สมาคมดาราศาสตร์ไทย
ดาวเคราะห์ในปี 2565

ดาวเคราะห์ในปี 2565

25 ธันวาคม 2564 โดย: วรเชษฐ์ บุญปลอด
ดาวเคราะห์สว่างที่เห็นได้ง่ายด้วยตาเปล่าจากโลกมี 5 ดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ส่วนดาวยูเรนัสและเนปจูน ต้องอาศัยกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ นอกจากดาวเคราะห์แล้ว ยังสามารถส่องเห็นดาวบริวารได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดาวบริวารของดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์

(จาก วรเชษฐ์ บุญปลอด)

แผนภาพแสดงตำแหน่งดาวเคราะห์ตามมุมห่างจากดวงอาทิตย์ตลอดปี 2565 ช่วยให้เห็นภาพรวมคร่าว ๆ ของการปรากฏของดาวเคราะห์ในแต่ละวัน เส้นตรงกลางในแนวดิ่งคือตำแหน่งดวงอาทิตย์ แถบที่แผ่ออกไปสองข้างจากแนวกลางเป็นส่วนที่มีแสงอาทิตย์รบกวน แกนนอนบอกมุมห่างจากดวงอาทิตย์ แกนตั้งบอกวันในแต่ละเดือน แถบที่พาดในแนวเฉียงบอกขอบเขตของกลุ่มดาวจักรราศี เมื่อดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางตะวันตก (ขวามือ) แสดงว่ามองเห็นได้ดีในเวลาเช้ามืด เมื่อดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางตะวันออก (ซ้ายมือ) แสดงว่ามองเห็นได้ดีในเวลาหัวค่ำ ดาวเคราะห์วงนอกจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เมื่อทำมุม 180° แสดงว่าเป็นช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นสว่างและใกล้โลกที่สุดในรอบปี

ดาวพุธ


ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์วงใน อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดและเคลื่อนที่เร็วที่สุดในระบบสุริยะ ด้วยมุมห่างจากดวงอาทิตย์ที่จำกัด คนบนโลกจึงมีโอกาสสังเกตดาวพุธได้เฉพาะในเวลาที่ท้องฟ้าไม่มืดสนิท ประเทศไทยเห็นดาวพุธได้เฉพาะในเวลาหัวค่ำหรือเช้ามืดเท่านั้น

ปี 2565 มีช่วงที่สังเกตดาวพุธได้ดีในเวลาเช้ามืดอยู่ 3 ช่วง ช่วงแรกเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม เป็นช่วงที่สามารถมองเห็นดาวเคราะห์อีก 3 ดวง ได้แก่ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร และดาวเสาร์ บนท้องฟ้าทิศตะวันออก ช่วงที่ 2 อยู่ในเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม เป็นช่วงที่ดาวเคราะห์ทุกดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน อยู่บนท้องฟ้าให้สังเกตได้พร้อมกัน ช่วงสุดท้ายอยู่ในครึ่งแรกของเดือนตุลาคม

ช่วงเวลาที่สังเกตดาวพุธได้ดีในเวลาหัวค่ำของปีนี้มี 4 ช่วง ช่วงแรกอยู่ในครึ่งแรกของเดือนมกราคม โดยมีดาวเสาร์อยู่เหนือดาวพุธ และดาวพฤหัสบดีอยู่สูงขึ้นไปบนท้องฟ้าทิศตะวันตก ช่วงที่ 2 อยู่ในกลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่ดาวพุธผ่านใกล้กระจุกดาวลูกไก่ ช่วงที่ 3 อยู่ในเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน และช่วงสุดท้ายอยู่ในเดือนธันวาคม โดยมีดาวศุกร์ผ่านมาอยู่ใกล้ดาวพุธ

ดาวศุกร์


วันแรก ๆ ของปี 2565 ดาวศุกร์ยังอยู่ใกล้ขอบฟ้าด้านทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ อาจมีโอกาสสังเกตได้หากไม่มีเมฆหมอกมาบดบังและขอบฟ้าด้านนี้เปิดโล่ง โดยมีดาวพุธอยู่สูงขึ้นไปทางซ้าย หลังจากนั้นดาวศุกร์เข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนไม่สามารถสังเกตได้ วันที่ 9 มกราคม ดาวศุกร์ผ่านตำแหน่งร่วมทิศแนววงใน เป็นช่วงที่ดาวศุกร์อยู่ในแนวระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์

กลางเดือนมกราคม ดาวศุกร์เริ่มปรากฏบนท้องฟ้าด้านทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืดบริเวณกลุ่มดาวคนยิงธนู โดยมีตำแหน่งค่อนไปทางด้านทิศเหนือของกลุ่มดาว ดาวศุกร์จะทำมุมห่างดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อย ๆ จนห่างที่สุดในวันที่ 20 มีนาคม ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม จะเห็นดาวอังคารอยู่ทางขวามือของดาวศุกร์ ดาวเคราะห์สองดวงนี้อยู่ใกล้กันที่สุดในเช้ามืดวันที่ 16 มีนาคม ที่ระยะห่าง 4° ขณะอยู่ในกลุ่มดาวแพะทะเล ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ดาวศุกร์ ดาวอังคาร และดาวเสาร์ เกาะกลุ่มอยู่ใกล้กัน หลังจากนั้นดาวศุกร์เคลื่อนห่างออกไปและเข้าสู่กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ

ปลายเดือนเมษายน ดาวศุกร์เข้าสู่กลุ่มดาวปลา ผ่านใกล้ดาวเนปจูนในเช้ามืดวันที่ 28 เมษายน ที่ระยะห่างเพียง 0.1° ช่วงที่ใกล้กันที่สุดเกิดขึ้นเวลา 2 น. ซึ่งดาวศุกร์ยังไม่ขึ้นสำหรับประเทศไทย เวลานั้นดาวศุกร์เกือบจะบังดาวเนปจูนโดยอยู่ห่างกัน 0.4 ลิปดา สังเกตได้จากออสเตรเลียและเกาะทางด้านตะวันออกของอินโดนีเซีย แต่คาดว่าสังเกตได้ไม่ชัดเจนเนื่องจากความสว่างที่ต่างกันมากระหว่างดาวศุกร์กับดาวเนปจูน เช้ามืดวันที่ 1 พฤษภาคม ดาวศุกร์ผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดีที่ระยะห่างเพียง 0.3°

ต้นเดือนมิถุนายน ดาวศุกร์เข้าสู่กลุ่มดาวแกะ ผ่านใกล้ดาวยูเรนัสในเช้ามืดวันที่ 12 มิถุนายน ที่ระยะ 1.5° กลางเดือนดาวศุกร์ย้ายเข้าสู่กลุ่มดาววัว มองเห็นดาวพุธอยู่ต่ำลงไปใกล้ขอบฟ้า วันที่ 23 มิถุนายน จะเห็นกระจุกดาวลูกไก่อยู่ทางซ้ายมือของดาวศุกร์ที่ระยะ 6° จากนั้นวันที่ 26 มิถุนายน จันทร์เสี้ยวบาง ๆ ผ่านมาอยู่ใกล้วัตถุทั้งสอง

กลางเดือนกรกฎาคม ดาวศุกร์ย้ายเข้าสู่กลุ่มดาวคนคู่ กลางเดือนสิงหาคมย้ายเข้าสู่กลุ่มดาวปู เช้ามืดวันที่ 18 สิงหาคม ดาวศุกร์จะปรากฏอยู่ท่ามกลางดาวฤกษ์ในกระจุกดาวรังผึ้ง ปลายเดือนดาวศุกร์เข้าสู่กลุ่มดาวสิงโต ผ่านใกล้ดาวหัวใจสิงห์ในวันที่ 5 กันยายน หลังจากนี้เริ่มสังเกตได้ยากขึ้นเนื่องจากเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ผ่านตำแหน่งร่วมทิศแนววงนอกในวันที่ 23 ตุลาคม

ต้นเดือนธันวาคม ดาวศุกร์เริ่มปรากฏบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำพร้อมกับดาวพุธ ช่วงแรกมีตำแหน่งอยู่ต่ำกว่าดาวพุธ ดาวศุกร์ทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้นทุกวัน อยู่ทางซ้ายมือของดาวพุธในช่วงใกล้สิ้นปี แต่ยังคงอยู่ไม่สูงจากขอบฟ้ามากนัก

ภาพวาดแสดงให้เห็นส่วนสว่างของดาวเคราะห์และขนาดปรากฏเปรียบเทียบ (จาก วรเชษฐ์ บุญปลอด)

ดาวอังคาร


ดาวอังคารมีวงโคจรอยู่ถัดไปจากโลกตามระยะห่างจากดวงอาทิตย์ ช่วงที่สังเกตดาวอังคารได้ดีที่สุดคือขณะที่ดาวอังคารอยู่ใกล้โลก ตรงกับช่วงที่ดาวอังคารอยู่ที่ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ เกิดขึ้นเฉลี่ยทุกประมาณ 2 ปีเศษ วงโคจรของดาวอังคารที่เป็นวงรี ทำให้ดาวอังคารอยู่ห่างโลกไม่เท่ากันในการเข้าใกล้แต่ละครั้ง หากวันที่ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ใกล้เคียงกับวันที่ผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ดาวอังคารจะมีขนาดใหญ่และสว่างมากเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ดาวอังคารที่ปรากฏในกล้องโทรทรรศน์จะมีขนาดเล็ก ไม่สามารถสังเกตเห็นร่องรอยบนพื้นผิวได้ มีเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้นที่ดาวอังคารจะใกล้โลกจนใหญ่พอสำหรับการสังเกตรายละเอียดบนพื้นผิว

พ.ศ. 2565 ดาวอังคารจะผ่านจุดตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในต้นเดือนธันวาคม ทำให้มีความสว่างมากพอสมควร และมีขนาดใหญ่ให้พอจะสังเกตพื้นผิวได้เมื่อดูผ่านกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลอดช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 ถึงมกราคม 2566

ช่วงแรกของปี ดาวอังคารอยู่บนท้องฟ้าให้สังเกตได้ในเวลาเช้ามืด โดยเช้าวันปีใหม่สามารถมองเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้ดาวอังคารที่ระยะ 3° ดาวอังคารจะทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ในปลายเดือนสิงหาคม และอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในเดือนธันวาคม 2565

ช่วงแรกดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู วันที่ 20 มกราคม ดาวอังคารย้ายเข้าสู่กลุ่มดาวคนยิงธนูตามการแบ่งขอบเขตของกลุ่มดาวสากล และเข้าสู่กลุ่มดาวแพะทะเลในวันที่ 6 มีนาคม ขณะที่ดาวศุกร์ผ่านมาอยู่ใกล้กันที่ระยะไม่ห่างกันมากนัก
เช้ามืดวันที่ 5 เมษายน จะเห็นดาวอังคารผ่านใกล้ดาวเสาร์ที่ระยะห่าง 18 ลิปดา หรือ 0.3° เป็นระยะเทียบได้กับราวครึ่งหนึ่งของขนาดปรากฏของดวงจันทร์เต็มดวง และเป็นการปรากฏใกล้กันที่สุดระหว่างดาวเคราะห์สองดวงนี้นับตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2521 ครั้งนั้นอยู่ใกล้กันเพียง 6 ลิปดา

กลางเดือนเมษายนถึงปลายเดือนพฤษภาคม ดาวอังคารผ่านพื้นที่ของกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ ก่อนท้องฟ้าสว่างในเช้ามืดวันที่ 18-19 พฤษภาคม ดาวอังคารจะอยู่ใกล้ดาวเนปจูนที่ระยะห่าง 0.6°-0.7° สังเกตได้ดีในกล้องโทรทรรศน์ โดยดาวเนปจูนอยู่ทางทิศเหนือของดาวอังคาร หลังจากนั้น ดาวอังคารจะเข้าสู่กลุ่มดาวปลา ผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดีในปลายเดือนพฤษภาคมโดยอยู่ใกล้กันที่สุดในเช้ามืดวันที่ 29 และ 30 พฤษภาคม ที่ระยะ 0.7°

ต้นเดือนมิถุนายน ดาวอังคารผ่านเข้าไปในเขตของกลุ่มดาวซีตัส ก่อนจะผ่านกลุ่มดาวปลา และเข้าสู่กลุ่มดาวแกะในต้นเดือนกรกฎาคม เช้ามืดวันที่ 2 สิงหาคม ดาวอังคารผ่านดาวยูเรนัสที่ระยะใกล้ที่สุดเป็นระยะทางเชิงมุม 1.3° โดยดาวยูเรนัสอยู่ทางทิศเหนือของดาวอังคาร สังเกตได้ดีด้วยกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์

วันที่ 10 สิงหาคม ดาวอังคารเข้าสู่กลุ่มดาววัว เริ่มเคลื่อนช้าลงในอีกไม่กี่เดือนหลังจากนั้น และหยุดนิ่งในปลายเดือนตุลาคม ก่อนจะเริ่มเคลื่อนที่ถอยหลัง เป็นสัญญาณบอกว่าดาวอังคารกำลังจะผ่านจุดตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การเคลื่อนที่ถอยหลังของดาวเคราะห์วงนอกอย่างเช่นกรณีนี้เกิดจากโลกซึ่งอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่า เคลื่อนที่เร็วกว่า และกำลังจะแซงไปข้างหน้า ทำให้ดาวเคราะห์วงนอกปรากฏถอยหลังเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์

ดาวอังคารผ่านจุดใกล้โลกที่สุดในวันที่ 1 ธันวาคม และผ่านจุดตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 8 ธันวาคม 2565 เป็นช่วงที่ดาวอังคารสว่างที่สุด ดาวอังคารจะมีโชติมาตร -1.9 ส่องสว่างเห็นได้ชัดเจนในกลุ่มดาววัว สีส้มอมชมพูของดาวอังคารใกล้เคียงกับสีของดาวอัลเดบารัน

วันที่ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ตรงกับวันเพ็ญพอดี จึงเห็นดวงจันทร์เต็มดวงอยู่ใกล้ดาวอังคารที่ระยะประมาณ 5 ° หลังจากผ่านจุดตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ความสว่างของดาวอังคารจะค่อย ๆ ลดลง ตามระยะห่างที่ไกลขึ้น แต่ยังคงเห็นเป็นดาวสว่างเด่นดวงหนึ่งบนท้องฟ้าต่อไปถึงต้นปี 2566

ดาวอังคารขณะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในปีต่าง ๆ (เวลาประเทศไทย) ตัวเลขที่ระบุไว้ข้างเส้นซึ่งเชื่อมระหว่างโลกกับดาวอังคารคือระยะห่างขณะใกล้กันที่สุด มีหน่วยเป็นล้านกิโลเมตร ในวงเล็บคือวันที่ใกล้กันที่สุด ซึ่งมักไม่ตรงกับวันที่ดาวอังคารทำมุม 180° กับดวงอาทิตย์ (จาก วรเชษฐ์ บุญปลอด)

ดาวพฤหัสบดี


เดือนมกราคม 2565 ดาวพฤหัสบดีอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ สามารถสังเกตดาวพฤหัสบดีในเวลานี้ได้จนถึงราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากนั้นดาวพฤหัสบดีจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนไม่สามารถสังเกตได้ ดาวพฤหัสบดีอยู่ร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 5 มีนาคม ราวต้นเดือนเมษายน ดาวพฤหัสบดีจะทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากพอให้เริ่มสังเกตได้ในเวลาเช้ามืด โดยอยู่ทางทิศตะวันออกบริเวณเส้นคั่นระหว่างกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำกับกลุ่มดาวปลา

เช้ามืดวันพุธที่ 13 เมษายน ดาวพฤหัสบดีผ่านใกล้ดาวเนปจูนที่ระยะห่าง 7 ลิปดา หรือ 0.1° โดยดาวเนปจูนอยู่ทางทิศใต้ของดาวพฤหัสบดี (ประเทศไทยไม่สามารถสังเกตในช่วงที่ใกล้กันที่สุดที่ระยะ 6 ลิปดา เนื่องจากดาวพฤหัสบดียังไม่ขึ้นเหนือขอบฟ้า) แต่การสังเกตต้องใช้กล้องโทรทรรศน์และอาจมีอุปสรรคจากการที่ดาวเคราะห์ทั้งสองมีมุมห่างจากดวงอาทิตย์ 29° ทำให้ยังอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าในเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มสว่าง

ดาวเคราะห์ทั้งสองผ่านใกล้กันโดยเฉลี่ยทุก 12-13 ปี แต่ละครั้งมีระยะห่างไม่เท่ากัน ครั้งล่าสุดที่ใกล้กันที่ระยะต่ำกว่า 10 ลิปดา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 1932 ห่างกัน 8 ลิปดา และหลังจากปีนี้ ครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2098 ห่างกัน 5 ลิปดา

การเข้าใกล้กันระหว่างดาวพฤหัสบดีกับดาวเนปจูนเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 เป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจในประวัติศาสตร์ เมื่อนักดาราศาสตร์พบว่าบันทึกของกาลิเลโอ กาลิเลอี แสดงให้เห็นว่าเขาสังเกตเห็นดาวเนปจูนขณะอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดี ก่อนการค้นพบดาวเนปจูนอย่างเป็นทางการใน ค.ศ. 1846

เช้ามืดวันที่ 1 พฤษภาคม ดาวศุกร์กับดาวพฤหัสบดีอยู่ใกล้กันที่ระยะห่างเพียง 0.2° วันที่ 29-30 พฤษภาคม ดาวอังคารผ่านมาใกล้ดาวพฤหัสบดีที่ระยะ 0.7° ปลายเดือนมิถุนายน ดาวพฤหัสบดีทำมุม 90° โดยอยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกของดวงอาทิตย์ จึงเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่สูงบนท้องฟ้าทิศใต้ในเวลาเช้ามืด พร้อมกับขยับเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของกลุ่มดาวซีตัส

ปลายเดือนกรกฎาคม ดาวพฤหัสบดีเริ่มหยุดนิ่งแล้วเคลื่อนที่ถอยหลังในมุมมองจากโลก ต้นเดือนกันยายน ดาวพฤหัสบดีถอยกลับมาอยู่ในกลุ่มดาวปลา วันที่ 27 กันยายน 2565 ดาวพฤหัสบดีผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์และใกล้โลกที่สุดในรอบปี สว่างที่โชติมาตร –2.9 เป็นช่วงที่สามารถสังเกตได้ตลอดทั้งคืน ปลายเดือนพฤศจิกายน ดาวพฤหัสบดีเริ่มหยุดนิ่งแล้วเคลื่อนที่เดินหน้าในมุมมองจากโลก ปลายเดือนธันวาคม ดาวพฤหัสบดีทำมุม 90° โดยห่างไปทางทิศตะวันออกของดวงอาทิตย์ จึงเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่สูงบนท้องฟ้าทิศใต้ในเวลาหัวค่ำ

บรรยากาศของดาวพฤหัสบดีแบ่งได้เป็นหลายส่วนตามริ้วที่พาดในแนวขนานกับเส้นศูนย์สูตร ริ้วคล้ำเรียกว่าแถบ (belt) ริ้วสว่างเรียกว่าเขต (zone) ซ้อนกับบริเวณต่าง ๆ ได้แก่ เขตศูนย์สูตร (equatorial) เขตร้อน (tropical) เขตอบอุ่น (temperate) และเขตขั้วดาว (polar) ทั้งซีกเหนือและใต้

วันที่ดาวเคราะห์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในปี 2565
ดาวเคราะห์ วันที่ โชติมาตร (อันดับความสว่าง)
ดาวเสาร์ 15 สิงหาคม+0.3
ดาวเนปจูน 17 กันยายน+7.8
ดาวพฤหัสบดี 27 กันยายน-2.9
ดาวยูเรนัส 9 พฤศจิกายน+5.6
ดาวอังคาร 8 ธันวาคม-1.9


ดาวเสาร์


ตลอดปี 2565 ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวแพะทะเล เดือนมกราคมปรากฏอยู่บนท้องฟ้าด้านทิศตะวันตก ปลายเดือนเริ่มเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนสังเกตได้ยาก ดาวเสาร์ผ่านตำแหน่งร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ปลายเดือนดาวเสาร์เริ่มปรากฏบนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด ผ่านใกล้ดาวพุธในวันที่ 3 มีนาคม โดยอยู่สูงจากขอบฟ้าไม่มากนัก

ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน เป็นช่วงที่ดาวอังคาร ดาวศุกร์ และดาวเสาร์ เกาะกลุ่มอยู่ใกล้กัน โดยดาวเสาร์อยู่ใกล้ดาวศุกร์ในวันที่ 29 มีนาคม ที่ระยะ 2.1° และอยู่ใกล้ดาวอังคารในวันที่ 5 เมษายน ที่ระยะ 0.3° กลางเดือนพฤษภาคม ดาวเสาร์ทำมุม 90° โดยอยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกของดวงอาทิตย์ จึงเห็นอยู่สูงบนท้องฟ้าทิศใต้ในเวลาฟ้าสาง

วันที่ 15 สิงหาคม 2565 ดาวเสาร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์และใกล้โลกที่สุดในรอบปี สว่างที่โชติมาตร +0.3 กลางเดือนพฤศจิกายน ดาวเสาร์ทำมุมตั้งฉากโดยห่างไปทางทิศตะวันออกของดวงอาทิตย์ จึงเห็นอยู่สูงบนท้องฟ้าทิศใต้ในเวลาพลบค่ำ จากนี้ไปจนถึงสิ้นปี เรายังคงสังเกตดาวเสาร์ในเวลาหัวค่ำได้ทุกวัน

กราฟความสว่างของดาวเคราะห์ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า 5 ดวง (จาก วรเชษฐ์ บุญปลอด)

ดาวยูเรนัส


ตลอดปีนี้ดาวยูเรนัสอยู่ในกลุ่มดาวแกะ สังเกตได้บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำตลอดช่วง 3 เดือนแรกของปี ดาวยูเรนัสห่างดวงอาทิตย์เป็นมุม 90° ในปลายเดือนมกราคม เมื่อถึงต้นเดือนเมษายน ดาวยูเรนัสเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นจนเริ่มสังเกตได้ยาก โดยอยู่ร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 5 พฤษภาคม

ต้นเดือนมิถุนายน ดาวยูเรนัสเริ่มมีมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากพอให้สังเกตได้บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด ดาวศุกร์ผ่านมาอยู่ใกล้ในวันที่ 12 มิถุนายน ที่ระยะ 1.5° และดาวอังคารมาอยู่ใกล้ในวันที่ 2 สิงหาคม ที่ระยะ 1.3° ดาวยูเรนัสมีมุมห่างจากดวงอาทิตย์เพิ่มขึ้นจนกระทั่งตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ในกลางเดือนสิงหาคม และอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 สว่างที่โชติมาตร +5.6 มีขนาดเชิงมุมตามแนวศูนย์สูตร 3.8 พิลิปดา

ดาวเนปจูน


ดาวเนปจูนยังคงอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ ใกล้กับแนวเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ของกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำกับกลุ่มดาวปลา ดาวเนปจูนมีความสว่างน้อย จึงจำเป็นต้องสังเกตด้วยกล้องโทรทรรศน์ เดือนมกราคม 2565 ดาวเนปจูนอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก หลังจากนั้นเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นจนเริ่มสังเกตได้ยาก

หลังจากดาวเนปจูนอยู่ร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 13 มีนาคม จะเริ่มสังเกตได้อีกครั้งบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดในราวต้นเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่ดาวพฤหัสบดีเคลื่อนมาอยู่ใกล้ ดาวเคราะห์ทั้งสองอยู่ใกล้กันที่สุดในเช้ามืดวันที่ 13 เมษายน ที่ระยะห่างเพียง 0.1° สังเกตได้ในช่วงก่อนท้องฟ้าสว่าง ซึ่งทั้งคู่อยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าที่มุมเงยประมาณ 10°

เช้ามืดวันที่ 28 เมษายน ดาวศุกร์มาอยู่ใกล้ดาวเนปจูนที่ระยะ 0.1° แต่อาจสังเกตได้ยากเนื่องจากความความสว่างที่ต่างกันมาก ความจริงดาวเคราะห์ทั้งสองเข้าใกล้กันที่สุดในเวลาประมาณ 2 น. ที่ระยะห่างเพียง 0.4 ลิปดา เกือบจะบังกัน แต่ช่วงที่ใกล้กันที่สุดไม่สามารถสังเกตได้จากประเทศไทย เนื่องจากดาวศุกร์และดาวเนปจูนยังไม่ขึ้นเหนือขอบฟ้า

ดาวเนปจูนมีมุมห่างจากดวงอาทิตย์เพิ่มขึ้นจนตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ในกลางเดือนมิถุนายน โดยช่วงเดือนพฤษภาคม-กลางเดือนสิงหาคม ดาวเนปจูนจะเข้าไปอยู่พื้นที่ของกลุ่มดาวปลา ดาวเนปจูนอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 17 กันยายน 2565 ขณะอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ โดยสว่างที่โชติมาตร +7.8 มีขนาดเชิงมุมตามแนวศูนย์สูตร 2.4 พิลิปดา หลังจากนั้นเริ่มสังเกตได้บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์ 90° ในกลางเดือนธันวาคม

แผนที่แสดงตำแหน่งดาวยูเรนัสและดาวเนปจูน โดยมีเส้นบอกตำแหน่งทุกวันแรกของเดือน (1 = มกราคม 2565, 2 = กุมภาพันธ์ 2565, ..., 13 = มกราคม 2566, 14 = กุมภาพันธ์ 2566) ขนาดของดาวในภาพสอดคล้องกับความสว่าง ดาวดวงเล็กที่สุดในแผนที่สำหรับดาวเนปจูนมีโชติมาตร 9 (จาก วรเชษฐ์ บุญปลอด)