเทียบ  

ดาวอังคาร

ดาวอังคารมีวงโคจรอยู่ถัดไปจากโลกตามระยะห่างจากดวงอาทิตย์ ได้ชื่อว่าดาวแดงเนื่องจากปรากฏบนท้องฟ้าเป็นดาวสว่างสีแดง ชมพู หรือส้ม ต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่นและดาวฤกษ์ส่วนใหญ่บนท้องฟ้า บรรยากาศอันเบาบางทำให้เราสามารถส่องกล้องมองเห็นพื้นผิวดาวอังคารได้ ยกเว้นช่วงที่เกิดพายุฝุ่นปกคลุม และบางช่วงสามารถเห็นน้ำแข็งที่ขั้วดาว

ช่วงที่สังเกตดาวอังคารได้ดีที่สุดคือขณะที่ดาวอังคารอยู่ใกล้โลก ตรงกับช่วงที่ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ เกิดขึ้นเฉลี่ยทุก ปี เดือน วงโคจรของดาวอังคารที่เป็นวงรี ทำให้ดาวอังคารอยู่ห่างโลกไม่เท่ากันในการเข้าใกล้แต่ละครั้ง อาจใกล้เพียง 56 ล้านกิโลเมตร อย่างที่เกิดในปี 2546 หรือไกลถึง 101 ล้านกิโลเมตร อย่างที่เกิดในปี 2555 นั่นทำให้ขนาดปรากฏของดาวอังคารขณะอยู่ตรงข้ามดวงอาทิตย์กว้างใหญ่ได้ถึง 25.1 พิลิปดา หรือเล็กเพียง 13.8 พิลิปดา

ดาวอังคารจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเมื่อ พ.ศ. 2542 (ภาพ – Jim Bell (Cornell University), Justin Maki (JPL), Mike Wolff (Space Sciences Institute), NASA)  

ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ที่มีพิสัยความสว่างกว้างมาก ขณะใกล้โลกที่สุดเมื่อปี 2546 ดาวอังคารสว่างถึงโชติมาตร –2.9 เมื่ออยู่ไกลโลกที่สุดในปี 2562 ดาวอังคารสามารถจางลงได้ถึงโชติมาตร +1.8 แกนหมุนของดาวอังคารเอียงจากระนาบวงโคจรประมาณ 25° จึงเกิดฤดูต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงของขั้วน้ำแข็งและเมฆในบรรยากาศ ส่วนใหญ่ดาวอังคารที่ปรากฏในกล้องโทรทรรศน์จะมีขนาดเล็ก ไม่สามารถสังเกตเห็นร่องรอยบนพื้นผิวได้ มีเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้นที่ดาวอังคารจะใกล้โลกจนใหญ่พอสำหรับการสังเกตรายละเอียดบนพื้นผิว

ต้นปีเป็นช่วงที่ดาวอังคารอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดในกลุ่มดาวหญิงสาว วันที่ กุมภาพันธ์ ดาวอังคารผ่านใกล้ดาวรวงข้าวที่ระยะ 4.6° จากนั้นเริ่มหยุดนิ่งในวันที่ มีนาคม ก่อนจะเคลื่อนที่ถอยหลังไปผ่านใกล้ดาวรวงข้าวอีกครั้งในวันที่ 26 มีนาคม ที่ระยะ 4.8° วันที่ เมษายน 2557 ดาวอังคารผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เมื่อสังเกตจากโลก จากนั้นเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 14 เมษายน มีขนาดเชิงมุมประมาณ 15.2 พิลิปดา

วันที่ 20 พฤษภาคม ดาวอังคารเริ่มกลับมาเคลื่อนที่เดินหน้าอีกครั้ง ผ่านใกล้ดาวรวงข้าวเป็นครั้งที่ ในคืนวันที่ 14 กรกฎาคม โดยใกล้ที่สุดใน ครั้งนี้ที่ระยะ 1.3° ดาวอังคารย้ายเข้าสู่กลุ่มดาวคนชั่งในวันที่ 10 สิงหาคม และผ่านใกล้ดาวเสาร์ในวันที่ 25 สิงหาคม ห่างกัน 3.4° โดยสว่างใกล้เคียงกันที่โชติมาตร +0.6

ครึ่งหลังของเดือนกันยายน ดาวอังคารผ่านพื้นที่ของกลุ่มดาวแมงป่อง ใกล้กระจุกดาวทรงกลมเอ็ม 80 (โชติมาตร 7) ที่ระยะ 11 ลิปดา ก่อนจะเข้าสู่กลุ่มดาวคนแบกงู แล้วผ่านใกล้ดาวปาริชาตในวันที่ 28 กันยายน ที่ระยะ 3.1° โดยสว่างกว่าดาวปาริชาตเล็กน้อย

คืนวันที่ 19 ตุลาคม ดาวหางไซดิงสปริง (C/2013 A1 Siding Spring) จะผ่านใกล้ดาวอังคาร ช่วงที่ใกล้ที่สุดไม่สามารถสังเกตได้จากประเทศไทย เนื่องจากดาวอังคารจะตกลับขอบฟ้าไปก่อนในเวลาประมาณ ทุ่มครึ่ง คาดว่าคืนนั้นดาวหางอยู่ห่างดาวอังคารประมาณ 0.2°-0.3° และอาจสว่างราวโชติมาตร 8-9 สังเกตได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์

ดาวอังคารเข้าสู่กลุ่มดาวคนยิงธนูในปลายเดือนตุลาคม ผ่านใกล้กระจุกดาวทรงกลมเอ็ม 28 (โชติมาตร 7) ที่ระยะ 15 ลิปดา แล้วเคลื่อนต่อไปยังกลุ่มดาวแพะทะเลในต้นเดือนธันวาคม

ความสว่างของดาวอังคารเพิ่มขึ้นตลอด เดือนแรกของปี ต้นปีสว่างที่โชติมาตร +0.8 จากนั้นสว่างที่สุดในช่วงกลางเดือนเมษายนที่โชติมาตร –1.5 เป็นช่วงที่ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์และใกล้โลกที่สุด หลังจากนั้นจะจางลงเรื่อย ๆ เมื่อสิ้นปี 2557 ความสว่างลดลงไปอยู่ที่โชติมาตร +1.1

ดาวอังคารขณะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในปีต่าง ๆ (เวลาประเทศไทย) ตัวเลขที่ระบุไว้ข้างเส้นซึ่งเชื่อมระหว่างโลกกับดาวอังคารคือระยะห่างขณะใกล้กันที่สุด มีหน่วยเป็นล้านกิโลเมตร ในวงเล็บคือวันที่ใกล้กันที่สุด ซึ่งอาจไม่ตรงกับวันที่ดาวอังคารทำมุม 180° กับดวงอาทิตย์ 

ดาวพฤหัสบดี

ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ที่สว่างเป็นอันดับ รองจากดาวศุกร์ มีขนาดใหญ่และมวลสูงที่สุด การหมุนรอบตัวเองอย่างรวดเร็วทำให้ดาวพฤหัสบดีมีรูปร่างเป็นทรงกลมแป้น เส้นผ่านศูนย์กลางในแนวศูนย์สูตรยาวกว่าในแนวขั้ว สามารถใช้กล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์สังเกตดาวบริวารของดาวพฤหัสบดีได้อย่างน้อย ดวง

ดาวพฤหัสบดีโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยคาบประมาณ 11.86 ปี ดาวพฤหัสบดีจึงขยับเข้าสู่กลุ่มดาวจักรราศีกลุ่มที่อยู่ถัดไปทางทิศตะวันออกปีละกลุ่มโดยประมาณ การหมุนรอบตัวเองอย่างรวดเร็วของดาวพฤหัสบดีทำให้เมฆในบรรยากาศมีลักษณะเป็นริ้วสว่างกับคล้ำสลับกัน ริ้วสว่างเป็นส่วนที่อยู่สูง ริ้วที่คล้ำกว่าเป็นส่วนที่อยู่ลึกลงไป เมฆสีขาวอยู่สูงที่สุด ประกอบด้วยผลึกแอมโมเนีย ต่ำลงไปเห็นเป็นสีน้ำตาลอ่อนกับน้ำตาลเข้ม ส่วนที่เห็นเป็นสีน้ำเงินและม่วงน่าจะเป็นบริเวณที่อยู่ลึกที่สุด

จุดแดงใหญ่ (Great Red Spot) ที่เป็นเอกลักษณ์ของดาวพฤหัสบดีคือพายุขนาดยักษ์ พัดวนทวนเข็มนาฬิกา มีทรงรี ขนาดประมาณ 12,000 20,000 กิโลเมตร (ใหญ่กว่าโลกที่มีขนาด 12,756 กิโลเมตร) ตำแหน่งของจุดแดงใหญ่อยู่บริเวณละติจูด 22°ใต้ นอกจากจุดแดงใหญ่ ยังอาจเห็นพายุในรูปของจุดขาวและจุดมืด

บรรยากาศของดาวพฤหัสบดีแบ่งได้เป็นหลายส่วนตามริ้วที่พาดในแนวขนานกับเส้นศูนย์สูตร ริ้วคล้ำเรียกว่าแถบ (belt) ริ้วสว่างเรียกว่าเขต (zone) ซ้อนกับบริเวณต่าง ๆ ได้แก่ เขตศูนย์สูตร (equatorial) เขตร้อน (tropical) เขตอบอุ่น (temperate) และเขตขั้วดาว (polar) ทั้งซีกเหนือและใต้  

ดาวพฤหัสบดีผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ มกราคม 2557 โดยอยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ มีขนาดปรากฏตามแนวศูนย์สูตร 46.8 พิลิปดา สว่างที่โชติมาตร –2.7 ครึ่งแรกของปีจึงเป็นช่วงที่จะเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ต้นเดือนเมษายน ดาวพฤหัสบดีทำมุม 90°กับดวงอาทิตย์ จึงเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่เหนือศีรษะขณะดวงอาทิตย์ตก และตกลับขอบฟ้าในเวลาตี 1

คืนวันที่ 23 พฤษภาคม ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏใกล้ดาวเดลตาคนคู่ (delta Geminorum) ซึ่งเป็นดาวฤกษ์โชติมาตร +3.5 ที่ระยะห่างราวครึ่งองศา (เคยผ่านใกล้กันที่ระยะห่างเพียง 0.1° เมื่อปี 2556) กลางเดือนมิถุนายน ดาวพฤหัสบดีเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นจนปรากฏอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ แล้วอยู่ร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ในปลายเดือนกรกฎาคม

กลางเดือนสิงหาคม หากท้องฟ้าเปิดอาจเริ่มเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด ดาวศุกร์ผ่านมาอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีในช่วงดังกล่าว โดยใกล้กันที่สุดในเช้ามืดวันที่ 18 สิงหาคม 2557 ห่างกันประมาณ 0.4° และเป็นช่วงที่ดาวเคราะห์ทั้งสองอยู่ใกล้กระจุกดาวรังผึ้งในกลุ่มดาวปู แต่อาจสังเกตกระจุกดาวได้ยากเนื่องจากอยู่ใกล้ขอบฟ้า และมีเวลาสังเกตได้ไม่นานก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น

ดาวพฤหัสบดีอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดตลอดช่วงที่เหลือของปี โดยทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อย ๆ กลางเดือนตุลาคม ดาวพฤหัสบดีออกจากกลุ่มดาวปูเข้าสู่กลุ่มดาวสิงโต กลางเดือนพฤศจิกายน ดาวพฤหัสบดีทำมุมฉากกับดวงอาทิตย์ จึงขึ้นเหนือขอบฟ้าในเวลาประมาณเที่ยงคืน แล้วอยู่เหนือศีรษะในเวลาเช้ามืด

ดาวพฤหัสบดีมีดวงจันทร์บริวารที่ค้นพบแล้วมากกว่า 60 ดวง ดวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ดวง สามารถเห็นได้ด้วยกล้องสองตา ได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด และคัลลิสโต ช่วงที่อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ แกนีมีดจะสว่างที่สุดด้วยโชติมาตรประมาณ +4.4 คัลลัสโตจางที่สุด โดยจางกว่าแกนีมีดราว อันดับ

วันที่ดาวเคราะห์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในปี 2557
ดาวเคราะห์วันที่โชติมาตร (อันดับความสว่าง)
ดาวพฤหัสบดีมกราคม-2.7
ดาวอังคารเมษายน-1.5
ดาวเสาร์11 พฤษภาคม+0.1
ดาวเนปจูน29 สิงหาคม+7.8
ดาวยูเรนัสตุลาคม+5.7


ดาวเสาร์

ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ ในระบบสุริยะ มีรูปร่างเป็นทรงกลมแป้น เส้นผ่านศูนย์กลางในแนวขั้วสั้นกว่าในแนวศูนย์สูตรราวร้อยละ 10 บรรยากาศของดาวเสาร์ถูกแบ่งเป็นแถบและเขตต่าง ๆ แบบเดียวกับดาวพฤหัสบดี บางครั้งเกิดแถบเมฆสีขาวขึ้นในบรรยากาศ เรียกว่าจุดขาวใหญ่ (Great White Spot) ครั้งล่าสุดพบเมื่อปลายปี 2553

ดาวเสาร์มีวงแหวนสว่างล้อมรอบอยู่ในแนวระนาบศูนย์สูตร กล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กสามารถแบ่งวงแหวนดาวเสาร์ออกได้เป็น วง ได้แก่วงแหวนเอ (A), บี (B), และซี (C) เรียงลำดับจากวงนอกถึงวงในสุด เมื่อสังเกตจากโลก ขอบวงแหวนจะหันเข้าหาโลกทุก ๆ 15-16 ปี ครั้งล่าสุดเมื่อปลายปี 2552 ปัจจุบันดาวเสาร์กำลังหันขั้วเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อย ๆ วงแหวนดาวเสาร์จึงมีแนวโน้มขยายกว้างขึ้นในแนวเหนือ-ใต้ โดยจะกว้างที่สุดใน พ.ศ. 2560

ภาพถ่ายวงแหวนดาวเสาร์จากยานแคสซีนี แสดงวงหลัก A, B, กับวงที่ไม่ชัดนัก คือวง ที่อยู่ด้านใน และวง ที่อยู่ด้านนอก  

ต้นปี 2557 ดาวเสาร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด โดยอยู่ทางทิศตะวันออกในกลุ่มดาวคันชั่ง คืนวันที่ 10/11 พฤษภาคม ดาวเสาร์จะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ มีขนาดปรากฏตามแนวศูนย์สูตร 18.7 พิลิปดา สว่างที่โชติมาตร +0.1 หลังจากนั้นจะเริ่มเห็นดาวเสาร์บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ

ปลายเดือนสิงหาคม ดาวอังคารผ่านมาใกล้ดาวเสาร์ โดยที่ดาวเคราะห์ทั้งสองมีความสว่างเท่ากันที่โชติมาตร +0.6 ราวปลายเดือนตุลาคม ดาวเสาร์เคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนไม่สามารถสังเกตได้ อยู่ร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 18 พฤศจิกายน ต้นเดือนถึงกลางเดือนธันวาคมน่าจะเริ่มเห็นดาวเสาร์บนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด จากนั้นดาวเสาร์จะทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้นตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปี โดยเคลื่อนเข้าใกล้ส่วนหัวของกลุ่มดาวแมงป่อง

ดาวเสาร์มีดาวบริวารที่ค้นพบแล้วมากกว่า 60 ดวง ไททัน (Titan) มีขนาดใหญ่ที่สุด ขณะที่ดาวเสาร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ไททันจะสว่างที่สุดราวโชติมาตร ดาวบริวารดวงที่สว่างรองลงมา ได้แก่ เรีย (Rhea), ทีทิส (Tethys), ไดโอนี (Dione), เอนเซลาดัส (Enceladus), และไอยาพิตัส (Iapetus) บริวาร ดวงนี้มีโชติมาตรอยู่ในช่วง ถึง 12 โดยโชติมาตรของไอยาพิตัสแปรผันระหว่าง 10 ถึง 12 เนื่องจากพื้นผิว ด้านสะท้อนแสงไม่เท่ากัน มันจะสว่างกว่าเมื่อปรากฏอยู่ทางทิศตะวันตกของดาวเสาร์

กราฟความสว่างของดาวเคราะห์ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดวงตลอดปี 2557 

ดาวยูเรนัส

ดาวยูเรนัสเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ จัดอยู่ในกลุ่มของดาวเคราะห์แก๊ส องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นไฮโดรเจน มีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์นาน 84 ปี ดาวยูเรนัสจึงเคลื่อนที่ในวงโคจรเป็นมุมเฉลี่ยประมาณ 4°ต่อปี

ตลอดปีนี้ ดาวยูเรนัสอยู่ในกลุ่มดาวปลา ช่วงเดือนมกราคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2557 สังเกตได้บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก หลังจากนั้นดาวยูเรนัสจะอยู่ต่ำและเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น อยู่ร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ในต้นเดือนเมษายน แล้วกลับมาสังเกตได้อีกครั้งในเวลาเช้ามืด เริ่มตั้งแต่ราวกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งช่วงนั้นดาวศุกร์จะผ่านใกล้ดาวยูเรนัส ใกล้กันที่สุดก่อนฟ้าสางของวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 โดยดาวศุกร์อยู่ทางทิศใต้ของดาวยูเรนัสที่ระยะห่าง 1.2° หากไม่มีเมฆบัง น่าจะเป็นช่วงที่ดีสำหรับการสังเกตดาวยูเรนัสด้วยกล้องโทรทรรศน์ เนื่องจากมีดาวศุกร์มาอยู่ใกล้ 

เดือนกรกฎาคม ดาวยูเรนัสทำมุม 90°กับดวงอาทิตย์ จากนั้นจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ ตุลาคม 2557 สว่างที่โชติมาตร +5.7 มีขนาดเชิงมุมตามแนวศูนย์สูตร 3.7 พิลิปดา

ดาวเนปจูน

ดาวเนปจูนเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลดวงอาทิตย์ที่สุด มีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นระยะเวลานาน 165 ปี ดาวเนปจูนจึงเคลื่อนที่ในวงโคจรเป็นมุมเฉลี่ยประมาณ 2° ต่อปี

ตลอดปีนี้ดาวเนปจูนอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ สังเกตได้ด้วยกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ ครึ่งแรกของเดือนมกราคม 2557 ดาวเนปจูนจะอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก หลังจากนั้นเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนไม่สามารถสังเกตได้ โดยอยู่ร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ เดือนเมษายน 2557 ดาวเนปจูนจะเริ่มปรากฏบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด ช่วงสงกรานต์ ดาวศุกร์จะผ่านใกล้ดาวเนปจูน ใกล้กันที่สุดก่อนฟ้าสางของวันที่ 12 เมษายน 2557 ห่างกัน 0.7° หากไม่มีเมฆฝนบดบัง ก็น่าจะเป็นช่วงที่ดีสำหรับการสังเกตดาวเนปจูนด้วยกล้องโทรทรรศน์

ปีนี้ดาวเนปจูนอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 29 สิงหาคม 2557 สว่างที่สุดด้วยโชติมาตร +7.8 และมีขนาดเชิงมุมตามแนวศูนย์สูตร 2.4 พิลิปดา ดาวเนปจูนอยู่ใกล้ดาวซิกมาคนแบกหม้อน้ำ ซึ่งเป็นดาวฤกษ์โชติมาตร 4.8 ค่ำวันที่ 19 และ 20 มกราคม 2558 จะเป็นช่วงที่สามารถใช้ดาวอังคารช่วยในการสังเกตดาวเนปจูนได้ โดยดาวเคราะห์ทั้งสองจะอยู่ห่างกัน 0.4°

แผนที่แสดงตำแหน่งดาวยูเรนัสและดาวเนปจูน โดยมีเส้นบอกตำแหน่งทุกวันแรกของเดือน (1 มกราคม 2557, กุมภาพันธ์ 2557, ..., 13 มกราคม 2558, 14 กุมภาพันธ์ 2558) ขนาดของวงกลมดาวในภาพ กำหนดตามความสว่าง ดาวดวงเล็กที่สุดในแผนที่สำหรับดาวเนปจูนมีโชติมาตร