ดาวหางเลมมอน (C/2025 A6)
ดาวหางซี/2025 เอ 6 (เลมมอน) - C/2025 A6 (Lemmon) เป็นดาวหางที่ค้นพบเมื่อต้นปี 2568 จะเข้าใกล้โลกในปลายเดือนตุลาคมและใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 คาดว่าอาจมีความสว่างถึงระดับที่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าจากสถานที่ซึ่งท้องฟ้ามืด ห่างไกลจากเมืองใหญ่ (สว่างที่สุดราวโชติมาตร 4 ซึ่งจำเป็นต้องทราบตำแหน่งที่แน่นอนบนท้องฟ้าจึงจะเห็นได้)
นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวหางเลมมอนเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 จากภาพถ่ายในโครงการเมาต์เลมมอนเซอร์เวย์ (Mount Lemmon Survey) เป็นโครงการสำรวจท้องฟ้าเพื่อค้นหาวัตถุใกล้โลก ซึ่งมีทั้งดาวเคราะห์น้อยและดาวหาง หอดูดาวของโครงการตั้งอยู่บนภูเขาเลมมอนในรัฐแอริโซนาของสหรัฐอเมริกา ระนาบวงโคจรของดาวหางเอียงทำมุม 144° กับระนาบวงโคจรของโลก ดาวหางจึงเคลื่อนในทิศตรงกันข้ามกับทิศทางที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดาวหางเลมมอนจะผ่านใกล้โลกที่สุดในวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ระยะ 0.5962 หน่วยดาราศาสตร์ (ประมาณ 89 ล้านกิโลเมตร) และผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่ระยะ 0.5299 หน่วยดาราศาสตร์ (ประมาณ 79 ล้านกิโลเมตร)
ดาวหางเลมมอนเป็นดาวหางที่มีคาบยาวนานกว่าพันปี ข้อมูลวงโคจรแสดงว่าก่อนจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในปีนี้อาจเคยเข้ามาเมื่อประมาณ 1,350 ปีก่อน หลังจากผ่านเข้ามาครั้งนี้แล้วแรงโน้มถ่วงรบกวนจากวัตถุต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวพฤหัสบดี (ดาวหางผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดีเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2568 ที่ระยะ 2.33 หน่วยดาราศาสตร์) ทำให้คาบสั้นลงเหลือประมาณ 1,150 ปี
ช่วงแรกดาวหางอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ปลายเดือนกันยายนมีโชติมาตร 8 อยู่ในกลุ่มดาวแมวป่า คาดว่าจะสว่างกว่าโชติมาตร 6 ตั้งแต่ประมาณวันที่ 9 ตุลาคม เป็นต้นไป และสังเกตบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดได้ถึงประมาณวันที่ 18 ตุลาคม ช่วงดังกล่าวดาวหางเคลื่อนผ่านกลุ่มดาวหมีใหญ่ และหมาล่าเนื้อ
วันที่ 19 ตุลาคม ดาวหางเลมมอนจะย้ายไปปรากฎบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก ต้องรอให้ท้องฟ้ามืดลงพอสมควรจึงเริ่มสังเกตได้ ช่วงแรกอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า หลังจากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นเมื่อเทียบตำแหน่งในเวลาเดียวกันของทุกวัน แต่เมื่อถึงต้นเดือนพฤศจิกายนจะเริ่มเคลื่อนต่ำลง
ดาวหางใกล้โลกที่สุดในวันที่ 21 ตุลาคม แต่อาจไม่ใช่วันที่สว่างที่สุด คาดว่าดาวหางจะสว่างที่สุดในช่วงวันที่ 25 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 ที่โชติมาตร 4
● C/2025 A6 (Lemmon) - Seiichi Yoshida
● CBET 5508 - Central Bureau for Astronomical Telegrams
● CBET 5594 - Central Bureau for Astronomical Telegrams
● รู้จักดาวหาง
● แผนที่ฟ้าออนไลน์ แสดงตำแหน่งดาวและวัตถุท้องฟ้าในเวลาจริง
นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวหางเลมมอนเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 จากภาพถ่ายในโครงการเมาต์เลมมอนเซอร์เวย์ (Mount Lemmon Survey) เป็นโครงการสำรวจท้องฟ้าเพื่อค้นหาวัตถุใกล้โลก ซึ่งมีทั้งดาวเคราะห์น้อยและดาวหาง หอดูดาวของโครงการตั้งอยู่บนภูเขาเลมมอนในรัฐแอริโซนาของสหรัฐอเมริกา ระนาบวงโคจรของดาวหางเอียงทำมุม 144° กับระนาบวงโคจรของโลก ดาวหางจึงเคลื่อนในทิศตรงกันข้ามกับทิศทางที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดาวหางเลมมอนจะผ่านใกล้โลกที่สุดในวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ระยะ 0.5962 หน่วยดาราศาสตร์ (ประมาณ 89 ล้านกิโลเมตร) และผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่ระยะ 0.5299 หน่วยดาราศาสตร์ (ประมาณ 79 ล้านกิโลเมตร)
ดาวหางเลมมอนเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 (จาก Dimitrios Katevainis / Wikimedia Commons)
ดาวหางเลมมอนเป็นดาวหางที่มีคาบยาวนานกว่าพันปี ข้อมูลวงโคจรแสดงว่าก่อนจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในปีนี้อาจเคยเข้ามาเมื่อประมาณ 1,350 ปีก่อน หลังจากผ่านเข้ามาครั้งนี้แล้วแรงโน้มถ่วงรบกวนจากวัตถุต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวพฤหัสบดี (ดาวหางผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดีเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2568 ที่ระยะ 2.33 หน่วยดาราศาสตร์) ทำให้คาบสั้นลงเหลือประมาณ 1,150 ปี
ดาวหางในเวลาเช้ามืด
ช่วงแรกดาวหางอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ปลายเดือนกันยายนมีโชติมาตร 8 อยู่ในกลุ่มดาวแมวป่า คาดว่าจะสว่างกว่าโชติมาตร 6 ตั้งแต่ประมาณวันที่ 9 ตุลาคม เป็นต้นไป และสังเกตบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดได้ถึงประมาณวันที่ 18 ตุลาคม ช่วงดังกล่าวดาวหางเคลื่อนผ่านกลุ่มดาวหมีใหญ่ และหมาล่าเนื้อ
แผนที่ดาวแสดงตำแหน่งดาวหางซี/2025 เอ 6 (เลมมอน) ระหว่างปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม 2568 คำนวณที่เวลาเช้ามืดของทุกวัน ดาวหางอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เคลื่อนผ่านกลุ่มดาวแมวป่า สิงโตเล็ก หมีใหญ่ และหมาล่าเนื้อ วันที่ 24 กันยายน อาจสว่างราวโชติมาตร 8 หลังจากนั้นมีความสว่างเพิ่มขึ้นด้วยอัตราประมาณ 0.1-0.2 อันดับต่อวัน วันที่ 18 ตุลาคม อาจอยู่ที่โชติมาตร 4-5 แต่วันท้าย ๆ ดาวหางจะอยู่ใกล้ขอบฟ้าจนอาจสังเกตได้ยาก (จาก Cartes du Ciel 4.3)
| วันที่ | ขึ้นเหนือขอบฟ้า | โชติมาตร | มุมเงยเมื่อเวลา 05:10 น. |
|---|---|---|---|
| 10 ตุลาคม | 03:14 น. | 5.7 | 20° |
| 11 ตุลาคม | 03:24 น. | 5.6 | 19° |
| 12 ตุลาคม | 03:36 น. | 5.4 | 16° |
| 13 ตุลาคม | 03:49 น. | 5.2 | 14° |
| 14 ตุลาคม | 04:03 น. | 5.1 | 12° |
| 15 ตุลาคม | 04:18 น. | 4.9 | 9° |
| 16 ตุลาคม | 04:35 น. | 4.8 | 6° |
| 17 ตุลาคม | 04:52 น. | 4.7 | 3° |
| 18 ตุลาคม | 05:09 น. | 4.5 | 0° |
หมายเหตุ : คำนวณสำหรับกรุงเทพฯ แตกต่างได้เล็กน้อยสำหรับสถานที่อื่น
ดาวหางในเวลาหัวค่ำ
วันที่ 19 ตุลาคม ดาวหางเลมมอนจะย้ายไปปรากฎบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก ต้องรอให้ท้องฟ้ามืดลงพอสมควรจึงเริ่มสังเกตได้ ช่วงแรกอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า หลังจากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นเมื่อเทียบตำแหน่งในเวลาเดียวกันของทุกวัน แต่เมื่อถึงต้นเดือนพฤศจิกายนจะเริ่มเคลื่อนต่ำลง
ดาวหางใกล้โลกที่สุดในวันที่ 21 ตุลาคม แต่อาจไม่ใช่วันที่สว่างที่สุด คาดว่าดาวหางจะสว่างที่สุดในช่วงวันที่ 25 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 ที่โชติมาตร 4
แผนที่ดาวแสดงตำแหน่งดาวหางซี/2025 เอ 6 (เลมมอน) ระหว่างกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน 2568 คำนวณที่เวลาหัวค่ำของทุกวัน ดาวหางอยู่ทางทิศตะวันตก เคลื่อนผ่านกลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ งู และคนแบกงู วันที่ 19 ตุลาคม อาจสว่างราวโชติมาตร 4-5 หลังจากนั้นมีความสว่างเพิ่มขึ้นไปถึงราวโชติมาตร 3-4 ในช่วงวันที่ 25 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน ก่อนจะลดความสว่างลงและสังเกตยากขึ้นเรื่อย ๆ (จาก Cartes du Ciel 4.3)
| วันที่ | ตกลับขอบฟ้า | โชติมาตร | มุมเงยเมื่อเวลา 18:50 น. |
|---|---|---|---|
| 19 ตุลาคม | 18:58 น. | 4.4 | 1° |
| 20 ตุลาคม | 19:08 น. | 4.3 | 3° |
| 21 ตุลาคม | 19:18 น. | 4.2 | 6° |
| 22 ตุลาคม | 19:27 น. | 4.1 | 8° |
| 23 ตุลาคม | 19:35 น. | 4.0 | 10° |
| 24 ตุลาคม | 19:42 น. | 4.0 | 11° |
| 25 ตุลาคม | 19:48 น. | 3.9 | 13° |
| 26 ตุลาคม | 19:53 น. | 3.9 | 14° |
| 27 ตุลาคม | 19:57 น. | 3.9 | 15° |
| 28 ตุลาคม | 20:00 น. | 3.9 | 16° |
| 29 ตุลาคม | 20:03 น. | 3.9 | 17° |
| 30 ตุลาคม | 20:04 น. | 3.9 | 17° |
| 31 ตุลาคม | 20:05 น. | 3.9 | 18° |
| 1 พฤศจิกายน | 20:06 น. | 3.9 | 18° |
| 2 พฤศจิกายน | 20:06 น. | 4.0 | 18° |
| 3 พฤศจิกายน | 20:05 น. | 4.0 | 18° |
| 4 พฤศจิกายน | 20:04 น. | 4.0 | 17° |
| 5 พฤศจิกายน | 20:03 น. | 4.1 | 17° |
| 6 พฤศจิกายน | 20:01 น. | 4.2 | 16° |
| 7 พฤศจิกายน | 19:59 น. | 4.3 | 16° |
| 8 พฤศจิกายน | 19:56 น. | 4.4 | 15° |
| 9 พฤศจิกายน | 19:54 น. | 4.5 | 15° |
| 10 พฤศจิกายน | 19:51 น. | 4.6 | 14° |
| 11 พฤศจิกายน | 19:47 น. | 4.7 | 13° |
| 12 พฤศจิกายน | 19:44 น. | 4.8 | 12° |
| 13 พฤศจิกายน | 19:40 น. | 4.9 | 11° |
| 14 พฤศจิกายน | 19:37 น. | 5.0 | 10° |
| 15 พฤศจิกายน | 19:33 น. | 5.2 | 9° |
| 16 พฤศจิกายน | 19:29 น. | 5.3 | 8° |
| 17 พฤศจิกายน | 19:25 น. | 5.4 | 7° |
| 18 พฤศจิกายน | 19:21 น. | 5.6 | 7° |
หมายเหตุ : คำนวณสำหรับกรุงเทพฯ แตกต่างได้เล็กน้อยสำหรับสถานที่อื่น
แหล่งข้อมูล
● C/2025 A6 (Lemmon) - Solar System Dynamics (JPL/NASA)● C/2025 A6 (Lemmon) - Seiichi Yoshida
● CBET 5508 - Central Bureau for Astronomical Telegrams
● CBET 5594 - Central Bureau for Astronomical Telegrams
ดูเพิ่ม
● เวลาเกิดแสงสนธยาและเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น-ตก● รู้จักดาวหาง
● แผนที่ฟ้าออนไลน์ แสดงตำแหน่งดาวและวัตถุท้องฟ้าในเวลาจริง



