ฝนดาวตกยีราฟในปี 2557

วรเชษฐ์ บุญปลอด 20 พฤษภาคม 2557

ฝนดาวตกยีราฟเป็นฝนดาวตกกลุ่มใหม่ คาดว่าอาจมีดาวตกเกิดขึ้นมากที่สุดในวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2557 ด้วยอัตราสูงอย่างน้อย 100 ดวงต่อชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่อสังเกตจากทวีปอเมริกาเหนือ ส่วนประเทศไทยอาจเห็นได้ในจำนวนน้อย

ดาวหางต้นกำเนิด

ฝนดาวตกส่วนใหญ่เกิดจากสะเก็ดดาวที่ดาวหางทิ้งไว้ตามทางโคจรในอวกาศ ฝนดาวตกที่นักดาราศาสตร์คาดว่าอาจเกิดขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 ตามเวลาประเทศไทย หรือในคืนวันที่ 23 ถึงเช้ามืดวันที่ 24 พฤษภาคม ตามเวลาในทวีปอเมริกาเหนือ เกิดจากดาวหางที่มีชื่อว่า 209 พี/ลีเนียร์ (209P/LINEAR)

ดาวหาง 209 พี/ลีเนียร์ ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2547 ตัวเลข 209 และตัวอักษร P แสดงว่าเป็นดาวหางรายคาบลำดับที่ 209 ดาวหางรายคาบคือดาวหางที่มีคาบการโคจรน้อยกว่า 200 ปี ดาวหางดวงนี้มีคาบการโคจรเพียง 5 ปี และไม่ใช่ดาวหางที่สว่างนัก

ดาวหาง 209 พี/ลีเนียร์ มีวงโคจรผ่านใกล้วงโคจรของโลก ปีนี้ดาวหางผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดไปแล้วเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2557 และจะผ่านใกล้โลกในวันที่ 29 พฤษภาคม 2557 ด้วยระยะห่างเพียง 8 ล้านกิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ดาวหางดวงนี้ไม่สว่างพอจะเห็นได้ด้วยตาเปล่า จำเป็นต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ และแผนที่ดาวที่แสดงตำแหน่งดาวหางเทียบกับดาวฤกษ์

การพยากรณ์จากแบบจำลอง

นักดาราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญการพยากรณ์ฝนดาวตก ซึ่งเคยมีผลงานการพยากรณ์ฝนดาวตกสิงโต และฝนดาวตกอื่น ๆ ได้ศึกษาวงโคจรของดาวหางดวงนี้ และจำลองการเคลื่อนที่ของสะเก็ดดาวที่หลุดออกมาจากดาวหางในอดีต พวกเขาพบว่าปีนี้โลกจะผ่านธารสะเก็ดดาวของดาวหาง 209 พี/ลีเนียร์ ซึ่งเป็นสะเก็ดดาวที่หลุดออกมาจากดาวหางในช่วง 200 ปี นับตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 และอาจก่อให้เกิดฝนดาวตกที่มีอัตราสูงนับร้อยดวงต่อชั่วโมง

ซีกโลกด้านที่หันเข้าหาจุดกระจายของฝนดาวตกยีราฟ ณ เวลาที่คาดว่าจะมีดาวตกมากที่สุด บริเวณที่เห็นดาวตกได้ต้องเป็นเวลากลางคืน นั่นคือพื้นที่ส่วนใหญ่ของอเมริกาเหนือ (เส้นสีแดงแบ่งซีกโลกด้านซ้ายมือที่มีดวงจันทร์อยู่บนฟ้า กับด้านขวามือที่ไม่มีดวงจันทร์อยู่บนฟ้า) (ภาพ - Mikhail Maslov)

การคำนวณพบว่าจุดกระจายของฝนดาวตกนี้อยู่ห่างดาวเหนือเพียง 11° และอยู่ในพื้นที่ของกลุ่มดาวยีราฟ ที่ผ่านมา การตั้งชื่อฝนดาวตกจะตั้งชื่อตามดาวหรือกลุ่มดาวที่จุดกระจายปรากฏอยู่ ฝนดาวตกที่คาดว่าอาจเกิดขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคม จึงมีชื่อเรียกที่ตั้งไว้ล่วงหน้าว่าฝนดาวตกยีราฟ

เวลาที่นักดาราศาสตร์คาดว่าอาจเกิดฝนดาวตกยีราฟในอัตราสูงสุดตรงกับเวลาประมาณ 13:00-15:00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งเป็นเวลากลางวัน เราจึงไม่อยู่ในพื้นที่ที่เห็นปรากฏการณ์นี้ บริเวณที่คาดว่าจะมีโอกาสเห็นฝนดาวตกยีราฟได้ดีที่สุดอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แคนาดาและตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา

การพยากรณ์ฝนดาวตกครั้งนี้เป็นผลจากคำนวณเชิงตัวเลขตามทฤษฎี ไม่มีปรากฏการณ์ในอดีตที่สามารถนำมาเทียบเคียงได้อย่างฝนดาวตกสิงโต นักดาราศาสตร์จึงไม่อาจทราบได้ว่าฝนดาวตกยีราฟจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ สว่างแค่ไหน และในอัตราเท่าใด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้ผลการคำนวณตรงกันว่าจะเกิดฝนดาวตกยีราฟในวันที่ 24 พฤษภาคม แต่อัตราตกยังแตกต่างกัน

นักดาราศาสตร์คำนวณอัตราตกของฝนดาวตก โดยสมมุติให้ผู้สังเกตอยู่ในสถานที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิท สามารถมองเห็นดาวได้เต็มท้องฟ้า และจุดกระจายอยู่เหนือศีรษะ ภายใต้สภาวะดังกล่าว บางคนคาดว่าอัตราตกของฝนดาวตกยีราฟอาจอยู่ในระดับร้อยดวงต่อชั่วโมง (ใกล้เคียงฝนดาวตกเพอร์ซิอัสและฝนดาวตกคนคู่) บางคนพบว่ามีโอกาสที่จะสูงหลายร้อยดวงต่อชั่วโมง และมีโอกาสเล็กน้อยที่จะถึงระดับพายุ ซึ่งหมายถึงฝนดาวตกที่มีอัตราตกสูงตั้งแต่ 1,000 ดวงต่อชั่วโมงขึ้นไป การพยากรณ์ฝนดาวตกครั้งนี้จึงมีความไม่แน่นอนสูง

การสังเกตในประเทศไทย

สิ่งที่นักดาราศาสตร์ย้ำนักย้ำหนา คืออย่าตั้งความหวังกับปรากฏการณ์นี้ไว้สูง เพราะเป็นการพยากรณ์จากแบบจำลอง ซึ่งมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ ส่วนจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ อย่างไร วิธีเดียวที่จะรู้ได้ก็คือการพิสูจน์

หากการพยากรณ์คลาดเคลื่อนหลายชั่วโมง หรือเกิดดาวตกต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ประเทศไทยก็มีโอกาสเห็นดาวตกจากฝนดาวตกยีราฟได้บ้าง (ในกรณีที่เกิดขึ้นจริง) โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดและหัวค่ำของวันเดียวกัน แต่การที่จุดกระจายอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าทิศเหนือ ทำให้มีโอกาสเห็นดาวตกในจำนวนที่น้อย และคาดว่าจะเคลื่อนที่ค่อนข้างช้า แตกต่างจากดาวตกในฝนดาวตกอื่นอย่างเห็นได้ชัด

เมฆมากในฤดูฝนเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้โอกาสในการสังเกตฝนดาวตกยีราฟในประเทศไทยอาจไม่สูงนัก หากท้องฟ้าเปิด การสังเกตฝนดาวตกยีราฟควรทำใน 2 ช่วง คือ ช่วงเช้ามืดและหัวค่ำของวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2557 ช่วงเช้ามืดจะมีแสงจันทร์รบกวนเล็กน้อย แต่หากดาวตกสว่างมากก็มีโอกาสเห็นได้ จากนั้นเราสามารถติดตามข่าวการสังเกตฝนดาวตกยีราฟจากสหรัฐอเมริกาได้ตลอดวัน โดยเฉพาะในช่วงบ่ายถึงเย็น

หากมีรายงานว่าเกิดดาวตกจำนวนมากและต่อเนื่องยาวนาน เราก็มีโอกาสสังเกตฝนดาวตกยีราฟได้อีกครั้งในช่วงหัวค่ำ โดยทั้งสองช่วงให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ ดาวตกที่เกิดในทิศนี้ส่วนใหญ่จะพุ่งขึ้น หากหันหน้าไปทางทิศตะวันออกหรือตะวันตก ดาวตกที่เห็นในทิศดังกล่าวควรจะมีแนวการเคลื่อนที่เกือบขนานกับขอบฟ้า

การสังเกตฝนดาวตกให้ดีที่สุดคือการสังเกตจากสถานที่ที่ท้องฟ้ามืด ไม่มีแสงรบกวนมากนัก ติดตามพยากรณ์อากาศและภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อดูว่ามีโอกาสที่ท้องฟ้าเปิดมากแค่ไหน สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ

การที่จุดกระจายอยู่เหนือขอบฟ้าตลอดเวลา (สำหรับสถานที่ที่อยู่เหนือละติจูด 11° เหนือ) ทำให้มีโอกาสเห็นดาวตกได้ตลอดทั้งคืน แบบจำลองจากงานวิจัยของ Quanzhi Ye และ Paul A. Wiegert แสดงว่าช่วงที่มีโอกาสเห็นดาวตกจากฝนดาวตกยีราฟได้มากที่สุดในประเทศไทยคือช่วง 19:30-21:00 น. ด้วยอัตรา 10-15 ดวงต่อชั่วโมง (คาดหมายจากแบบจำลอง อัตราตกจริงอาจสูงหรือต่ำกว่านี้ก็ได้) และอาจมีลูกไฟ (ดาวตกที่สว่างมาก) ในสัดส่วนค่อนข้างสูง

วงกลมแสดงตำแหน่งโดยประมาณของจุดกระจายในฝนดาวตกยีราฟ ดาวตกส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มเกิดที่จุดนี้ แต่เมื่อลากเส้นย้อนกลับจะพบว่ามาบรรจบกันที่จุดกระจาย ภาพนี้แสดงตำแหน่งดาวในเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ของวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 หากสังเกตในเวลาเช้ามืด จุดกระจายจะอยู่ต่ำกว่านี้่ และมีโอกาสเห็นดาวตกที่พุ่งเป็นทางยาวขณะเฉียดบรรยากาศโลก

หมายเหตุ : ปรับปรุงจากบทความที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2557

แหล่งข้อมูล

ดูเพิ่ม