อุปราคาในปี 2553

26 ธันวาคม 2552 วรเชษฐ์ บุญปลอด

หากไม่นับจันทรุปราคาบางส่วนที่เกิดในช่วงก่อนเช้ามืดของวันที่ 1 มกราคม ปีนี้มีสุริยุปราคา 2 ครั้ง และจันทรุปราคา 2 ครั้ง รวมเป็นอุปราคาทั้งหมด 4 ครั้ง ประเทศไทยมีโอกาสเห็นจันทรุปราคากับสุริยุปราคาอย่างละครั้ง

1. สุริยุปราคาวงแหวน 15 มกราคม 2553

สุริยุปราคาครั้งแรกเกิดขึ้นในบ่ายวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553 ตามเวลาในประเทศไทย ดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลกจนมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์มากจึงเกิดเป็นสุริยุปราคาวงแหวน เส้นทางคราสวงแหวนผ่านทวีปแอฟริกา มหาสมุทรอินเดีย ทางใต้ของประเทศอินเดีย ศรีลังกา พม่า บังกลาเทศ และจีน สุริยุปราคาเริ่มขึ้นเมื่อเงามัวของดวงจันทร์แตะผิวโลกในเวลา 11:05 น. ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นเงาคราสวงแหวนเริ่มสัมผัสผิวโลกเวลา 12:14 น. ทางตะวันตกของสาธารณรัฐแอฟริกากลาง เงาเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกอย่างรวดเร็ว เข้าสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ผ่านยูกันดา ซีกด้านเหนือของทะเลสาบวิกตอเรีย เคนยา ส่วนเล็ก ๆ ทางเหนือของแทนซาเนีย และทางใต้ของโซมาเลีย ก่อนลงสู่มหาสมุทรอินเดีย

เมืองบังกีในสาธารณรัฐแอฟริกากลางเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 3 นาที 57 วินาที โดยดวงอาทิตย์มีมุมเงย 4 องศา กัมปาลาในยูกันดาเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 7 นาที 38 วินาที ส่วนที่เมืองไนโรบีของเคนยาเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 6 นาที 52 วินาที

กึ่งกลางคราสซึ่งเห็นสุริยุปราคาวงแหวนเกือบนานที่สุดอยู่ในมหาสมุทร นาน 11 นาที 8 วินาที เกิดขึ้นเวลา 14:07 น. นับเป็นสุริยุปราคาวงแหวนที่ยาวนานที่สุดในคริสต์สหัสวรรษที่ 3 เงาคราสวงแหวนพาดผ่านหมู่เกาะมัลดีฟส์ เมืองมาเลเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนานถึง 10 นาที 46 วินาที จากนั้นถึงทางใต้ของอินเดียและตะวันตกเฉียงเหนือของศรีลังกา เมืองจาฟนาของศรีลังกาซึ่งอยู่ใกล้เส้นกลางคราสเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 10 นาที 9 วินาที

เงาคราสมุ่งหน้าสู่อ่าวเบงกอล ผ่านพม่า ส่วนเล็ก ๆ ทางตอนล่างของบังกลาเทศกับอินเดียตะวันออก มัณฑะเลย์เกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 7 นาที 37 วินาที จากนั้นเข้าสู่ประเทศจีน ฉงชิ่งเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 7 นาที 50 วินาที เจิ้งโจว 4 นาที 40 วินาที คราสวงแหวนสิ้นสุดบริเวณแหลมชานตงในเวลา 15:59 น. จากนั้นปรากฏการณ์สิ้นสุดเมื่อเงามัวหลุดออกจากผิวโลกในเวลา 17:08 น.

บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนซึ่งเงามัวของดวงจันทร์พาดผ่านครอบคลุมส่วนใหญ่ของทวีปเอเชีย แอฟริกา บางส่วนทางตะวันออกของยุโรป มหาสมุทรอินเดีย สำหรับประเทศไทยสามารถสังเกตสุริยุปราคาครั้งนี้ได้ทั่วทุกภาคโดยภาคเหนือตอนบนเห็นดวงอาทิตย์แหว่งมากกว่าภาคอื่น ๆ (ดูรายละเอียดในสุริยุปราคา 15 มกราคม 2553)

สุริยุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาครั้งที่ 23 ใน 70 ครั้งของชุดซารอสที่ 141 ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 1613 สิ้นสุดในวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 2857 ชุดซารอสนี้เริ่มด้วยสุริยุปราคาบางส่วน 7 ครั้ง วงแหวน 41 ครั้ง และบางส่วน 22 ครั้ง ตามลำดับ คราสในซารอสนี้เริ่มต้นบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือแล้วไปสิ้นสุดใกล้ขั้วโลกใต้ สุริยุปราคาวงแหวนครั้งที่นานที่สุดคือ 12 นาที 9 วินาที เกิดขึ้นเมื่อ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1955

2. จันทรุปราคาบางส่วน 26 มิถุนายน 2553

จันทรุปราคาครั้งนี้เห็นได้ในประเทศไทย เกิดขึ้นในช่วงพลบค่ำของคืนวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2553 ดวงจันทร์เริ่มแหว่งเวลา 17:17 น. แต่ประเทศไทยยังไม่เห็นเนื่องจากดวงจันทร์ยังไม่ขึ้น เงามืดของโลกจะบังดวงจันทร์ลึกที่สุดเวลา 18:38 น. ด้วยขนาดความลึก 54% ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงจันทร์ ทางทฤษฎีที่กรุงเทพฯ เริ่มเห็นขอบบนของดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้าในเวลา 18:47 น. แต่ในความเป็นจริงอาจเริ่มเห็นดวงจันทร์ได้หลังจากนั้นเพราะขอบฟ้ามีหมอกควันบดบัง เมื่อขึ้นมาแล้วจะเห็นดวงจันทร์แหว่งทางซ้ายมือด้านบนและเป็นเวลาที่ท้องฟ้ายังไม่มืด

จันทรุปราคาบางส่วนสิ้นสุดในเวลา 20:00 น. ซึ่งดวงจันทร์จะกลับมาเต็มดวง ขณะนั้นที่กรุงเทพฯ ดวงจันทร์มีมุมเงยเพียง 15 องศา จึงมีเวลาสังเกตจันทรุปราคาบางส่วนได้นานประมาณ 1 ชั่วโมง ภูมิภาคที่มีโอกาสเห็นได้นานกว่านี้คือด้านตะวันออกของภาคอีสานและภาคตะวันออกซึ่งจะเห็นดวงจันทร์ขึ้นเร็วกว่านี้และขณะสิ้นสุดคราสนั้นดวงจันทร์ก็อยู่สูงกว่าที่เห็นในกรุงเทพฯ เล็กน้อย พื้นที่บนโลกที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้พร้อมประเทศไทยคือทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย มหาสมุทรแปซิฟิก อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ (ยกเว้นด้านตะวันออก)

ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา 26 มิถุนายน 2553

  1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 15:57:21 น.
  2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน 17:16:57 น.
  3. กึ่งกลางของปรากฏการณ์ 18:38:27 น.
  4. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน 19:59:50 น.
  5. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 21:19:33 น.

จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นจันทรุปราคาครั้งที่ 57 ใน 83 ครั้ง ของชุดซารอสที่ 120 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1000 - 2479 ชุดซารอสนี้เริ่มด้วยจันทรุปราคาเงามัว 21 ครั้ง บางส่วน 7 ครั้ง เต็มดวง 25 ครั้ง บางส่วน 7 ครั้ง และเงามัว 23 ครั้ง ตามลำดับ จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดของชุดซารอสนี้เกิดขึ้นเมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 นาน 1 ชั่วโมง 44.9 นาที

จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นจันทรุปราคาในชุดซารอสเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1685 (เข้าสู่เช้ามืดวันที่ 11 ธันวาคม) ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ทอดพระเนตรที่บริเวณระเบียงด้านทิศตะวันตกของตำหนักทะเลชุบศร เมืองละโว้ (พระที่นั่งไกรสรสีหราช จ.ลพบุรี) พร้อมกับบาทหลวงนักดาราศาสตร์จากฝรั่งเศส สมาคมดาราศาสตร์ไทยได้นำภาพแกะสลักไม้ที่แสดงถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นมาเป็นตราสัญลักษณ์สมาคมฯ

3. สุริยุปราคาเต็มดวง 11/12 กรกฎาคม 2553

เส้นทางคราสเต็มดวงครั้งนี้เกือบทั้งแนวอยู่ในทะเลโดยเริ่มต้นทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ผ่านเกาะเล็ก ๆ ในแปซิฟิกใต้ รวมทั้งเกาะอีสเตอร์ แล้วไปสิ้นสุดทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้

สุริยุปราคาเริ่มขึ้นเมื่อเงามัวของดวงจันทร์แตะผิวโลกในเวลา 00:10 น. ของวันที่ 12 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นสุริยุปราคาเต็มดวงเริ่มขึ้นเมื่อเงามืดเริ่มแตะผิวโลกในเวลา 01:15 น. ในมหาสมุทรแปซิฟิก จุดนั้นอยู่ห่างจากแหลมตะวันออกของนิวซีแลนด์ประมาณ 1,500-1,600 กม. หรือจากตองกาประมาณ 800 กม. เงามืดเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านเกาะแมนไกอา (Mangaia) ในหมู่เกาะคุก และอะทอลล์ในกลุ่มเกาะตูอาโมตู (Tuamotu) ของเฟรนช์โปลีนีเซีย แล้วเบนไปทางตะวันออกเฉียงใต้ จุดที่เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงนานที่สุดอยู่ในทะเล นาน 5 นาที 20 วินาที เกิดขึ้นเวลา 02:34 น.

ด้านตะวันออกของเกาะอีสเตอร์อยู่ใกล้เส้นกึ่งกลางคราสเต็มดวงมากที่สุด เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 4 นาที 47 วินาที เงามืดเคลื่อนไปถึงชายฝั่งทางใต้ของประเทศชิลีซึ่งมีภูมิประเทศขรุขระเต็มไปด้วยกลุ่มเกาะจำนวนมาก จากนั้นพาดผ่านเทือกเขาแอนดีส เข้าสู่ตอนล่างของมณฑลซานตาครูซบนที่ราบสูงปาตาโกเนียในอาร์เจนตินา ผ่านอุทยานแห่งชาติลอสกลาเซียเรส (Los Glaciares National Park) ซึ่งมีธารน้ำแข็งเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว เมืองเอลคาลาฟาเต (El Calafate) อยู่ใกล้แนวกลางคราสมากที่สุด เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 2 นาที 47 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงยไม่ถึง 2 องศา เงามืดหลุดออกจากผิวโลกในเวลา 03:52 น. ตรงจุดที่ห่างไปทางตะวันออกของเอลคาลาฟาเตราว 100 กม. หลังจากนั้นเงามัวจะหลุดออกจากผิวโลกในเวลา 04:57 น. บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนซึ่งเงามัวของดวงจันทร์พาดผ่านครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ในแปซิฟิกใต้กับตอนล่างของทวีปอเมริกาใต้

สุริยุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาครั้งที่ 27 ใน 76 ครั้งของชุดซารอสที่ 146 ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 1541 สิ้นสุดในวันที่ 29 ธันวาคม ค.ศ. 2893 ชุดซารอสนี้เริ่มด้วยสุริยุปราคาบางส่วน 22 ครั้ง เต็มดวง 14 ครั้ง ผสม 3 ครั้ง วงแหวน 24 ครั้ง และบางส่วน 13 ครั้ง ตามลำดับ คราสในซารอสนี้เริ่มต้นบริเวณใกล้ขั้วโลกใต้แล้วไปสิ้นสุดใกล้ขั้วโลกเหนือ สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดคือ 5 นาที 21 วินาที เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1992 สุริยุปราคาวงแหวนครั้งที่นานที่สุดคือ 3 นาที 2 วินาที จะเกิดในวันที่ 11 เมษายน ค.ศ. 2461

4. จันทรุปราคาเต็มดวง 21 ธันวาคม 2553

อุปราคาครั้งสุดท้ายของปีเป็นจันทรุปราคาเต็มดวง สังเกตเห็นได้ในหลายพื้นที่ ได้แก่ ทางตะวันออกของเอเชียกับออสเตรเลีย มหาสมุทรแปซิฟิก ทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ทางตะวันตกของยุโรปกับแอฟริกา ประเทศไทยไม่เห็นปรากฏการณ์ในวันนี้

  1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 12:29:18 น.
  2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน 13:32:37 น.
  3. เริ่มเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง 14:40:46 น.
  4. กึ่งกลางของปรากฏการณ์ 15:16:57 น.
  5. สิ้นสุดจันทรุปราคาเต็มดวง 15:53:09 น.
  6. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน 17:01:20 น.
  7. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 18:04:31 น.

จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นจันทรุปราคาครั้งที่ 48 ใน 72 ครั้ง ของชุดซารอสที่ 125 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1163 - 2443 ชุดซารอสนี้เริ่มด้วยจันทรุปราคาเงามัว 17 ครั้ง บางส่วน 13 ครั้ง เต็มดวง 26 ครั้ง บางส่วน 9 ครั้ง และเงามัว 7 ครั้ง ตามลำดับ จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดของชุดซารอสนี้เกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1812 นาน 1 ชั่วโมง 40.4 นาที

จันทรุปราคาครั้งถัดไปของชุดซารอสนี้เป็นจันทรุปราคาเต็มดวงที่สามารถเห็นได้เหนือท้องฟ้าประเทศไทย มีความพิเศษตรงที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2571 และเป็นช่วงเวลาที่กำลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่

ดูเพิ่ม