สมาคมดาราศาสตร์ไทย

สุริยุปราคาและจันทรุปราคาในปี 2569

สุริยุปราคาและจันทรุปราคาในปี 2569

19 ธันวาคม 2568 โดย: วรเชษฐ์ บุญปลอด
      พ.ศ. 2569 มีสุริยุปราคาและจันทรุปราคาเกิดขึ้นอย่างละ ครั้ง รวมเป็น ครั้ง ประเทศไทยสังเกตจันทรุปราคาเต็มดวงในเดือนมีนาคมได้เพียงครั้งเดียวในรอบปีนี้

1. สุริยุปราคาวงแหวน 17 กุมภาพันธ์ 2569


     อุปราคาครั้งแรกของปีเกิดขึ้นในวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นสุริยุปราคาวงแหวนซึ่งดวงจันทร์อยู่ห่างโลกจนมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ แนวคราสวงแหวนผ่านทวีปแอนตาร์กติกาและมหาสมุทรใต้ บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วน ได้แก่ ทางใต้ของชิลี  ทางใต้ของทวีปอเมริกาใต้ บางส่วนของแอนตาร์กติกา รวมทั้งส่วนเล็ก ๆ ของเม็กซิโก
     ที่กึ่งกลางคราสซึ่งเกิดขึ้นเวลา 19:12 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน นาที 20 วินาที เงาคราสวงแหวนกว้างราว 616 กิโลเมตร ดวงจันทร์มีเส้นผ่านศูนย์กลางปรากฏคิดเป็นสัดส่วน 96.3% ของดวงอาทิตย์

 (จาก วรเชษฐ์ บุญปลอด)
ขั้นตอนการเกิดสุริยุปราคา 17 กุมภาพันธ์ 2569
เหตุการณ์เวลาพิกัด
1. เงามัวเริ่มสัมผัสผิวโลก16:56:25.2ละติจูด 62° 23.9′ ลองจิจูด 79° 24.1′ W
2. ศูนย์กลางเงาคราสวงแหวนเริ่มสัมผัสผิวโลก18:48:16.8ละติจูด 71° 57.5′ ลองจิจูด 136° 39.2′ E
3. กึ่งกลางคราส (ขนาดอุปราคา 0.96299)19:11:55.1ละติจูด 64° 43.1′ ลองจิจูด 86° 44.2′ E
4. ศูนย์กลางเงาคราสวงแหวนออกจากผิวโลก19:36:06.5ละติจูด 50° 06.6′ ลองจิจูด  99° 01.4′ E
5. เงามัวออกจากผิวโลก21:27:40.2ละติจูด 12° 29.3′ ลองจิจูด  59° 13.6′ E


2. จันทรุปราคาเต็มดวง มีนาคม 2569


     เวลาหัวค่ำของวันอังคารที่ มีนาคม 2569 ซึ่งคาดว่าตรงกับวันมาฆบูชา เกิดจันทรุปราคาเต็มดวงซึ่งสามารถสังเกตได้ในประเทศไทย จันทรุปราคาครั้งนี้เริ่มขึ้นในช่วงเย็นก่อนดวงอาทิตย์ตกและก่อนดวงจันทร์ขึ้น จันทรุปราคาเต็มดวงดำเนินอยู่ขณะที่ดวงจันทร์ขึ้นทางทิศตะวันออกและดวงอาทิตย์ตกทางทิศตะวันตก ทำให้อาจสังเกตได้ยากในช่วงแรก
     จันทรุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นระหว่างเวลา 18:04 19:03 น. บังลึกที่สุดเวลา 18:34 น. ช่วงที่ดวงจันทร์ถูกเงามืดของโลกบดบังทั้งดวงนี้ดวงจันทร์ไม่ได้มืดสนิท แต่มีสีแดงเนื่องจากแสงอาทิตย์กระเจิงและหักเหผ่านบรรยากาศโลก หลังสิ้นสุดจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์จะออกจากเงามืด กลายเป็นจันทรุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์ทั้งดวงจะออกจากเงามืดในเวลา 20:17 น. ขณะเกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาวสิงโต ดาวหัวใจสิงห์อยู่สูงเหนือดวงจันทร์ประมาณ 14°
     บริเวณที่เห็นจันทรุปราคา ได้แก่ ทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย มหาสมุทรแปซิฟิก อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และด้านตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก เอเชียเห็นขณะดวงจันทร์กำลังขึ้นทางทิศตะวันออก ส่วนอเมริกาเห็นได้ขณะดวงจันทร์กำลังตก ที่กึ่งกลางของปรากฏการณ์ซึ่งเป็นเวลาที่ดวงจันทร์เข้าไปในเงาของโลกลึกที่สุด ดวงจันทร์จะอยู่เหนือศีรษะของผู้สังเกตในกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ขอบด้านทิศเหนือของดวงจันทร์อยู่ใกล้ศูนย์กลางเงาโลก จึงคาดว่าพื้นที่ด้านทิศใต้ของดวงจันทร์จะสว่างกว่าด้านทิศเหนือ

 (จาก วรเชษฐ์ บุญปลอด)

ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา มีนาคม 2569
เหตุการณ์เวลา
1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก15:44:02 (ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง)
2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน16:49:40 (ดวงจันทร์เริ่มแหว่ง)
3. เริ่มเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง18:03:58
4. ดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกที่สุด18:33:43 (ขนาดของอุปราคาเงามืด 1.1525)
5. สิ้นสุดจันทรุปราคาเต็มดวง19:02:55
6. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน20:17:29 (ดวงจันทร์กลับมาเต็มดวง)
7. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก21:23:21 (สิ้นสุดปรากฏการณ์)


3. สุริยุปราคาเต็มดวง 12-13 สิงหาคม 2569


     วันที่ 12-13 สิงหาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่ดวงจันทร์มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าดวงอาทิตย์จนสามารถบดบังดวงอาทิตย์ได้มิดหมดทั้งดวง สังเกตเห็นได้ภายในแนวเส้นทางแคบ ๆ เริ่มต้นบริเวณชายฝั่งทางเหนือของรัสเซียซึ่งมีอากาศหนาวจัดตลอดปี ผ่านเขตอาร์กติกใกล้ขั้วโลกเหนือ กรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ ตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก คาบสมุทรไอบีเรียในทวีปยุโรป แล้วไปสิ้นสุดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
     จุดที่เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงนานที่สุดอยู่ในมหาสมุทรใกล้ชายฝั่งทางตะวันตกของไอซ์แลนด์ เกิดขึ้นเวลา 00:46 น. ของวันที่ 13 สิงหาคม ตามเวลาไทย (ยังเป็นวันที่ 12 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น) คราสเต็มดวงนาน นาที 18 วินาที ดวงจันทร์มีขนาดปรากฏประมาณ 103.9% ของดวงอาทิตย์ และเงามืดบนผิวโลกมีความกว้างราว 294 กิโลเมตร
     แนวคราสเต็มดวงเฉียดทางเหนือของมาดริดซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศสเปนบนคาบสมุทรไอบีเรีย คนที่อยู่บริเวณใจกลางเมืองเห็นดวงอาทิตย์เหลือเสี้ยวบาง ๆ ที่มุมเงยเหนือขอบฟ้าประมาณ 7° แนวคราสเต็มดวงผ่านเมืองบาเลนเซียซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ แต่ไม่ผ่านบาร์เซโลนา และผ่านพื้นที่ส่วนเล็ก ๆ ของประเทศโปรตุเกส
     สเปนอยู่ในฤดูร้อน สถิติสภาพอากาศแสดงว่าส่วนใหญ่ท้องฟ้ามีเมฆน้อย แต่บริเวณนี้อยู่ใกล้จุดสิ้นสุดของแนวคราสเต็มดวง ทำให้เห็นสุริยุปราคาขณะดวงอาทิตย์อยู่ต่ำ ผู้สังเกตในสเปนจึงต้องหาสถานที่ซึ่งท้องฟ้าด้านทิศตะวันตกเปิดโล่ง ไม่มีภูเขาและต้นไม้บดบัง ลมที่พัดมาจากทิศใต้อาจหอบฝุ่นจากทะเลทรายสะฮารามาปกคลุมเหนือคาบสมุทรไอบีเรียจนทำให้ทัศนวิสัยแย่ลงได้
     บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนกินพื้นที่กว้างใหญ่ครอบคลุมตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ส่วนใหญ่ของทวีปยุโรป และด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา

 (จาก วรเชษฐ์ บุญปลอด)

ขั้นตอนการเกิดสุริยุปราคา 12-13 สิงหาคม 2569
เหตุการณ์เวลาพิกัด
1. เงามัวเริ่มสัมผัสผิวโลก22:34:13.0ละติจูด 56° 41.2′ ลองจิจูด 166° 02.6′ W
2. ศูนย์กลางเงามืดเริ่มสัมผัสผิวโลก00:00:05.7ละติจูด 75° 04.7′ ลองจิจูด  113° 27.0′ E
3. กึ่งกลางคราส (ขนาดอุปราคา 1.03863)00:45:54.9ละติจูด 65° 13.4′ ลองจิจูด 25° 14.1′ W
4. ศูนย์กลางเงามืดออกจากผิวโลก01:32:10.9ละติจูด 38° 40.7′ ลองจิจูด 5° 24.5′ E
5. เงามัวออกจากผิวโลก02:57:58.3ละติจูด 11° 26.5′ ลองจิจูด 25° 11.2′ W


4. จันทรุปราคาบางส่วน 28 สิงหาคม 2569


     วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิดจันทรุปราคาซึ่งไม่สามารถสังเกตได้ในประเทศไทย บริเวณที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้ ได้แก่ ทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป และแอฟริกา ที่กึ่งกลางของปรากฏการณ์ซึ่งเป็นเวลาที่ดวงจันทร์เข้าไปในเงาของโลกลึกที่สุด ดวงจันทร์จะอยู่เหนือศีรษะของผู้สังเกตในทวีปอเมริกาใต้ เป็นจันทรุปราคาบางส่วนที่ลึกถึงราว 93% ของเส้นผ่านศูนย์กลาง ทำให้ดวงจันทร์เหลือส่วนสว่างเป็นเสี้ยวบาง มีโอกาสเห็นผิวบางส่วนของดวงจันทร์ในเงามืดเจือด้วยสีแดง ส้ม หรือน้ำตาล ขณะเกิดจันทรุปราคาดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ

ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา 28 สิงหาคม 2569
เหตุการณ์เวลา
1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก08:23:33 (ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง)
2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน09:33:25 (ดวงจันทร์เริ่มแหว่ง)
3. ดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกที่สุด11:12:55 (ขนาดของอุปราคาเงามืด 0.9318)
4. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน12:52:12 (ดวงจันทร์กลับมาเต็มดวง)
5. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก14:02:02 (สิ้นสุดปรากฏการณ์)


     หมายเหตุ: ผลการคำนวณเวลาเกิดจันทรุปราคาขั้นตอนต่าง ๆ ในที่นี้ ใช้วิธีซึ่งคำนึงถึงสัณฐานที่เป็นทรงกลมแป้นของโลก (เส้นผ่านศูนย์กลางในแนวเส้นศูนย์สูตรยาวกว่าในแนวขั้ว) อันส่งผลให้เงามีรูปร่างเป็นวงรีเล็กน้อย โดยอ้างอิงจากผลงานวิจัยที่ได้จากการวัดเวลาของการเกิดจันทรุปราคาหลายครั้งในอดีต เวลาที่คำนวณได้จึงต่างกันเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผลการคำนวณที่ตีพิมพ์ใน Astronomical Almanac ซึ่งใช้วิธีดั้งเดิมโดยกำหนดให้เงาโลกเป็นวงกลม นอกจากนี้ยังมีพารามิเตอร์ที่ต่างกันในการชดเชยผลจากบรรยากาศโลก และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอนของคาบการหมุนของโลก ซึ่งส่งผลต่อการพยากรณ์เวลาของปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ทั้งหมด