สมาคมดาราศาสตร์ไทย
ก่อนซื้อ กล้องสองตา ตอนที่ 1

ก่อนซื้อ กล้องสองตา ตอนที่ 1

โดย: พิชิต อิทธิศานต์
ปรับปรุงครั้งล่าสุด 19 ธันวาคม 2559
กล้องสองตา หรือกล้องส่องทางไกล หรือไบน็อค (BINOCULAR) คือกล้องแบบเดียวกัน นับเป็นอุปกรณ์สารพัดประโยชน์อย่างหนึ่งเพราะนอกจากจะได้ส่องดูสิ่งต่าง ๆ บนโลก ไม่ว่าจะเป็น นก หมู หนู แมลง การแสดงคอนเสิร์ต ยังสามารถใช้ส่องดูดาว ตรวจหาความเร้นลับของจักรวาลด้วยสนนราคาที่พอแคะกระปุกซื้อได้
กล้องสองตาสำหรับดูดาวเป็นการลงทุนซื้ออุปกรณ์ดูดาวที่คุ้มค่าคุ้มราคา กล้องขนาดไม่ต้องใหญ่นัก ก็สามารถส่องเห็นหลุมลึกบนดวงจันทร์ได้ ส่องเห็นกาแล็กซีอันไกลโพ้นอย่างงดงาม กระทั่งกวาดหาดาวหางได้ทั้งหัวและหางเต็มจอสวยงาม และนับเป็นการเริ่มต้นการสำรวจท้องฟ้าที่น่ามหัศจรรย์อย่างถูกวิธีอีกด้วย


กล้องสองตา Prakfica Sport เคลือบเลนส์ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต เหมาะกับการใช้ในเวลากลางวัน

หลักพื้นฐานกล้องสองตา

ก่อนจะไปถึงการเลือกกล้องสองตาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ จำเป็นจะต้องรู้หลักพื้นฐานของกล้องสองตากันก่อน เวลาเราไปซื้อกล้องสองตาต้องพบตัวเลขอย่างน้อย 2 ตัว พิมพ์ติดอยู่ที่ตัวกล้องเช่น 7x42, 7x50, 8x30 ตัวเลขสองตัวนี้เป็นตัวเลขพื้นฐานของกล้องสองตาที่ต้องรู้
ตัวแรกบ่งบอกถึงกำลังขยายของกล้อง ตัวหลังคือความกว้างของหน้ากล้องแต่ละข้าง หน่วยเป็นมิลลิเมตร เช่น 7x50 คือกล้องสองตาที่มีกำลังขยาย 7 เท่า มีความกว้างหน้ากล้อง (เส้นผ่านศูนย์กลางของเลนส์วัตถุ) 50 มิลลิเมตร
ความกว้างของหน้ากล้อง ( aperture) บ่งบอกถึงปริมาณแสงที่ผ่านเข้ากล้องได้มากน้อยแค่ไหนที่มีความกว้างหน้ากล้องใหญ่ จะยอมให้แสงผ่านเข้าได้มากกว่า ภาพที่ส่องดูจะสว่างกว่า แต่สำหรับกล้องสองตาที่มีความกว้างหน้ากล้องใหญ่จะมีน้ำหนักมาก เนื่องจากจะต้องใช้เลนส์ขนาดใหญ่สำหรับกล้องสองตาที่เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ดูกีฬา ดูคอนเสิร์ต ใช้ในเวลากลางวันควรเป็นแบบพกพาสะดวกน้ำหนักเบา ขนาด หน้ากล้องประมาณ 20 มม.ถึง 35 มม. เป็นขนาดที่เหมาะสมดีแต่ถ้าต้องการกล้องสองตาที่เหมาะสมสำหรับใช้ดูดาวจะต้องมีหน้ากล้องไม่ต่ำกว่า 40 มม.
กำลังขยาย (magniflcation) โดยทั่วไปเรามักจะคิดว่ากำลังขยายยิ่งมากคุณภาพของกล้องยิ่งดี ยิ่งสามารถเห็นวัตถุไกล ๆ ได้ชัดขึ้น ความจริงไม่ใช่ กำลังขยาย 7 เท่า ( 7x ) ในกล้องสองตาหมายความว่า เราสามารถเห็นวัตถุระยะไกลใกล้เข้ามา 7 เท่าตัวซึ่งเป็นกำลังขยายที่เหมาะสมสำหรับกล้องสองตา กำลังขยายที่มากกว่า 7 เท่า สำหรับกล้องสองตา จะเพิ่มความลำบากในการส่องดูมากขึ้น เนื่องเพราะมือคนเราไม่เที่ยง หากส่องด้วยกล้องกำลังขยายสูงภาพมักสั่นไหวเกิดอาการเวียนศีรษะได้ง่าย แต่กล้องสองตาในท้องตลาดก็มีที่ใช้กำลังขยาย 10x, 16x, หรือแม้แต่ 20x และ 30x ก็มี ซึ่งกล้องระดับนี้เวลาใช้ต้องมีขาตั้งกล้อง
นอกจากนี้ก็ยังมีตัวเลขหนึ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความกว้างของหน้ากล้องและกำลังขยายนั่นคือ ม่านตา (exitpupil) ซึ่งหมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของลำแสงที่ผ่านเลนส์ตาเข้าสู่ตาของผู้สังเกตการณ์ ตัวเลขม่านตานั้นสามารถหาได้โดยนำเอาตัวเลขความกว้างของหน้ากล้องหารด้วยกำลังขยาย เช่น กล้องสองตา 7x50 จะมีค่าม่านตา เท่ากับ 50/7 เท่ากับ 7 มม. โดยประมาณ กล้องสองตา 7x42 จะมีค่าม่านตาเท่ากับ 6 มม.

ตัวเลขจะสัมพันธ์กับรูม่านตาของคนเรา คือในขณะที่เราอยู่ในที่มืดม่านตาของคนเราจะเปิดออกได้กว้างที่สุด 7มม. เพื่อที่จะสามารถส่งผ่านแสงเข้าสู่รูม่านตาได้ทั้งหมดโดยไม่ตกหล่น ภาพที่ปรากฏจะคมชัดที่สุด แต่ในเวลากลางวันรูม่านตาของคนเราจะเปิดกว้างไม่ถึง 7 มม. กล้องสองตาก็ไม่จำเป็นต้องให้กว้างถึง 7 มม. แต่การเลือกซื้อกล้องสองตาที่มีค่าม่านตาสูงจะใช้ประโยชน์ได้กว้างขวางขึ้น หากไม่มีความแตกต่างของราคามากนัก

กล้องสองตาที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในสภาพแสงน้อย มักจะมีค่าม่านตาเท่ากับ 7 มม. หรือ 10x15 เป็นต้น


ขนาดหน้ากล้องเล็กหรือใหญ่ มีความสำคัญต่อการรวมแสง กล้องที่มีขนาดหน้ากล้องใหญ่จะรวมแสงได้ดีกว่า แต่น้ำหนักจะมากกว่า


รูม่านตาหรือ exit pupil ใหญ่หรือเล็กให้ผลแตกต่างกันมาก รูม่านตาขนาดใหญ่จะยอมให้แสงผ่านเข้าตาได้ง่ายกว่ารูม่านตาขนาดเล็ก

ระยะสบายตา หรือ eye relief สามารถทดลองได้ด้วยตนเอง โดยให้แสงผ่านหน้ากล้อง ทะลุผ่านเลนส์ตาแล้วหาฉากมารับ ระยะจากเลนส์ตาถึงฉากเรียกว่า ระยะสบายตา

คุณมีปัญหาเรื่องสายตาหรือเปล่า

สำหรับผู้ที่ต้องใส่แว่นก่อนจะเลือกซื้อกล้องสองตาจะต้องสนใจสิ่งที่เรียกว่า eye relief หรือระยะสบายตา หรือระยะที่จะบอกว่าคุณต้องจรดลูกตาของคุณห่างจากเลนส์ตาใกล้แค่ไหน จึงจะสามารถมองภาพได้เต็มจอระยะสบายตานี้สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องสวมใส่แว่นตาเป็นอันมาก แม้ว่าคนใส่แว่นตาและใช้กล้องสองตาได้เหมือนเช่นคนสายตาปกติ โดยการปรับระยะชัดใหม่ที่ตัวกล้องได้ก็ตาม แต่จะก่อความรำคาญมากเพราะต้องใส่ถอดแว่นบ่อย ๆ
ในกรณีที่ไม่ต้องการถอดแว่นโดยใช้กล้องสองตาเห็นได้เต็มจอ ต้องเลือกระยะสบายตาที่มีค่าอย่างน้อยที่สุด 14 มม. หรือ 15 มม. วัดจากขอบเลนส์ใกล้ตาออกมา
กล้องสองตาบางรุ่นมีค่าระยะสบายตาถึง 18 มม. หรือ 23 มม. สามารถดูห่าง ๆ ตาได้สบาย ๆ ขณะที่บางรุ่นมีระยะสบายตาแค่ 8 มม. หรือ 9 มม. ซึ่งจะต้องเอาตาจ่อติดเลนส์จึงจะเห็นเต็มจอทั้งปวดตาและขนตาจะไปขีดข่วนเลนส์ได้ง่ายอีกด้วย

ต้องการจอกว้างแค่ไหน

บนกล้องสองตาทุกตัวจะต้องมีตัวเลขบอกความกว้างของจอภาพ( field of view) เอาไว้ด้วยตัวเลข เช่น 367 ฟุต ต่อ 1,000 หลา หรือ 120 เมตร ต่อ 1,000 เมตร ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกถึงกล้องสองตาดังกล่าว สามารถมองทิวทัศน์ระยะห่าง 1,000 หลา หรือ 1,00 เมตร ได้กว่างถึง 367 ฟุต และ 120 เมตร ตามลำดับ
ในการสังเกตการณ์ระยะไกลความกว้างของจอมักนิยมใช้มุมองศาเป็นตัวกำหนดแทนระยะฟุตหรือเมตร เช่น ขนาดของดวงจันทร์ ห่างจากโลกประมาณ 380,000 กิโลเมตร จันทร์เต็มดวงมีมุมกว้าง ? องศาหมายความว่าถ้ากล้องสองตามีมุมกว้าง 7 องศา ก็คือ สามารถเห็นดวงจันทร์เต็มดวง 14 ดวงเรียงต่อกันได้ในจอเดียวกัน กล้องสองตาส่วนใหญ่จะมีมุมกว้างเท่ากับ 7 องศา ยกเว้นรุ่นที่มีกำลังขยายสูง ๆ จะมีมุมกว้างเพียง 3 องศาถึง 5 องศา แต่ก็ยังมีกล้องสองตาที่มีมุมกว้างมาก ๆ โดยมีมุมกว้างถึง 8 องศา และ 10 องศา
การเปลี่ยนค่าระยะทางฟุตต่อ 1,000 หลา มาเป็นองศาทำได้ไม่ยาก โดยการนำค่าระยะทางเป็นฟุตหารด้วย 52.5 และการเปลี่ยนเมตร ต่อ 1,000 เมตร เป็นองศาก็โดยการหารด้วย 17 เช่น กล้องสองตาที่มีความกว้างของจอ 367 ฟุตต่อ 1,000 หลา จะมีมุมกว้างเท่ากับ 367/52.5 หรือ 7 องศากล้องสองตาที่มีความกว้างของจอ 120 เมตร ต่อ 1,000 เมตร จะมีมุมกว้างเท่ากับ 120/17 หรือ 7 องศา


กล้องสองตามี แบ่งงตามลักษณะการจัดวางตัวของปริซึม คือ แบบรูฟ ปริซึม และแบบพอร์โรปริซึม


ต้องเลือกปริซึมแบบไหนดี
แท่งแก้วทรงปริซึมแทรกตัวอยู่ระหว่างเลนส์หน้ากล้องกับเลนส์ตาเป็นตัวหักเหแสงกลับภาพหัวกลับเป็นหัวตั้งนับว่าเจ้าแท่งปริซึมนี้เป็นกลไกลที่สำคัญตัวหนึ่งของกล้องสองตา
ถ้าจะแบ่งเป็นประเภทการเรียงตัวของปริซึมในกล้องสองตา สามารถแบ่งกล้องสองตาออกได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ คือ แบบพอร์ โร ปริซึม ( porro prism )และ แบบรูฟ ปริซึม (roof prism )
ข้อแตกต่างของกล้องสองตาทั้งสองแบบสังเกตง่าย ๆ คือ กล้องสองตาแบบพอร์โร ปริซึม ตัวกล้องจะมีการซิกแซกตรงกลางลำกล้องหรือ มีการหยักเป็นตัว N ขณะที่กล้องสองตาแบบ รูฟ ปริซึม ลำกล้องจะตรงเหมือนกระบอกข้าวหลามสองท่อนมาประกบกัน
โดยทั่วไปกล้องสองตาแบบ พอร์ ปริซึม จะมีราคาต่ำกว่ารูฟ ปริซึม เพราะการประกอบปริซึมแบบรูฟต้องอาศัยความเที่ยงสูงกว่าอาศัยกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนกว่า ทั้งขนาดและรูปร่างของรูฟ ปริซึมก็กะทัดรัดกว่าด้วย
สำหรับเนื้อแก้วที่นำมาทำปริซึมมีอยู่ 2 ประเภทคือ แก้วแบเรียมคราวน์ ( เรียกย่อว่า Bak 4 ) เป็นแก้วคุณภาพสูงอีกประเภทคือ แก้งบอโรชิ ลิเกต ( Bk7) เป็นแก้วกรดต่ำกว่า แต่ในทางปฏิบัติความสว่างของภาพไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก


กล้องสองตายี่ห้อ Tasco Futura ตัวกล้องมียางหุ้ม ช่วยให้การจับยึดมั่นคงขึ้น

เลนส์ดีต้องมีเคลือบ

กล้องสองตาส่วนใหญ่เลนส์จะต้องเคลือบสารแมกนีเซียม ฟลูออไรด์อย่างน้อย ๆ 1 ชั้น เพื่อลดการสะท้อนกลับภายในเนื้อแก้วและให้แสงผ่านเข้ากล้องได้สูงสุด
ในรุ่นราคาต่ำอาจเคลือบสารเฉพาะผิวหน้าของเลนส์วัตถุ แต่ในรุ่นราคาสูงการเคลือบเลนส์มักจะทำทุกชิ้นทั้งผิวนอกและผิวใน และในรุ่นดี ๆ การเคลือบจะเคลือบทั้งตัวเลนส์และปริซึม และเคลือบหลายชั้นที่เรียกว่า multilayer coating หรือ multicoat รุ่นดังกล่าวแสงที่เข้ากล้องจะสะท้อนแสงกลับเพียง 5 เปอร์เซ็นเท่านั้น
การสังเกตว่าเลนส์ของกล้องดูดาวผ่านการเคลือบสารมาหรือไม่ ให้ดูจากสีของเลนส์ เลนส์ที่ถูกเคลือบจะมีสีออกสีฟ้าอมม่วง และเลนส์ที่ถูกเคลือบหลายชั้นจะมีสีเข้มจัดกว่า


กล้องสองตาหลากหลายขนาดของ Pentax


กล้อง Steiner จากเยอรมัน เคลือบสารป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต โดยใช้แหวนสีส้มเป็นสัญลักษณ์

Minolta ออกแบบกล้องสองตาที่กันน้ำได้ ตัวเรือนสีเหลืองสดแตกจากรุ่นทั่ว ๆ ไป

กล้องสองตายี่ห้อ Vixen จากประเทศญี่ปุ่นมีหลายรุ่นให้เลือก

โฟกัสเดี่ยวหรือโฟกัสแยกดีกว่ากัน

กล้องสองตาส่วนใหญ่มีระบบโฟกัสเดี่ยว คือหมุนเลื่อนทีเดียวปรับโฟกัสได้ทั่งกล้องซ้ายขวาซึ่งใช้งานได้สะดวก ส่วนกล้องสองตาที่ทำแบบโฟกัสแยกทีละข้างมักเป็นรุ่นที่ป้องกันความชื้นได้ดีกว่า แม้ว่าจะไม่สะดวกแต่สำหรับงานบางประเภทที่ไม่ต้องโฟกัสบ่อยมากนัก เช่น การดูดาวโดยมากก็ตั้งระยะโฟกัสอนันต์อยู่แล้ว
สำหรับกล้องสองตาที่มีกำลังสูง ๆ ควรมีช่องเสียบต่อกับขาตั้งสามขาเอาไว้ด้วยหรือไม่ก็สามารถใส่แถบหรือตัวล็อกกับสามขาได้ด้วย
ส่วนกล้องที่ต้องใช้กับงานภาคสนามที่ต้องผจญกับน้ำก็ควรพิจารณารุ่นที่กันน้ำได้ด้วย

คุณลักษณะพิเศษที่มองข้ามไปได้

ในเอกสารแนะนำกล้องสองตาแต่ละตัว ยังมีการแสดงค่าต่าง ๆ อีกมากมายอาทิเช่น ค่า twilight factor หรือค่า relative brightness index ( RBI ) ซึ่งเป็นค่าเปรียบเทียบคุณลักษณะของกล้องในขณะที่ใช้ในภาวะแสงต่ำ แต่ในทางปฏิบัติค่านี้ไม่เป็นผลต่อการใช้งานเลยจุดสำคัญของการเลือกซื้อกล้องสองตา ควรพิจารณาเรื่องของความกว้างของหน้ากล้องกำลังขยาย ขนาดม่านตา ตรวจดูเลนส์ว่าเคลือบหรือไม่ เลนส์ยิ่งเคลือบดีเพียงไรภาพก็ยิ่งคมชัดเท่านั้น เหล่านี้คือหัวใจสำคัญของการเลือกซื้อกล้องสองตาที่ควรรู้

กล้องสองตาที่มีแหวนพับได้รอบตา สามารถใช้ได้ทั้งกรณีที่สวมแว่น หรือถอดแว่นเมื่อต้องการสวมแว่นให้กดวงแหวนพับลง

ฟิลด์สโคป