คืนชมดวงจันทร์สากล International Observe the Moon Night 2026
กิจกรรมสมาคมดาราศาสตร์ไทยในคืนวันที่ 19 กันยายน 2569 จัดขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมดาราศาสตร์นานาชาติในหัวข้อ “คืนชมดวงจันทร์สากล International Observe the Moon Night 2026”
ทีมงานเตรียมบริการไว้ทั้งแบบในร่ม Indoor ด้านล่างอาคารและแบบตั้งกล้องด้านนอกอาคารเพื่อเตรียมรับมือกับฤดูฝน การให้บริการเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 - 23.00 น. ซึ่งเป็นคืนที่ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 10 ทางทีมงานเริ่มเตรียมอุปกรณ์กันตั้งแต่เวลา 17.00 น. ภายใต้อาคาร 4 ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ส่วนของกิจกรรมที่ให้บริการจัดทำไว้เป็น 5 ฐานบริการคือ 1. นิทรรศการจัดแสดงภาพดวงจันทร์แบบ 3 มิติพร้อมแว่นตาสามมิติแดง/ฟ้า 2. จัดฉายวิดีทัศน์พร้อมบรรยายดาวที่ขึ้นในค่ำคืนนี้ 3. การบรรยายพื้นผิวหลุมดวงจันทร์ 4. เดินตะลุยพื้นผิวดวงจันทร์สวมแว่น VR เสมือนจริง (คนละ 3 นาที) 5. บรรยายแผนที่ฟ้า
กิจกรรมในค่ำคืนนี้เป็นวันที่ฟ้าไม่เป็นใจซึ่งท้องฟ้ามีเมฆดำมากตั้งแต่ช่วงเย็นและลมแรง พอเริ่มกิจกรรมเวลา 18.00 น. ฝนเริ่มปรอยลงมาแล้วฝนตกหนักตามมาทางทีมงานจึงเปิดบริการตามที่เตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้วภายในร่มด้างล่างของอาคาร และมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดูดาวทยอยกันเข้ามาลงทะเบียนร่วมกิจกรรมด้านหน้าทางเขาในพื้นที่ส่วยหน้าทางเข้าอาคารด้านล่าง ผู้ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมวันนี้มีลักษณะหลากหลาย เช่น คนไทยวัยทำงาน มากับครอบครัวพ่อแม่ลูกที่มีเด็กเล็กประมาณสิบกว่าครอบครัว ซึ่งเด็กที่มาส่วนมากอายุตั้งแต่ประมาณห้าขวบถึงสิบขวบ นอกจากนั้นยังมีชาวต่างชาติชาวยุโรปที่เดินทางมากับเพื่อนคนไทยวัยทำงาน และชาวจีนที่เป็นนักศึกษาที่มาเรียนต่อปริญญาในประเทศไทย
ช่วงเวลาที่ฝนตกประมาณสามชั่วโมงจนมาถึงเวลา 21.00 น. ฝนตกเบาลงแต่ทางทีมงานยังไม่สามารถนำกล้องออกไปตั้งให้บริการนอกอาคารได้ ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมเห็นว่าฟ้าไม่เปิดคงไม่ได้ดูดาวผ่านกล้องจึงเริ่มทยอยกลับบ้าน แต่ยังเหลือผู้สนใจจำนวนยี่สิบกว่าคนที่จะรอจนฟ้าเปิดในยามดึก ระหว่างเวลารอนี้ก็มีการพูดคุยความรู้เรื่องดาวกับทีมงานหรือเรียนรู้การใช้แผนที่ฟ้า และมีผู้สนใจซื้อหนังสือรอบรู้ดูดาวและซื้อแผนที่ฟ้ากลับบ้านกันด้วย
ในที่สุดการรอคอยก็มาถึงเวลา 22.00 น. ฝนหยุดตกและฟ้าเปิดบ้างพอประมาณ ทางทีมงานจึงนำกล้องโทรทรรศน์ออกมาตั้ง outdoor หน้าอาคารเพื่อให้ได้ดูดาวเสาร์และดวงจันทร์ โดยกล้องโทรทรรศน์จำนวน 3 กล้อง ที่ทีมงานนำมาตั้งหน้าอาคารมีดังนี้
กล้องตัวที่ 1 ผู้ตั้งกล้องและให้บริการคือ นายสุรกิจ ตุงคะวรวิทย์ คุมกล้องสะท้อนแสง Dobsonian ขนาด 22 นิ้ว หรือในอีกชื่อคือกล้องเฉลิมพระเกียรติเป็นกล้องเคลื่อนที่ได้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ส่องดูดาวเสาร์
กล้องตัวที่ 2 ผู้ตั้งกล้องและให้บริการคือ นายพรชัย รังษีธนะไพศาล คุมกล้องพระราชทาน C14 ขนาด 14 นิ้ว ส่องดูดวงจันทร์และดาวเสาร์ พร้อมให้ถ่ายรูปดาวผ่านมือถือได้อีกด้วย
กล้องตัวที่ 3 ผู้ตั้งกล้องและให้บริการคือ นายภาณุ ไชยสิทธิ์ และนายอัครพรรณ โชติอัครานนธ์ คุมกล้อง Schmidt-Cassegrain แบบผสม ขนาด 11 นิ้ว ส่องดูดวงจันทร์
เมื่อทีมงานแจ้งผู้ที่มารอคอยอยู่ชุดสุดท้ายว่าดูดาวได้แล้ว ทุกท่านที่รอต่างมีอาการตื่นเต้นดีใจจนส่งเสียงเฮเล็ก ๆ ออกมา คือความดีใจที่การรอคอยนั้นเห็นผลที่จะได้ดูดาวด้วยตาผ่านกล้องสักที พร้อมจะได้ถ่ายรูปผ่านมือถือของตัวเอง ในคืนที่มีฝนพรำวันนี้เป็นอีกคืนที่ผู้มาเข้าร่วมกิจกรรมทยอยกันเข้ามาเป็นจำนวนมากพอควร เฉลี่ยสองร้อยกว่าคนตลอดกิจกรรม จนในที่สุดทางทีมงานขอปิดกิจกรรมที่เวลา 23.00 น.
สุดท้ายทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมมากันแบบมีความสุข และทุกคนที่มาก็เข้าใจเรื่องดินฟ้าอากาศที่ไม่แน่นอน จึงไม่สามารถดูดาวได้และต้องกลับบ้านไปก่อน ไม่สามารถรอฟ้าเปิดหลังฝนตกได้ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กมาด้วย แต่ละท่านก็แจ้งว่าจะกลับมาร่วมกิจกรรมดูดาวกับสมาคมดาราศาสตร์ไทยอีกครั้งในโอกาสต่อไป
ในนามของสมาคมดาราศาสตร์ไทย ขอขอบพระคุณผู้ที่มาร่วมกิจกรรมดูดาวและอาสาสมัครที่สละเวลามาบริการประชาชน ซึ่งมีรายนามดังต่อไปนี้
คนที่ 1 นายภาณุ ไชยสิทธิ์
คนที่ 2 นายพรชัย รังษีธนะไพศาล
คนที่ 3 นายเชิดพงศ์ วิสารทานนท์
คนที่ 4 นายสุรกิจ ตุงคะวรวิทย์
คนที่ 5 นายสุภาภัทร อุดมรัตน์นุภาพ
คนที่ 6 นายธรรมฤทธิ์ ลิขิตธีรเมธ
คนที่ 7 นายสุเทพ ตุงคะวรวิทย์
คนที่ 8 นายวิทยา ศรีชัย
คนที่ 9 นายจักรกฤษณ์ แร่ทอง
คนที่ 10 นายอัคราพรรณ โชติอัครานนธ์
ขอขอบคุณเจ้าของสถานที่ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่อนุญาตให้ใช้สถานที่อาคารด้านล่าง และพบกันอีกครั้งในกิจกรรมบริการดูดาวครั้งถัดไป
ทีมงานเตรียมบริการไว้ทั้งแบบในร่ม Indoor ด้านล่างอาคารและแบบตั้งกล้องด้านนอกอาคารเพื่อเตรียมรับมือกับฤดูฝน การให้บริการเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 - 23.00 น. ซึ่งเป็นคืนที่ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 10 ทางทีมงานเริ่มเตรียมอุปกรณ์กันตั้งแต่เวลา 17.00 น. ภายใต้อาคาร 4 ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ส่วนของกิจกรรมที่ให้บริการจัดทำไว้เป็น 5 ฐานบริการคือ 1. นิทรรศการจัดแสดงภาพดวงจันทร์แบบ 3 มิติพร้อมแว่นตาสามมิติแดง/ฟ้า 2. จัดฉายวิดีทัศน์พร้อมบรรยายดาวที่ขึ้นในค่ำคืนนี้ 3. การบรรยายพื้นผิวหลุมดวงจันทร์ 4. เดินตะลุยพื้นผิวดวงจันทร์สวมแว่น VR เสมือนจริง (คนละ 3 นาที) 5. บรรยายแผนที่ฟ้า
กิจกรรมในค่ำคืนนี้เป็นวันที่ฟ้าไม่เป็นใจซึ่งท้องฟ้ามีเมฆดำมากตั้งแต่ช่วงเย็นและลมแรง พอเริ่มกิจกรรมเวลา 18.00 น. ฝนเริ่มปรอยลงมาแล้วฝนตกหนักตามมาทางทีมงานจึงเปิดบริการตามที่เตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้วภายในร่มด้างล่างของอาคาร และมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดูดาวทยอยกันเข้ามาลงทะเบียนร่วมกิจกรรมด้านหน้าทางเขาในพื้นที่ส่วยหน้าทางเข้าอาคารด้านล่าง ผู้ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมวันนี้มีลักษณะหลากหลาย เช่น คนไทยวัยทำงาน มากับครอบครัวพ่อแม่ลูกที่มีเด็กเล็กประมาณสิบกว่าครอบครัว ซึ่งเด็กที่มาส่วนมากอายุตั้งแต่ประมาณห้าขวบถึงสิบขวบ นอกจากนั้นยังมีชาวต่างชาติชาวยุโรปที่เดินทางมากับเพื่อนคนไทยวัยทำงาน และชาวจีนที่เป็นนักศึกษาที่มาเรียนต่อปริญญาในประเทศไทย
ช่วงเวลาที่ฝนตกประมาณสามชั่วโมงจนมาถึงเวลา 21.00 น. ฝนตกเบาลงแต่ทางทีมงานยังไม่สามารถนำกล้องออกไปตั้งให้บริการนอกอาคารได้ ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมเห็นว่าฟ้าไม่เปิดคงไม่ได้ดูดาวผ่านกล้องจึงเริ่มทยอยกลับบ้าน แต่ยังเหลือผู้สนใจจำนวนยี่สิบกว่าคนที่จะรอจนฟ้าเปิดในยามดึก ระหว่างเวลารอนี้ก็มีการพูดคุยความรู้เรื่องดาวกับทีมงานหรือเรียนรู้การใช้แผนที่ฟ้า และมีผู้สนใจซื้อหนังสือรอบรู้ดูดาวและซื้อแผนที่ฟ้ากลับบ้านกันด้วย
ในที่สุดการรอคอยก็มาถึงเวลา 22.00 น. ฝนหยุดตกและฟ้าเปิดบ้างพอประมาณ ทางทีมงานจึงนำกล้องโทรทรรศน์ออกมาตั้ง outdoor หน้าอาคารเพื่อให้ได้ดูดาวเสาร์และดวงจันทร์ โดยกล้องโทรทรรศน์จำนวน 3 กล้อง ที่ทีมงานนำมาตั้งหน้าอาคารมีดังนี้
กล้องตัวที่ 1 ผู้ตั้งกล้องและให้บริการคือ นายสุรกิจ ตุงคะวรวิทย์ คุมกล้องสะท้อนแสง Dobsonian ขนาด 22 นิ้ว หรือในอีกชื่อคือกล้องเฉลิมพระเกียรติเป็นกล้องเคลื่อนที่ได้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ส่องดูดาวเสาร์
กล้องตัวที่ 2 ผู้ตั้งกล้องและให้บริการคือ นายพรชัย รังษีธนะไพศาล คุมกล้องพระราชทาน C14 ขนาด 14 นิ้ว ส่องดูดวงจันทร์และดาวเสาร์ พร้อมให้ถ่ายรูปดาวผ่านมือถือได้อีกด้วย
กล้องตัวที่ 3 ผู้ตั้งกล้องและให้บริการคือ นายภาณุ ไชยสิทธิ์ และนายอัครพรรณ โชติอัครานนธ์ คุมกล้อง Schmidt-Cassegrain แบบผสม ขนาด 11 นิ้ว ส่องดูดวงจันทร์
เมื่อทีมงานแจ้งผู้ที่มารอคอยอยู่ชุดสุดท้ายว่าดูดาวได้แล้ว ทุกท่านที่รอต่างมีอาการตื่นเต้นดีใจจนส่งเสียงเฮเล็ก ๆ ออกมา คือความดีใจที่การรอคอยนั้นเห็นผลที่จะได้ดูดาวด้วยตาผ่านกล้องสักที พร้อมจะได้ถ่ายรูปผ่านมือถือของตัวเอง ในคืนที่มีฝนพรำวันนี้เป็นอีกคืนที่ผู้มาเข้าร่วมกิจกรรมทยอยกันเข้ามาเป็นจำนวนมากพอควร เฉลี่ยสองร้อยกว่าคนตลอดกิจกรรม จนในที่สุดทางทีมงานขอปิดกิจกรรมที่เวลา 23.00 น.
สุดท้ายทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมมากันแบบมีความสุข และทุกคนที่มาก็เข้าใจเรื่องดินฟ้าอากาศที่ไม่แน่นอน จึงไม่สามารถดูดาวได้และต้องกลับบ้านไปก่อน ไม่สามารถรอฟ้าเปิดหลังฝนตกได้ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กมาด้วย แต่ละท่านก็แจ้งว่าจะกลับมาร่วมกิจกรรมดูดาวกับสมาคมดาราศาสตร์ไทยอีกครั้งในโอกาสต่อไป
ในนามของสมาคมดาราศาสตร์ไทย ขอขอบพระคุณผู้ที่มาร่วมกิจกรรมดูดาวและอาสาสมัครที่สละเวลามาบริการประชาชน ซึ่งมีรายนามดังต่อไปนี้
คนที่ 1 นายภาณุ ไชยสิทธิ์
คนที่ 2 นายพรชัย รังษีธนะไพศาล
คนที่ 3 นายเชิดพงศ์ วิสารทานนท์
คนที่ 4 นายสุรกิจ ตุงคะวรวิทย์
คนที่ 5 นายสุภาภัทร อุดมรัตน์นุภาพ
คนที่ 6 นายธรรมฤทธิ์ ลิขิตธีรเมธ
คนที่ 7 นายสุเทพ ตุงคะวรวิทย์
คนที่ 8 นายวิทยา ศรีชัย
คนที่ 9 นายจักรกฤษณ์ แร่ทอง
คนที่ 10 นายอัคราพรรณ โชติอัครานนธ์
ขอขอบคุณเจ้าของสถานที่ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่อนุญาตให้ใช้สถานที่อาคารด้านล่าง และพบกันอีกครั้งในกิจกรรมบริการดูดาวครั้งถัดไป

















