ดาวเคราะห์ในปี 2561
ดาวเคราะห์สว่างที่เห็นได้ง่ายด้วยตาเปล่าจากโลกมี 5 ดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ อีก 2 ดวง คือ ดาวยูเรนัสและเนปจูน ต้องอาศัยกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ นอกจากดาวเคราะห์แล้ว ยังสามารถส่องเห็นดาวบริวารบางดวงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริวารของดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์
แผนภาพแสดงตำแหน่งดาวเคราะห์ตามมุมห่างจากดวงอาทิตย์ตลอดปี 2561 ช่วยให้เห็นภาพรวมคร่าว ๆ ของการปรากฏของดาวเคราะห์ในแต่ละวัน เส้นตรงกลางในแนวดิ่งคือตำแหน่งดวงอาทิตย์ แถบที่แผ่ออกไปสองข้างจากแนวกลางเป็นส่วนที่มีแสงอาทิตย์รบกวน แกนนอนบอกมุมห่างจากดวงอาทิตย์ แกนตั้งบอกวันในแต่ละเดือน แถบที่พาดในแนวเฉียงบอกขอบเขตของกลุ่มดาวจักรราศี เมื่อดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางตะวันตก (ขวามือ) แสดงว่ามองเห็นได้ดีในเวลาเช้ามืด เมื่อดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางตะวันออก (ซ้ายมือ) แสดงว่ามองเห็นได้ดีในเวลาหัวค่ำ ดาวเคราะห์วงนอกจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เมื่อทำมุม 180° แสดงว่าเป็นช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นสว่างและใกล้โลกที่สุดในรอบปี
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดและเคลื่อนที่เร็วที่สุด ด้วยมุมห่างจากดวงอาทิตย์ที่จำกัด คนบนโลกจึงมีโอกาสสังเกตดาวพุธได้เฉพาะในเวลาที่ท้องฟ้าไม่มืดสนิท ประเทศไทยเห็นเฉพาะในเวลาหัวค่ำหรือเช้ามืด
ปี 2561 มีช่วงที่สังเกตดาวพุธได้ดีในเวลาเช้ามืดอยู่ 4 ช่วง ช่วงแรกต่อเนื่องมาจากปลายเดือนธันวาคม 2560 ไปจนถึงปลายเดือนมกราคม ซึ่งดาวพุธจะอยู่ใกล้ดาวเสาร์ในวันที่ 13 มกราคม ช่วงที่ 2 คือกลางเดือนเมษายนถึงปลายเดือนพฤษภาคม ช่วงที่ 3 อยู่ในปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน และช่วงสุดท้ายอยู่ในเดือนธันวาคม โดยดาวพุธจะอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีในวันที่ 22 ธันวาคม
ช่วงเวลาที่สังเกตดาวพุธได้ดีในเวลาหัวค่ำมี 3 ช่วง ช่วงแรกอยู่ในเดือนมีนาคม โดยมีดาวศุกร์อยู่ทางซ้ายมือของดาวพุธ ช่วงที่ 2 คือกลางเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคม ช่วงสุดท้ายคือปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน โดยมีดาวพฤหัสบดีอยู่ห่างไปทางขวามือของดาวพุธ
เข้าสู่ปี 2561 เรายังไม่เห็นดาวศุกร์เนื่องจากอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์จะอยู่ในแนวเดียวกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 9 มกราคม โดยมีดวงอาทิตย์คั่นกลางระหว่างโลกกับดาวศุกร์ หลังจากนั้นดาวศุกร์จะทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้นอย่างช้า ๆ เริ่มปรากฏเป็นดาวประจำเมืองบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำตั้งแต่ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์โดยอยู่ใกล้ขอบฟ้าและอยู่บริเวณกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ
ต้นเดือนมีนาคม ดาวศุกร์เข้าสู่กลุ่มดาวปลาโดยมีดาวพุธมาอยู่ใกล้ เดือนเมษายนดาวศุกร์เคลื่อนผ่านกลุ่มดาวแกะและกลุ่มดาววัว คืนวันที่ 24-25 เมษายน ดาวศุกร์อยู่ทางซ้ายมือของกระจุกดาวลูกไก่ที่ระยะห่าง 3.5° ดาวศุกร์ยังคงปรากฏบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำต่อเนื่องไปจนถึงราวกลางเดือนตุลาคม
ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจะเริ่มสังเกตได้ว่าตำแหน่งของดาวศุกร์ในแต่ละวันเริ่มขยับไปทางใต้ (ซ้ายมือ) มากขึ้น มีวันที่น่าสนใจคือวันที่ 20 มิถุนายน ดาวศุกร์จะผ่านใกล้กระจุกดาวรังผึ้งในกลุ่มดาวปูที่ระยะ 0.8° และวันที่ 10 กรกฎาคม ดาวศุกร์จะผ่านใกล้ดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโตที่ระยะ 1.0°
เดือนสิงหาคม ดาวศุกร์เข้าสู่กลุ่มดาวหญิงสาว ทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 18 สิงหาคม จากนั้นวันที่ 1 กันยายน ดาวศุกร์เคลื่อนผ่านดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาวที่ระยะ 1.2° เดือนกันยายน ดาวพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวสว่างอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่งเริ่มเข้าใกล้ดาวศุกร์มากขึ้น แต่ก่อนที่ดาวเคราะห์สว่างสองดวงนี้จะใกล้กัน ดาวศุกร์จะเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์อย่างรวดเร็ว ทำให้มีตำแหน่งอยู่ใกล้ขอบฟ้ามากขึ้นและตกเร็วขึ้นทุกวัน
เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคม ดาวศุกร์จะเข้าสู่เขตของกลุ่มดาวคันชั่ง แล้วถอยกลับไปสู่กลุ่มดาวหญิงสาว กลางเดือนหากไม่มีเมฆฝนเป็นอุปสรรคมากนัก จะเป็นช่วงที่ดาวพุธขึ้นมาปรากฏอยู่ห่างไปทางขวามือของดาวศุกร์ และเป็นช่วงสุดท้ายที่มีโอกาสเห็นดาวศุกร์ หลังจากนั้นดาวศุกร์จะหายเข้าไปในแสงจ้าของดวงอาทิตย์ โดยมีตำแหน่งอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 26 ตุลาคม
ต้นเดือนพฤศจิกายน ดาวศุกร์ทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากพอให้เริ่มสังเกตได้บนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด ที่เราเรียกว่าดาวประกายพรึก โดยผ่านใกล้ดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาวอีกครั้งในวันที่ 15 พฤศจิกายน ด้วยระยะห่าง 1.2° แล้วเข้าสู่กลุ่มดาวคันชั่งในกลางเดือนธันวาคม
ดาวอังคารมีวงโคจรอยู่ถัดไปจากโลกตามระยะห่างจากดวงอาทิตย์ ช่วงที่สังเกตดาวอังคารได้ดีที่สุดคือขณะที่ดาวอังคารอยู่ใกล้โลก ตรงกับช่วงที่ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ เกิดขึ้นเฉลี่ยทุก 2 ปี 2 เดือน วงโคจรของดาวอังคารที่เป็นวงรี ทำให้ดาวอังคารอยู่ห่างโลกไม่เท่ากันในการเข้าใกล้แต่ละครั้ง ส่วนใหญ่ดาวอังคารที่ปรากฏในกล้องโทรทรรศน์จะมีขนาดเล็ก ไม่สามารถสังเกตเห็นร่องรอยบนพื้นผิวได้ มีเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้นที่ดาวอังคารจะใกล้โลกจนใหญ่พอสำหรับการสังเกตรายละเอียดบนพื้นผิว
ปี 2561 เป็นปีที่ดีที่สุดในรอบ 15 ปี สำหรับการสังเกตดาวอังคาร เนื่องจากดาวอังคารจะผ่านจุดตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในเดือนกรกฎาคม ต้นปีดาวอังคารอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดโดยอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีในกลุ่มดาวคันชั่ง ใกล้กันที่สุดในเช้ามืดวันที่ 7 มกราคม ที่ระยะห่างเพียง 0.2°
เมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ดาวอังคารจะผ่านกลุ่มดาวแมงป่องและคนแบกงู เป็นช่วงที่ดาวอังคารอยู่ใกล้ดาวแอนทาเรสหรือดาวปาริชาตในกลุ่มดาวแมงป่อง ซึ่งดาวดวงนี้มีชื่อที่แปลว่าคู่แข่งหรือเทียบเท่าดาวอังคาร มาจากการที่ทั้งคู่มีสีค่อนไปทางแดงคล้ายกัน ที่น่าสนใจคือช่วงนี้ดาวทั้งสองมีความสว่างใกล้เคียงกันด้วย เน้นย้ำความคล้ายกันระหว่างดาวอังคารกับแอนทาเรส
กลางเดือนมีนาคม ดาวอังคารเข้าสู่กลุ่มดาวคนยิงธนู จากนั้นผ่านใกล้ดาวเสาร์ในวันที่ 3 เมษายน ที่ระยะ 1.3° กลางเดือนพฤษภาคมเข้าสู่กลุ่มดาวแพะทะเล การที่โลกซึ่งมีวงโคจรอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าและเคลื่อนที่เร็วกว่า ได้เข้ามาใกล้ดาวอังคารมากขึ้น ทำให้ตำแหน่งดาวอังคารในมุมมองจากโลกเริ่มเคลื่อนที่ถอยหลังเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์
ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 27 กรกฎาคม เป็นช่วงที่ดาวอังคารมีความสว่างมากที่สุดด้วยโชติมาตร –2.8 ซึ่งสว่างกว่าดาวพฤหัสบดี เห็นได้ตลอดทั้งคืนตั้งแต่หัวค่ำถึงเช้ามืด โลกและดาวอังคารเข้าใกล้กันที่สุดในวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ระยะห่าง 0.385 หน่วยดาราศาสตร์ (58 ล้านกิโลเมตร) วันนั้นดาวอังคารมีขนาดปรากฏใหญ่สุดที่ 24.3 พิลิปดา นับว่าใกล้โลกที่สุดนับตั้งแต่ พ.ศ. 2546 จึงมีขนาดเกือบใกล้เคียงกับขนาดใหญ่สุดที่เป็นไปได้ (25.1 พิลิปดา) และเราจะไม่เห็นดาวอังคารสว่างและใหญ่เท่านี้อีกจนถึง พ.ศ. 2578
ที่น่าสนใจเป็นพิเศษนอกจากการเข้าใกล้โลกของดาวอังคารในปีนี้ คือในคืนวันที่ 27 กรกฎาคม เข้าสู่เช้ามืดวันที่ 28 กรกฎาคม จะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่ 2 ของปี เราจึงเห็นดาวอังคารเป็นดาวสว่างเด่น อยู่ห่างไปทางทิศใต้ของดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคาด้วยระยะห่าง 6° หลังจากเดือนกรกฎาคม ดาวอังคารมีความสว่างลดลงและมีขนาดปรากฏในกล้องโทรทรรศน์เล็กลงเนื่องจากเคลื่อนห่างโลกมากขึ้น ปลายเดือนสิงหาคม ดาวอังคารถอยเข้าไปในเขตของกลุ่มดาวคนยิงธนูเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเคลื่อนที่เดินหน้าเข้าสู่กลุ่มดาวแพะทะเลอีกครั้ง
กลางเดือนพฤศจิกายน ดาวอังคารเข้าสู่กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ คืนวันที่ 7 ธันวาคม เป็นคืนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีกล้องโทรทรรศน์ ดาวอังคารจะผ่านใกล้ดาวเนปจูนโดยเข้าใกล้กันที่สุดในเวลา 3 ทุ่ม ด้วยระยะห่างเพียง 2 ลิปดา จากนั้นดาวอังคารจะย้ายเข้าสู่กลุ่มดาวปลาในปลายเดือนธันวาคม
ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่งเกือบตลอดทั้งปี 2561 ต้นปีสังเกตได้ดีในเวลาเช้ามืด โดยอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ต้นเดือนมกราคม ดาวอังคารจะผ่านมาใกล้ดาวพฤหัสบดี เข้าใกล้กันที่สุดในเช้ามืดวันที่ 7 มกราคม ที่ระยะห่างเพียง 0.2°
กลางเดือนกุมภาพันธ์ ดาวพฤหัสบดีทำมุม 90° โดยห่างไปทางทิศตะวันตกของดวงอาทิตย์ จึงเห็นดาวพฤหัสบดีขึ้นเหนือขอบฟ้าราวเที่ยงคืน แล้วเคลื่อนไปอยู่สูงที่สุดบนท้องฟ้าทิศใต้ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ดาวพฤหัสบดีอยู่ที่ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์และใกล้โลกที่สุดในรอบปี สว่างที่โชติมาตร –2.5 สังเกตได้ตลอดทั้งคืน
ต้นเดือนสิงหาคม ดาวพฤหัสบดีทำมุม 90° โดยห่างไปทางทิศตะวันออกของดวงอาทิตย์ จึงเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่สูงบนท้องฟ้าทิศใต้ในเวลาหัวค่ำหลังดวงอาทิตย์ตก จากนั้นเคลื่อนต่ำลงจนตกลับขอบฟ้าราวเที่ยงคืน ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงสุดท้ายที่มีโอกาสเห็นดาวพฤหัสบดี วันท้าย ๆ ของเดือนตุลาคม ดาวพุธจะปรากฏอยู่ทางซ้ายมือของดาวพฤหัสบดี หลังจากนั้น ดาวพฤหัสบดีจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนไม่สามารถสังเกตได้ มีตำแหน่งอยู่ในแนวเดียวกับดวงอาทิตย์ในปลายเดือนพฤศจิกายน
กลางเดือนธันวาคม ดาวพฤหัสบดีทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้นจนเริ่มสังเกตได้ในเวลาเช้ามืด โดยอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวนี้คั่นอยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับคนยิงธนู ปลายเดือนธันวาคมเป็นช่วงที่ดาวพุธจะผ่านมาอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีอีกครั้ง เห็นได้ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออก เยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และในช่วงเดียวกันนั้น จะเห็นดาวศุกร์อยู่สูงกว่าดาวพฤหัสบดี
ดาวเสาร์อยู่ในแนวเดียวกับดวงอาทิตย์เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2560 หลังจากนั้นจะทำมุมห่างดวงอาทิตย์มากขึ้นจนเริ่มปรากฏในเวลาเช้ามืดในกลุ่มดาวคนยิงธนู เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก เยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และจะเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 4 นอกเหนือจากดาวพุธ ดาวอังคาร และดาวพฤหัสบดี ที่สังเกตได้ในเวลาเดียวกัน วันที่ 13 มกราคม 2561 ดาวเสาร์จะอยู่ใกล้ดาวพุธที่ระยะห่าง 0.7°
ต้นเดือนเมษายน ดาวอังคารเคลื่อนมาอยู่ใกล้ดาวเสาร์ที่ระยะห่าง 1.3° วันที่ 27 มิถุนายน ดาวเสาร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์และใกล้โลกที่สุดในรอบปี สว่างที่โชติมาตร 0.0 ดาวเสาร์อยู่บนท้องฟ้าให้สังเกตได้ในเวลาหัวค่ำต่อเนื่องไปจนถึงราวกลางเดือนธันวาคม ก่อนจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนไม่สามารถสังเกตได้ โดยอยู่แนวเดียวกับดวงอาทิตย์ในต้นเดือนมกราคม 2562
ปี 2561 มีสองช่วงที่เรามีโอกาสสังเกตดาวเคราะห์สว่างทั้ง 5 ดวง ปรากฏบนท้องฟ้าในเวลาเดียวกัน ช่วงแรกเกิดขึ้นในเวลาหัวค่ำของปลายเดือนกรกฎาคม ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และดาวอังคาร โดยเรียงจากดวงที่อยู่ทางทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก แต่ดาวพุธจะมีความสว่างน้อยและอยู่ใกล้ขอบฟ้ามาก อาจสังเกตได้ยาก อีกช่วงหนึ่งเกิดขึ้นในเวลาหัวค่ำของกลางเดือนตุลาคม เรียงลำดับเหมือนกับช่วงแรก แต่ดาวพุธกับดาวศุกร์จะอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตก และดาวอังคารปรากฏอยู่สูงทางทิศใต้
ต้นปี 2561 ดาวยูเรนัสอยู่ในกลุ่มดาวปลา เดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคมอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก โดยดาวศุกร์ผ่านมาใกล้ในวันที่ 28-29 มีนาคม หลังจากนั้นเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นจนสังเกตได้ยาก ดาวยูเรนัสอยู่ร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 18 เมษายน 2561 แล้วกลับมาให้สังเกตได้อีกครั้งบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดราวกลางเดือนพฤษภาคม โดยเคลื่อนเข้าสู่กลุ่มดาวแกะ ก่อนจะถอยกลับไปอยู่ในกลุ่มดาวปลาอีกครั้งในต้นเดือนธันวาคม ปีนี้ดาวยูเรนัสอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 24 ตุลาคม 2561 สว่างที่โชติมาตร +5.7 มีขนาดเชิงมุมตามแนวศูนย์สูตร 3.7 พิลิปดา
ดาวเนปจูนอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ มีความสว่างน้อยจึงจำเป็นต้องสังเกตด้วยกล้องโทรทรรศน์ เดือนมกราคมดาวเนปจูนอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก หลังจากนั้นเข้าใกล้ดวงอาทิตย์โดยอยู่ร่วมทิศในวันที่ 4 มีนาคม 2561 เริ่มสังเกตได้อีกครั้งบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดราวต้นเดือนเมษายน ปีนี้ดาวเนปจูนอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 8 กันยายน 2561 สว่างที่สุดในรอบปีด้วยโชติมาตร +7.8 มีขนาดเชิงมุมตามแนวศูนย์สูตร 2.4 พิลิปดา
แผนภาพแสดงตำแหน่งดาวเคราะห์ตามมุมห่างจากดวงอาทิตย์ตลอดปี 2561 ช่วยให้เห็นภาพรวมคร่าว ๆ ของการปรากฏของดาวเคราะห์ในแต่ละวัน เส้นตรงกลางในแนวดิ่งคือตำแหน่งดวงอาทิตย์ แถบที่แผ่ออกไปสองข้างจากแนวกลางเป็นส่วนที่มีแสงอาทิตย์รบกวน แกนนอนบอกมุมห่างจากดวงอาทิตย์ แกนตั้งบอกวันในแต่ละเดือน แถบที่พาดในแนวเฉียงบอกขอบเขตของกลุ่มดาวจักรราศี เมื่อดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางตะวันตก (ขวามือ) แสดงว่ามองเห็นได้ดีในเวลาเช้ามืด เมื่อดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางตะวันออก (ซ้ายมือ) แสดงว่ามองเห็นได้ดีในเวลาหัวค่ำ ดาวเคราะห์วงนอกจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เมื่อทำมุม 180° แสดงว่าเป็นช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นสว่างและใกล้โลกที่สุดในรอบปี
ดาวพุธ
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดและเคลื่อนที่เร็วที่สุด ด้วยมุมห่างจากดวงอาทิตย์ที่จำกัด คนบนโลกจึงมีโอกาสสังเกตดาวพุธได้เฉพาะในเวลาที่ท้องฟ้าไม่มืดสนิท ประเทศไทยเห็นเฉพาะในเวลาหัวค่ำหรือเช้ามืด
ปี 2561 มีช่วงที่สังเกตดาวพุธได้ดีในเวลาเช้ามืดอยู่ 4 ช่วง ช่วงแรกต่อเนื่องมาจากปลายเดือนธันวาคม 2560 ไปจนถึงปลายเดือนมกราคม ซึ่งดาวพุธจะอยู่ใกล้ดาวเสาร์ในวันที่ 13 มกราคม ช่วงที่ 2 คือกลางเดือนเมษายนถึงปลายเดือนพฤษภาคม ช่วงที่ 3 อยู่ในปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน และช่วงสุดท้ายอยู่ในเดือนธันวาคม โดยดาวพุธจะอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีในวันที่ 22 ธันวาคม
ช่วงเวลาที่สังเกตดาวพุธได้ดีในเวลาหัวค่ำมี 3 ช่วง ช่วงแรกอยู่ในเดือนมีนาคม โดยมีดาวศุกร์อยู่ทางซ้ายมือของดาวพุธ ช่วงที่ 2 คือกลางเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคม ช่วงสุดท้ายคือปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน โดยมีดาวพฤหัสบดีอยู่ห่างไปทางขวามือของดาวพุธ
| ร่วมทิศแนววงใน | - | 2 เม.ย. | 9 ส.ค. | 27 พ.ย. |
|---|---|---|---|---|
| ห่างดวงอาทิตย์ | 2 ม.ค. (23°) | 30 เม.ย. (27°) | 27 ส.ค. (18°) | 15 ธ.ค. (21°) |
| ร่วมทิศแนววงนอก | 17 ก.พ. | 6 มิ.ย. | 21 ก.ย. | - |
| ห่างดวงอาทิตย์ | 15 มี.ค. (18°) | 12 ก.ค. (26°) | 6 พ.ย. (23°) | - |
ดาวศุกร์
เข้าสู่ปี 2561 เรายังไม่เห็นดาวศุกร์เนื่องจากอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์จะอยู่ในแนวเดียวกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 9 มกราคม โดยมีดวงอาทิตย์คั่นกลางระหว่างโลกกับดาวศุกร์ หลังจากนั้นดาวศุกร์จะทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้นอย่างช้า ๆ เริ่มปรากฏเป็นดาวประจำเมืองบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำตั้งแต่ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์โดยอยู่ใกล้ขอบฟ้าและอยู่บริเวณกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ
ต้นเดือนมีนาคม ดาวศุกร์เข้าสู่กลุ่มดาวปลาโดยมีดาวพุธมาอยู่ใกล้ เดือนเมษายนดาวศุกร์เคลื่อนผ่านกลุ่มดาวแกะและกลุ่มดาววัว คืนวันที่ 24-25 เมษายน ดาวศุกร์อยู่ทางซ้ายมือของกระจุกดาวลูกไก่ที่ระยะห่าง 3.5° ดาวศุกร์ยังคงปรากฏบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำต่อเนื่องไปจนถึงราวกลางเดือนตุลาคม
ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจะเริ่มสังเกตได้ว่าตำแหน่งของดาวศุกร์ในแต่ละวันเริ่มขยับไปทางใต้ (ซ้ายมือ) มากขึ้น มีวันที่น่าสนใจคือวันที่ 20 มิถุนายน ดาวศุกร์จะผ่านใกล้กระจุกดาวรังผึ้งในกลุ่มดาวปูที่ระยะ 0.8° และวันที่ 10 กรกฎาคม ดาวศุกร์จะผ่านใกล้ดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโตที่ระยะ 1.0°
เดือนสิงหาคม ดาวศุกร์เข้าสู่กลุ่มดาวหญิงสาว ทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 18 สิงหาคม จากนั้นวันที่ 1 กันยายน ดาวศุกร์เคลื่อนผ่านดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาวที่ระยะ 1.2° เดือนกันยายน ดาวพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวสว่างอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่งเริ่มเข้าใกล้ดาวศุกร์มากขึ้น แต่ก่อนที่ดาวเคราะห์สว่างสองดวงนี้จะใกล้กัน ดาวศุกร์จะเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์อย่างรวดเร็ว ทำให้มีตำแหน่งอยู่ใกล้ขอบฟ้ามากขึ้นและตกเร็วขึ้นทุกวัน
เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคม ดาวศุกร์จะเข้าสู่เขตของกลุ่มดาวคันชั่ง แล้วถอยกลับไปสู่กลุ่มดาวหญิงสาว กลางเดือนหากไม่มีเมฆฝนเป็นอุปสรรคมากนัก จะเป็นช่วงที่ดาวพุธขึ้นมาปรากฏอยู่ห่างไปทางขวามือของดาวศุกร์ และเป็นช่วงสุดท้ายที่มีโอกาสเห็นดาวศุกร์ หลังจากนั้นดาวศุกร์จะหายเข้าไปในแสงจ้าของดวงอาทิตย์ โดยมีตำแหน่งอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 26 ตุลาคม
ต้นเดือนพฤศจิกายน ดาวศุกร์ทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากพอให้เริ่มสังเกตได้บนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด ที่เราเรียกว่าดาวประกายพรึก โดยผ่านใกล้ดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาวอีกครั้งในวันที่ 15 พฤศจิกายน ด้วยระยะห่าง 1.2° แล้วเข้าสู่กลุ่มดาวคันชั่งในกลางเดือนธันวาคม
ดาวอังคาร
ดาวอังคารมีวงโคจรอยู่ถัดไปจากโลกตามระยะห่างจากดวงอาทิตย์ ช่วงที่สังเกตดาวอังคารได้ดีที่สุดคือขณะที่ดาวอังคารอยู่ใกล้โลก ตรงกับช่วงที่ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ เกิดขึ้นเฉลี่ยทุก 2 ปี 2 เดือน วงโคจรของดาวอังคารที่เป็นวงรี ทำให้ดาวอังคารอยู่ห่างโลกไม่เท่ากันในการเข้าใกล้แต่ละครั้ง ส่วนใหญ่ดาวอังคารที่ปรากฏในกล้องโทรทรรศน์จะมีขนาดเล็ก ไม่สามารถสังเกตเห็นร่องรอยบนพื้นผิวได้ มีเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้นที่ดาวอังคารจะใกล้โลกจนใหญ่พอสำหรับการสังเกตรายละเอียดบนพื้นผิว
ปี 2561 เป็นปีที่ดีที่สุดในรอบ 15 ปี สำหรับการสังเกตดาวอังคาร เนื่องจากดาวอังคารจะผ่านจุดตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในเดือนกรกฎาคม ต้นปีดาวอังคารอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดโดยอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีในกลุ่มดาวคันชั่ง ใกล้กันที่สุดในเช้ามืดวันที่ 7 มกราคม ที่ระยะห่างเพียง 0.2°
เมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ดาวอังคารจะผ่านกลุ่มดาวแมงป่องและคนแบกงู เป็นช่วงที่ดาวอังคารอยู่ใกล้ดาวแอนทาเรสหรือดาวปาริชาตในกลุ่มดาวแมงป่อง ซึ่งดาวดวงนี้มีชื่อที่แปลว่าคู่แข่งหรือเทียบเท่าดาวอังคาร มาจากการที่ทั้งคู่มีสีค่อนไปทางแดงคล้ายกัน ที่น่าสนใจคือช่วงนี้ดาวทั้งสองมีความสว่างใกล้เคียงกันด้วย เน้นย้ำความคล้ายกันระหว่างดาวอังคารกับแอนทาเรส
กลางเดือนมีนาคม ดาวอังคารเข้าสู่กลุ่มดาวคนยิงธนู จากนั้นผ่านใกล้ดาวเสาร์ในวันที่ 3 เมษายน ที่ระยะ 1.3° กลางเดือนพฤษภาคมเข้าสู่กลุ่มดาวแพะทะเล การที่โลกซึ่งมีวงโคจรอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าและเคลื่อนที่เร็วกว่า ได้เข้ามาใกล้ดาวอังคารมากขึ้น ทำให้ตำแหน่งดาวอังคารในมุมมองจากโลกเริ่มเคลื่อนที่ถอยหลังเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์
ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 27 กรกฎาคม เป็นช่วงที่ดาวอังคารมีความสว่างมากที่สุดด้วยโชติมาตร –2.8 ซึ่งสว่างกว่าดาวพฤหัสบดี เห็นได้ตลอดทั้งคืนตั้งแต่หัวค่ำถึงเช้ามืด โลกและดาวอังคารเข้าใกล้กันที่สุดในวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ระยะห่าง 0.385 หน่วยดาราศาสตร์ (58 ล้านกิโลเมตร) วันนั้นดาวอังคารมีขนาดปรากฏใหญ่สุดที่ 24.3 พิลิปดา นับว่าใกล้โลกที่สุดนับตั้งแต่ พ.ศ. 2546 จึงมีขนาดเกือบใกล้เคียงกับขนาดใหญ่สุดที่เป็นไปได้ (25.1 พิลิปดา) และเราจะไม่เห็นดาวอังคารสว่างและใหญ่เท่านี้อีกจนถึง พ.ศ. 2578
ที่น่าสนใจเป็นพิเศษนอกจากการเข้าใกล้โลกของดาวอังคารในปีนี้ คือในคืนวันที่ 27 กรกฎาคม เข้าสู่เช้ามืดวันที่ 28 กรกฎาคม จะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่ 2 ของปี เราจึงเห็นดาวอังคารเป็นดาวสว่างเด่น อยู่ห่างไปทางทิศใต้ของดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคาด้วยระยะห่าง 6° หลังจากเดือนกรกฎาคม ดาวอังคารมีความสว่างลดลงและมีขนาดปรากฏในกล้องโทรทรรศน์เล็กลงเนื่องจากเคลื่อนห่างโลกมากขึ้น ปลายเดือนสิงหาคม ดาวอังคารถอยเข้าไปในเขตของกลุ่มดาวคนยิงธนูเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเคลื่อนที่เดินหน้าเข้าสู่กลุ่มดาวแพะทะเลอีกครั้ง
กลางเดือนพฤศจิกายน ดาวอังคารเข้าสู่กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ คืนวันที่ 7 ธันวาคม เป็นคืนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีกล้องโทรทรรศน์ ดาวอังคารจะผ่านใกล้ดาวเนปจูนโดยเข้าใกล้กันที่สุดในเวลา 3 ทุ่ม ด้วยระยะห่างเพียง 2 ลิปดา จากนั้นดาวอังคารจะย้ายเข้าสู่กลุ่มดาวปลาในปลายเดือนธันวาคม
ดาวอังคารจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเมื่อ พ.ศ. 2544 (ภาพ – NASA/Hubble Heritage Team (STScI/AURA))
ดาวอังคารขณะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในปีต่าง ๆ (เวลาประเทศไทย) ตัวเลขที่ระบุไว้ข้างเส้นซึ่งเชื่อมระหว่างโลกกับดาวอังคารคือระยะห่างขณะใกล้กันที่สุด มีหน่วยเป็นล้านกิโลเมตร ในวงเล็บคือวันที่ใกล้กันที่สุด ซึ่งอาจไม่ตรงกับวันที่ดาวอังคารทำมุม 180° กับดวงอาทิตย์
ดาวพฤหัสบดี
ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่งเกือบตลอดทั้งปี 2561 ต้นปีสังเกตได้ดีในเวลาเช้ามืด โดยอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ต้นเดือนมกราคม ดาวอังคารจะผ่านมาใกล้ดาวพฤหัสบดี เข้าใกล้กันที่สุดในเช้ามืดวันที่ 7 มกราคม ที่ระยะห่างเพียง 0.2°
กลางเดือนกุมภาพันธ์ ดาวพฤหัสบดีทำมุม 90° โดยห่างไปทางทิศตะวันตกของดวงอาทิตย์ จึงเห็นดาวพฤหัสบดีขึ้นเหนือขอบฟ้าราวเที่ยงคืน แล้วเคลื่อนไปอยู่สูงที่สุดบนท้องฟ้าทิศใต้ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ดาวพฤหัสบดีอยู่ที่ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์และใกล้โลกที่สุดในรอบปี สว่างที่โชติมาตร –2.5 สังเกตได้ตลอดทั้งคืน
ต้นเดือนสิงหาคม ดาวพฤหัสบดีทำมุม 90° โดยห่างไปทางทิศตะวันออกของดวงอาทิตย์ จึงเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่สูงบนท้องฟ้าทิศใต้ในเวลาหัวค่ำหลังดวงอาทิตย์ตก จากนั้นเคลื่อนต่ำลงจนตกลับขอบฟ้าราวเที่ยงคืน ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงสุดท้ายที่มีโอกาสเห็นดาวพฤหัสบดี วันท้าย ๆ ของเดือนตุลาคม ดาวพุธจะปรากฏอยู่ทางซ้ายมือของดาวพฤหัสบดี หลังจากนั้น ดาวพฤหัสบดีจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนไม่สามารถสังเกตได้ มีตำแหน่งอยู่ในแนวเดียวกับดวงอาทิตย์ในปลายเดือนพฤศจิกายน
กลางเดือนธันวาคม ดาวพฤหัสบดีทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้นจนเริ่มสังเกตได้ในเวลาเช้ามืด โดยอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวนี้คั่นอยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับคนยิงธนู ปลายเดือนธันวาคมเป็นช่วงที่ดาวพุธจะผ่านมาอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีอีกครั้ง เห็นได้ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออก เยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และในช่วงเดียวกันนั้น จะเห็นดาวศุกร์อยู่สูงกว่าดาวพฤหัสบดี
บรรยากาศของดาวพฤหัสบดีแบ่งได้เป็นหลายส่วนตามริ้วที่พาดในแนวขนานกับเส้นศูนย์สูตร ริ้วคล้ำเรียกว่าแถบ (belt) ริ้วสว่างเรียกว่าเขต (zone) ซ้อนกับบริเวณต่าง ๆ ได้แก่ เขตศูนย์สูตร (equatorial) เขตร้อน (tropical) เขตอบอุ่น (temperate) และเขตขั้วดาว (polar) ทั้งซีกเหนือและใต้
| ดาวเคราะห์ | วันที่ | โชติมาตร (อันดับความสว่าง) |
|---|---|---|
| ดาวพฤหัสบดี | 9 พฤษภาคม | -2.5 |
| ดาวเสาร์ | 27 มิถุนายน | +0.0 |
| ดาวอังคาร | 27 กรกฎาคม | -2.8 |
| ดาวเนปจูน | 8 กันยายน | +7.8 |
| ดาวยูเรนัส | 24 ตุลาคม | +5.7 |
ดาวเสาร์
ดาวเสาร์อยู่ในแนวเดียวกับดวงอาทิตย์เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2560 หลังจากนั้นจะทำมุมห่างดวงอาทิตย์มากขึ้นจนเริ่มปรากฏในเวลาเช้ามืดในกลุ่มดาวคนยิงธนู เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก เยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และจะเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 4 นอกเหนือจากดาวพุธ ดาวอังคาร และดาวพฤหัสบดี ที่สังเกตได้ในเวลาเดียวกัน วันที่ 13 มกราคม 2561 ดาวเสาร์จะอยู่ใกล้ดาวพุธที่ระยะห่าง 0.7°
ต้นเดือนเมษายน ดาวอังคารเคลื่อนมาอยู่ใกล้ดาวเสาร์ที่ระยะห่าง 1.3° วันที่ 27 มิถุนายน ดาวเสาร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์และใกล้โลกที่สุดในรอบปี สว่างที่โชติมาตร 0.0 ดาวเสาร์อยู่บนท้องฟ้าให้สังเกตได้ในเวลาหัวค่ำต่อเนื่องไปจนถึงราวกลางเดือนธันวาคม ก่อนจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนไม่สามารถสังเกตได้ โดยอยู่แนวเดียวกับดวงอาทิตย์ในต้นเดือนมกราคม 2562
ปี 2561 มีสองช่วงที่เรามีโอกาสสังเกตดาวเคราะห์สว่างทั้ง 5 ดวง ปรากฏบนท้องฟ้าในเวลาเดียวกัน ช่วงแรกเกิดขึ้นในเวลาหัวค่ำของปลายเดือนกรกฎาคม ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และดาวอังคาร โดยเรียงจากดวงที่อยู่ทางทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก แต่ดาวพุธจะมีความสว่างน้อยและอยู่ใกล้ขอบฟ้ามาก อาจสังเกตได้ยาก อีกช่วงหนึ่งเกิดขึ้นในเวลาหัวค่ำของกลางเดือนตุลาคม เรียงลำดับเหมือนกับช่วงแรก แต่ดาวพุธกับดาวศุกร์จะอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตก และดาวอังคารปรากฏอยู่สูงทางทิศใต้
ภาพถ่ายวงแหวนดาวเสาร์จากยานแคสซีนี แสดงวงหลัก A, B, C กับวงที่ไม่ชัดนัก คือวง D ที่อยู่ด้านใน และวง F ที่อยู่ด้านนอก
ดาวยูเรนัส
ต้นปี 2561 ดาวยูเรนัสอยู่ในกลุ่มดาวปลา เดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคมอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก โดยดาวศุกร์ผ่านมาใกล้ในวันที่ 28-29 มีนาคม หลังจากนั้นเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นจนสังเกตได้ยาก ดาวยูเรนัสอยู่ร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 18 เมษายน 2561 แล้วกลับมาให้สังเกตได้อีกครั้งบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดราวกลางเดือนพฤษภาคม โดยเคลื่อนเข้าสู่กลุ่มดาวแกะ ก่อนจะถอยกลับไปอยู่ในกลุ่มดาวปลาอีกครั้งในต้นเดือนธันวาคม ปีนี้ดาวยูเรนัสอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 24 ตุลาคม 2561 สว่างที่โชติมาตร +5.7 มีขนาดเชิงมุมตามแนวศูนย์สูตร 3.7 พิลิปดา
ดาวเนปจูน
ดาวเนปจูนอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ มีความสว่างน้อยจึงจำเป็นต้องสังเกตด้วยกล้องโทรทรรศน์ เดือนมกราคมดาวเนปจูนอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก หลังจากนั้นเข้าใกล้ดวงอาทิตย์โดยอยู่ร่วมทิศในวันที่ 4 มีนาคม 2561 เริ่มสังเกตได้อีกครั้งบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดราวต้นเดือนเมษายน ปีนี้ดาวเนปจูนอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 8 กันยายน 2561 สว่างที่สุดในรอบปีด้วยโชติมาตร +7.8 มีขนาดเชิงมุมตามแนวศูนย์สูตร 2.4 พิลิปดา









