สมาคมดาราศาสตร์ไทย

กิจกรรมดาราศาสตร์สัญจร Star Party ท่องเที่ยวแอ่วเมืองน่าน “กระซิบรัก ล่าทางช้างเผือก ดอยเสมอดาว”

ณ ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ต.ศรีษะเกษ อ.นาน้อย จ.น่าน



          เดือนพฤศจิกายนเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ท้องฟ้าโปร่งเปิดสดใส ลมหนาวเย็นพัดมา  เป็นเดือนแห่งท่องเที่ยวชมธรรมชาติขุนเขา ไปสำรวจท้องฟ้านอนดูดาว ดูทางช้างเผือก ดูดาวตก หาดาวชาละวันดาวฤกษ์ชื่อไทย  ไปรับลมหนาวบนดอยสูงทางภาคเหนือ กิจกรรมครั้งนี้จะพาท่านไปนอนดูดาว ล่าทางช้างเผือกกันอีกครั้ง ผู้ที่พลาดไปกับทริปครั้งก่อน สถานที่ที่จะพาไปนอนดูดาวที่มีชื่อเสียงเป็นสถานที่นอนดูดาวที่ดีที่สุด ใน 10 สถานที่ดูดาว ของประเทศไทย ที่ใครๆ ได้ยินชื่อดอยแห่งนี้แล้ว ก็อยากจะไปสักครั้งหนึ่งในชีวิต ที่นั่นคือ “ดอยเสมอดาว” อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ต.ศรีษะเกษ อ.นาน้อย จ.น่าน “ดอยเสมอดาว” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนเหมาะกับการดูดาวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นลานกว้าง มีลานดูดาวบนสันเขา เห็นดาวเต็มท้องฟ้าระยิบระยับเหมือนท่านอยู่ท่ามกลางทะเลดาว สถานที่แห่งนี้ยังมีจุดเด่นอีกอย่างคือ สามรถเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในที่เดียวกัน เช้าเห็นทะเลหมอก และยังได้เห็นแสงจักรราศี (Zodiacal Light) ได้อีกด้วย



        สมาคมดาราศาสตร์ไทย ขอเชิญชวนท่านสมาชิกฯ และผู้สนใจร่วมเดินทางกับเรา ไปท่องเที่ยวกับกิจกรรมดาราศาสตร์สัญจร ท่องเที่ยวแอ่วเมืองน่าน ไปสัมผัสกับวิถีชีวิตคนเมืองน่าน ตามหา “ปู่ม่าน ย่าม่าน” (กระซิบรักบันลือโลก) ที่วัดภูมินทร์ สักการะศาลหลักเมืองที่ วัดมิ่งเมือง สักการะพระบรมธาตุแช่แห้ง ที่วัดพระธาตุแช่แห้ง สักการะพระบรมสารีริกธาตุที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ชมพระยางาช้างดำ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เป็นของโบราณเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดน่าน มีแห่งเดียวในไทย  กินลม ชมวิว รับลมหนาว นอนดูดาว ชมทางช้างเผือก ดูฝนดาวตก บนดอยสูงที่ “ดอยเสมอดาว”  กับกิจกรรมดาราศาสตร์สัญจร Star Party ท่องเที่ยวแอ่วเมืองน่านครั้งนี้กันกับ 
     

“กระซิบรัก ล่าทางช้างเผือก ดอยเสมอดาว” วันศุกร์ที่ 17 วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2560 แรม 15 ค่ำ   ณ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ต.ศรีษะเกษ  อ.นาน้อย จ.น่าน

 

        ดอยเสมอดาว เป็นดอยหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีความสูงประมาณ 888  เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง จุดเด่นของดอยเสมอดาว คือ เป็นดอยสูงมีลานเปิดกว้าง ที่สามารถชมดวงอาทิตย์ขึ้น และดวงอาทิตย์ตกได้ในสถานที่เดียวกัน มีจุดชมวิว ลานดูดาวบนสันเขา เป็นสถานที่ดูดาว ที่เห็นดาวได้ชัดเจน และทางช้างเผือกเห็นได้ชัดที่สุดเพราะไม่มีแสงไฟตัวเมืองมารบกวน เหมาะกับการนอนดูดาว ถ่ายภาพดาวและทางช้างเผือก ที่ติด ใน 10 เป็นสถานที่ดูดาวที่ดีที่สุดของประเทศไทย นอกจากกิจกรรมนอนดูดาว ชมทางช้างเผือกแล้ว ดูดาวตก จะพาท่านท่องเที่ยวสถานที่ที่ใกล้เคียง ไม่ไกลนักคือ  “ผาหัวสิงห์”  เป็นหินผาที่มองเห็นเป็นหัวสิงโต ข้างบนเป็นจุดชมวิวดูได้รอบทิศ 360 องศา และที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีสถานที่ท่องเที่ยง คือ “ผาชู้” บนยอดผาชู้มีธงชาติไทยอยู่ข้างบนจึงมีที่มา “สายธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทย” และยังพาท่านไปท่องเที่ยวไหว้พระตามวัดในตัวจังหวัดน่าน เช่น สักการะศาลหลักเมืองที่วัดมิ่งเมือง เพื่อเป็นสิริมงคลที่มาเยือนเมืองน่าน, วัดภูมินทร์ ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังภาพ “ปู่ม่าน ย่าม่าน” หรือภาพกระซิบรักบันลือโลก สักการะพระประธานจตุรพักตร์นาคสะดุ้งที่หันพระพักตร์ทั้ง ด้าน,  วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง (เป็นพระธาตุประจำปีเกิดนักษัตรของคนที่เกิดปีเถาะ [ปีกระต่าย], วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ที่บรรจุพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เพื่อเป็นสิริมงคล, ชมพระยางาช้างดำ หนึ่งเดียวของไทยเป็นของโบราณเก่าแก่ของเมืองน่าน ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน   ค่ำคืนวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560  เราจะไปนอนค้างคืนบนดอยเสมอดาว (นอนเต็นท์ของอุทยานฯ) ทำกิจกรรมเรียนรู้การดูดาวเบื้องต้น, ใช้แผนที่ฟ้า, สังเกตลักษณะของกลุ่มดาว, ชมทางช้างเผือก, วัตถุท้องฟ้ากระจุกดาว, วัตถุ ต่างๆ,  กาเล็กซีเพื่อนบ้าน แอนดรอเมดา, ดูดาวเคราะห์ผ่านกล้องโทรทรรศน์เช่น ดาวพุธ, และชมวงแหวนดาวเสาร์(ก่อนลับขอบฟ้าช่วงเย็น) ดาวอังคาร, ดาวพฤหัสบดี, ดาวศุกร์(ก่อนเช้าวันใหม่) วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2560 วันเดินทางกลับมาแวะ วัดท่าหลวง สักการะหลวงพ่อเพชร จังหวัดพิจิตร เหื่อเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ



กำหนดการเดินทาง 

วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
20:30 น.  –  พร้อมกันมาลงทะเบียน ที่สมาคมดาราศาสตร์ไทย (มีอาหารว่างให้ทุกท่านก่อนออกเดินทาง)
21:00 น.  –  ออกเดินทางด้วยรถตู้ปรับอากาศ VIP จากสมาคมดาราศาสตร์ไทย สู่จังหวัดน่าน

วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
07:00 น.  –  ถึงจังหวัดน่าน แวะที่ร้านอาหารในตัวเมืองเพื่อมาทานอาหารเช้า ทำธุระส่วนตัว  แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
08:00 น.  –  ออกเดินทางไปสักการะศาลหลักเมือง หรือที่ชาวพื้นเมืองน่านรียกว่า “เสามิ่ง” หรือเสามิ่งเมือง จึงเป็นที่มาที่เรียกว่า 
                     วัดมิ่งเมือง เพื่อเป็นสิริมงคลที่มาเมืองน่าน ชมพระอุโบสถล้านนาร่วมสมัย ลวดลายปูนปั้น
                     สีขาวอันวิจิตรอลังการสกุลช่างเชียงแสนโบราณ ในวิหารมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพตำนานประวัติเมืองน่าน
08:30 น.  –  ออกเดินทางไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ชมพระยางาช้างดำ หนึ่งเดียวของประเทศไทย เป็นของโบราณที่เก่าแก่
                    หาชมได้ยากเป็นสิ่งคู่บ้านคู่เมืองของเมืองน่าน ชมเกี่ยวกับชาติพันธุ์ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยพื้นเมืองภาคเหนือ
                    รวมทั้งเครื่องใช้ของชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดน่าน และทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะของเมืองน่าน
                    ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
09:00 น.  –  ออกเดินทางไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร (อยู่ฝั่งตรงข้ามกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน)
09:30 น.  –  ออกเดินทางไปนมัสการพระจตุรพักตร์นาคสะดุ้ง พระประธานที่หันพระพักตร์ออกทั้ง ด้าน ที่วัดภูมินทร์ 
                     เป็นพระพุทธรูป ที่งดงามหนึ่งเดียวของไทย ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังในวิหารหลวงจัตุรมุข ภาพชาดกในพุทธศาสนา 
                     วิถีชีวิตของคนเมืองในสมัยนั้น มีภาพที่น่าสนใจหลายภาพ แต่มีภาพเด่นอยู่หนึ่งภาพ เป็นภาพของ “ปู่ม่าน ย่าม่าน” ซึ่งเป็น                                         
                     คำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อในสมัยโบราณกระซิบสนทนากัน จึงเป็นที่มาของภาพ “กระซิบรักบันลือโลก” 
10:00 น.  –  ออกเดินทางไปสักการะพระบรมธาตุแช่แห้ง บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
10:20 น.  –   ถึงวัดพระธาตุแช่แห้ง พระบรมธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดนักษัตรของคนที่เกิดปีเถาะ [ปีกระต่าย เป็นปีชง
                     ของปีนี้] เป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน องค์พระธาตุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจากกรุงสุโขทัย  
11:00 น.  –  เดินทางไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารใกล้พระบรมแช่แห้ง พักผ่อนตามอัธยาศัย
11:30 น.  –  ออกเดินทางไปที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
14:30 น.  –  ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ลงทะเบียนเยี่ยมชม พบเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เดินชม ผาชู้ ที่มีสายธงชาติที่ยาวที่สุด
                    ประเทศไทย ชมวิวรอบๆ ที่ทำการอุทยานฯ แล้วออกเดินทางไปยังดอยเสมอดาวที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำการ
15:00 น.  –  ถึงดอยเสมอดาว พักผ่อนตามอัธยาศัย นำสัมภาระไว้ในเต็นท์ที่อุทยานฯจัดไว้ให้ ที่ลานกางเต็นท์ของอุทยานฯ 
15:30 น.  –  พร้อมกันที่ลานดูดาวบนสันเขาเริ่มกิจกรรมการบรรยาย การดูดาวเบี่ยงต้น การขึ้นและตกของดวงดาว ทรงกลมท้องฟ้า
                     การวัดมุมดาว การใช้แผนที่ดาวอย่างถูกต้อง การใช้กล้องโทรทรรศน์ การใช้กล้องสองตา (กล้องส่องทางไกล) ค่ำคืนนี้เรา               
                     จะสำรวจดูอะไรบ้าง การสังเกตลักษณะกลุ่มดาวจักรราศีและกลุ่มดาวสำคัญๆ สังเกตลักษณะของทางช้างเผือก และเทคนิค
                     การถ่ายภาพดาว และทางช้างเผือก
16:30 น.  –  พักผ่อนตามอัธยาศัย จะเดินชมวิวถ่ายภาพบนดอยเสมอดาว หรือจะถ่ายภาพกับผาหัวสิงห์ที่อยู่ใกล้ๆ กัน หรือจะขึ้นไปบน
                     ยอดผาหัวสิงห์ที่เป็นจุดชมวิวดูได้โดยรอบ 360 องศา  ชมดวงอาทิตย์ตกบนดอยเสมอดาว สังเกตแสงจักรราศี 
                    (Zodiacal Light) หลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปแล้ว (มองเห็นได้ยากมาก)
17:00 น.  –  รับประทานอาหารเย็น พักผ่อนตามอัธยาศัย ช่วงเวลานี้ก่อนดวงอาทิตย์ตกเป็นช่วงที่ท้องฟ้าทิศตะวันตกสวยงามมาก
18:00 น.  –  มาพร้อมกันที่บนสันเขาลานดูดาว สำรวจท้องฟ้าจริงดวงดาวปรากฏให้เห็น มาดูดาวเคราะห์ ดวงผ่านกล้อง โทรทรรศน์
                     ดาวเสาร์ และดาวพุธ กันก่อนที่ดาวเคราะห์ทั้ง ดวงนี้จะตกรับขอบฟ้าไปก่อนทางทิศตะวันตก นั่นคือเราจะมีเวลาดู
                     ดาวเคราะห์ ดวงนี้ได้เพียง ชั่วโมง  มาชมกาเล็กซีเพื่อนบ้านที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าคือ กาเล็กซี แอนโดรเมดา   
                     สังเกตกลุ่มดาวทางขั้วฟ้าเหนือ และทางซีกฟ้าใต้ โดยใช้แผนที่ฟ้า(แผนที่ดาว) วัดมุมดาว หากลุ่มดาวที่บอกตำแหน่งทิศ 
                     เหนือ สังเกตลักษณะกลุ่มดาวจักรราศีและกลุ่มดาวสำคัญๆ  ตำแหน่งเส้นต่างๆ บนท้องฟ้า  สังเกตวัตถุท้องฟ้าผ่านกล้อง
                     โทรทรรศน์ เช่น M57 เนบิวลาวงแหวน, M1 เนบิวลาปู (ซุปเปอร์โนวา), กระจุกดาวคู่, สังเกตทางช้างเผือก
22:00 น.  –  รับประทานอาหารว่าง กาแฟ, โอวัลติน ร้อนๆ คลายความหนาวกัน
23:00 น.  –  พักผ่อนตามอัธยาศัย หรือท่านใดที่ยังไม่ง่วงอยากจะถ่ายภาพดาว อยากจะดูดาวต่อ มาดูวัตถุชนิด เช่น 
                     M35 กระจุกดาวเปิด, M42 เนบิวลาสว่างใหญ่ M45 กระจุกดาวลูกไก่,  M41 ผ่านกล้องโทรทรรศน์ และคืนวันนี้ต่อเช้า
                     วันพรุ่งนี้ยังพอจะได้เห็นฝนดาวตกสิงโต (Leonid Meteor Shower) ได้อีก (17 ต่อ 18 พฤศจิกายน ของทุกปี)
วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
04:00 น.  –  ตื่นมาดูกลุ่มดาวขึ้นมาใหม่ก่อนเช้าที่แสงรุ่งอรุณสีทองจะมา  สังเกตดาวฤกษ์ดวงแรกชื่อไทย ในเอกภพคือ ดาวชาละวัน
                    (47 Ursae Majoris) อยู่ในกลุ่มดาวหมีใหญ่ หรือกลุ่มดาวจระเข้ สามรถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ชมทางช้างเผือกที่เปลี่ยน
                    ตำแหน่ง ตามล่าหาดาวเทียมกันจะเห็นได้ดีก่อนเช้ามืด ชมดาวอังคาร, ดาวพฤหัสบดี และดาวศุกร์ ขมแสงจักรราศี
                     (Zodiacal Light) ก่อนที่แสงรุ่งอรุณของดวงอาทิตย์ขึ้นอบฟ้า รับลมเย็นที่สันเขา รอชมดวงอาทิตย์ขึ้น ชมทะเลหมอก 
                     ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พักผ่อนตามอัธยาศัย เก็บสัมภาระส่วนตัวให้เรียบร้อย
07:00 น.  –  รับประทานอาหารเช้า พักผ่อนตามอัธยาศัย  เตรียมตัวเดินทางออกจากดอยเสมอดาว
08:00 น.  –  ออกเดินทางจากดอยเสมอดาว ไปท่องเที่ยวกันต่อที่ จังหวัดพิจิตร มนัสการหลวงพ่อเพชร ที่วัดท่าหลวง ตำบลในเมือง
                     อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร เมืองแห่งตำนานไกรทองและชาละวัน
12:00 น.  –  ถึงจังหวัดพิจิตรไปมนัสการหลวงพ่อเพชร
12:30น.  –  ทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารในจังหวัดพิจิตร 
13:00 น.  –  ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
21:00 น.  –  ถีงกรุงเทพฯ ที่สมาคมดาราศาสตร์ไทยโดยสวัสดิภาพ




หมดเขตรับสมัครลงทะเบียนวันจันทร์ที่  20 กันยายน 2560  (รับจำนวนจำกัด 25 ท่าน)

อัตราค่าลงทะเบียนร่วมกิจกรรมสัญจร
ประเภทที่พักเต็นท์นอนออุทยานฯอัตราค่าสมัครต่อท่าน (บาท) บุคคลทั่วไปค่าสมัครต่อท่าน(บาท) สำหรับสมาชิกฯ
เต็นท์นอน ท่าน   พร้อมเครื่องนอน
ที่รองนอน   หมอน   ถุงนอน  ชุด
6,150.- บาท5,850.- บาท
เต็นท์นอน ท่าน   พร้อมเครื่องนอน
ที่รองนอน   หมอน   ถุงนอน  ชุด
6,325.- บาท6,025.- บาท
]สมัครมาเป็นกลุ่ม คนขึ้นไปมีส่วนลด100.- บาท-


ค่าลงทะเบียนร่วมกิจกรรมตามรายการข้างต้น โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้
1. ค่ารถตู้ปรับอากาศ     2. ค่าอาหาร มื้อ     3. ค่าที่พักเต็นท์นอนอุทยานฯ  (เต็นท์นอน คน) พร้อมเครื่องนอน ที่รองนอน, หมอน, และถุงนอน   4. ค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานฯ   5. ค่าแผนที่ฟ้า ไฟฉายแดง และเอกสารของกิจกรรม   6. ค่าเบี้ยประกันการเดินทาง
7. ค่าบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ท่านละ 20 บาท   

สิ่งที่ต้องเตรียมนำติดตัวไป
1.  ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น   2. เสื้อกันหนาว   3. หมวกกันน้ำค้าง   4. ยารักษาโรคประจำตัว   5. ไฟฉายส่องทาง
6. ถุงนอนภาคสนาม (ถ้ามี)   7. ยากันยุง   8. ร่มพับได้ หรือหมวกติดไปด้วยเพราะกลางวันอากาศร้อนตอนเดินทางไปท่องเที่ยว

หมายเหตุ   1.  กำหนดการดังกล่าวข้างต้น  อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมตามสภาพอากาศ
                   2.  ถ้าสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมไม่ถึง   ท่าน  สมาคมฯ ขอสงวนสิทธิ์ขอยกเลิกจัดกิจกรรม (สมาคมฯ จะคืน
                        ค่าลงทะเบียนให้กับสมาชิก)
                   3.  ในกรณีที่ท่านสมัครลงทะเบียนกิจกรรมสัญจรที่ชำระเงินแล้ว จะขอยกเลิกโปรดแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ สมาคมฯ ดังนี้
                        3.1  แจ้งภายในวันที่ พฤศจิกายน 2560  คืนเงินค่าลงทะเบียนทั้งหมด
                        3.2  แจ้งภายในวันที่   – พฤศจิกายน 2560  สมาคมฯ ขอสงวนสิทธิเก็บค่าใช้จ่าย 50% ของค่าลงทะเบียน   
                        3.3  แจ้งหลังจากวันที่  พฤศจิกายน 2560  สมาคมฯ ขอสงวนสิทธิเก็บค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนของค่าลงทะเบียน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สมาคมดาราศาสตร์ไทย  เลขที่ 928 ชั้น ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-381-7409 02-381-7410 โทรสาร. 02-381-7410  หรือ 086 889 1672 คุณสุกัญญา พึ่งผลงาม เจ้าหน้าที่สมาคมฯ
หรือที่ E-mail: thaiastro@hotmail.com  เว็บไซต์ http://tahiastro.nectec.or.th
Facebook สมาคมดาราศาสตร์ไทย https://www.facebook.com/groups/thaiastro/ 
หรือ https://www.facebook.com/ThaiAstronomicalSociety