สุริยุปราคาและจันทรุปราคาในปี 2569
พ.ศ. 2569 มีสุริยุปราคาและจันทรุปราคาเกิดขึ้นอย่างละ 2 ครั้ง รวมเป็น 4 ครั้ง ประเทศไทยสังเกตจันทรุปราคาเต็มดวงในเดือนมีนาคมได้เพียงครั้งเดียวในรอบปีนี้
อุปราคาครั้งแรกของปีเกิดขึ้นในวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นสุริยุปราคาวงแหวนซึ่งดวงจันทร์อยู่ห่างโลกจนมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ แนวคราสวงแหวนผ่านทวีปแอนตาร์กติกาและมหาสมุทรใต้ บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วน ได้แก่ ทางใต้ของชิลี ทางใต้ของทวีปอเมริกาใต้ บางส่วนของแอนตาร์กติกา รวมทั้งส่วนเล็ก ๆ ของเม็กซิโก
ที่กึ่งกลางคราสซึ่งเกิดขึ้นเวลา 19:12 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 2 นาที 20 วินาที เงาคราสวงแหวนกว้างราว 616 กิโลเมตร ดวงจันทร์มีเส้นผ่านศูนย์กลางปรากฏคิดเป็นสัดส่วน 96.3% ของดวงอาทิตย์
เวลาหัวค่ำของวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งคาดว่าตรงกับวันมาฆบูชา เกิดจันทรุปราคาเต็มดวงซึ่งสามารถสังเกตได้ในประเทศไทย จันทรุปราคาครั้งนี้เริ่มขึ้นในช่วงเย็นก่อนดวงอาทิตย์ตกและก่อนดวงจันทร์ขึ้น จันทรุปราคาเต็มดวงดำเนินอยู่ขณะที่ดวงจันทร์ขึ้นทางทิศตะวันออกและดวงอาทิตย์ตกทางทิศตะวันตก ทำให้อาจสังเกตได้ยากในช่วงแรก
จันทรุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นระหว่างเวลา 18:04 - 19:03 น. บังลึกที่สุดเวลา 18:34 น. ช่วงที่ดวงจันทร์ถูกเงามืดของโลกบดบังทั้งดวงนี้ดวงจันทร์ไม่ได้มืดสนิท แต่มีสีแดงเนื่องจากแสงอาทิตย์กระเจิงและหักเหผ่านบรรยากาศโลก หลังสิ้นสุดจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์จะออกจากเงามืด กลายเป็นจันทรุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์ทั้งดวงจะออกจากเงามืดในเวลา 20:17 น. ขณะเกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาวสิงโต ดาวหัวใจสิงห์อยู่สูงเหนือดวงจันทร์ประมาณ 14°
บริเวณที่เห็นจันทรุปราคา ได้แก่ ทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย มหาสมุทรแปซิฟิก อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และด้านตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก เอเชียเห็นขณะดวงจันทร์กำลังขึ้นทางทิศตะวันออก ส่วนอเมริกาเห็นได้ขณะดวงจันทร์กำลังตก ที่กึ่งกลางของปรากฏการณ์ซึ่งเป็นเวลาที่ดวงจันทร์เข้าไปในเงาของโลกลึกที่สุด ดวงจันทร์จะอยู่เหนือศีรษะของผู้สังเกตในกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ขอบด้านทิศเหนือของดวงจันทร์อยู่ใกล้ศูนย์กลางเงาโลก จึงคาดว่าพื้นที่ด้านทิศใต้ของดวงจันทร์จะสว่างกว่าด้านทิศเหนือ
วันที่ 12-13 สิงหาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่ดวงจันทร์มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าดวงอาทิตย์จนสามารถบดบังดวงอาทิตย์ได้มิดหมดทั้งดวง สังเกตเห็นได้ภายในแนวเส้นทางแคบ ๆ เริ่มต้นบริเวณชายฝั่งทางเหนือของรัสเซียซึ่งมีอากาศหนาวจัดตลอดปี ผ่านเขตอาร์กติกใกล้ขั้วโลกเหนือ กรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ ตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก คาบสมุทรไอบีเรียในทวีปยุโรป แล้วไปสิ้นสุดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
จุดที่เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงนานที่สุดอยู่ในมหาสมุทรใกล้ชายฝั่งทางตะวันตกของไอซ์แลนด์ เกิดขึ้นเวลา 00:46 น. ของวันที่ 13 สิงหาคม ตามเวลาไทย (ยังเป็นวันที่ 12 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น) คราสเต็มดวงนาน 2 นาที 18 วินาที ดวงจันทร์มีขนาดปรากฏประมาณ 103.9% ของดวงอาทิตย์ และเงามืดบนผิวโลกมีความกว้างราว 294 กิโลเมตร
แนวคราสเต็มดวงเฉียดทางเหนือของมาดริดซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศสเปนบนคาบสมุทรไอบีเรีย คนที่อยู่บริเวณใจกลางเมืองเห็นดวงอาทิตย์เหลือเสี้ยวบาง ๆ ที่มุมเงยเหนือขอบฟ้าประมาณ 7° แนวคราสเต็มดวงผ่านเมืองบาเลนเซียซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 แต่ไม่ผ่านบาร์เซโลนา และผ่านพื้นที่ส่วนเล็ก ๆ ของประเทศโปรตุเกส
สเปนอยู่ในฤดูร้อน สถิติสภาพอากาศแสดงว่าส่วนใหญ่ท้องฟ้ามีเมฆน้อย แต่บริเวณนี้อยู่ใกล้จุดสิ้นสุดของแนวคราสเต็มดวง ทำให้เห็นสุริยุปราคาขณะดวงอาทิตย์อยู่ต่ำ ผู้สังเกตในสเปนจึงต้องหาสถานที่ซึ่งท้องฟ้าด้านทิศตะวันตกเปิดโล่ง ไม่มีภูเขาและต้นไม้บดบัง ลมที่พัดมาจากทิศใต้อาจหอบฝุ่นจากทะเลทรายสะฮารามาปกคลุมเหนือคาบสมุทรไอบีเรียจนทำให้ทัศนวิสัยแย่ลงได้
บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนกินพื้นที่กว้างใหญ่ครอบคลุมตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ส่วนใหญ่ของทวีปยุโรป และด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิดจันทรุปราคาซึ่งไม่สามารถสังเกตได้ในประเทศไทย บริเวณที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้ ได้แก่ ทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป และแอฟริกา ที่กึ่งกลางของปรากฏการณ์ซึ่งเป็นเวลาที่ดวงจันทร์เข้าไปในเงาของโลกลึกที่สุด ดวงจันทร์จะอยู่เหนือศีรษะของผู้สังเกตในทวีปอเมริกาใต้ เป็นจันทรุปราคาบางส่วนที่ลึกถึงราว 93% ของเส้นผ่านศูนย์กลาง ทำให้ดวงจันทร์เหลือส่วนสว่างเป็นเสี้ยวบาง มีโอกาสเห็นผิวบางส่วนของดวงจันทร์ในเงามืดเจือด้วยสีแดง ส้ม หรือน้ำตาล ขณะเกิดจันทรุปราคาดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ
หมายเหตุ: ผลการคำนวณเวลาเกิดจันทรุปราคาขั้นตอนต่าง ๆ ในที่นี้ ใช้วิธีซึ่งคำนึงถึงสัณฐานที่เป็นทรงกลมแป้นของโลก (เส้นผ่านศูนย์กลางในแนวเส้นศูนย์สูตรยาวกว่าในแนวขั้ว) อันส่งผลให้เงามีรูปร่างเป็นวงรีเล็กน้อย โดยอ้างอิงจากผลงานวิจัยที่ได้จากการวัดเวลาของการเกิดจันทรุปราคาหลายครั้งในอดีต เวลาที่คำนวณได้จึงต่างกันเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผลการคำนวณที่ตีพิมพ์ใน Astronomical Almanac ซึ่งใช้วิธีดั้งเดิมโดยกำหนดให้เงาโลกเป็นวงกลม นอกจากนี้ยังมีพารามิเตอร์ที่ต่างกันในการชดเชยผลจากบรรยากาศโลก และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอนของคาบการหมุนของโลก ซึ่งส่งผลต่อการพยากรณ์เวลาของปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ทั้งหมด
1. สุริยุปราคาวงแหวน 17 กุมภาพันธ์ 2569
อุปราคาครั้งแรกของปีเกิดขึ้นในวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นสุริยุปราคาวงแหวนซึ่งดวงจันทร์อยู่ห่างโลกจนมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ แนวคราสวงแหวนผ่านทวีปแอนตาร์กติกาและมหาสมุทรใต้ บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วน ได้แก่ ทางใต้ของชิลี ทางใต้ของทวีปอเมริกาใต้ บางส่วนของแอนตาร์กติกา รวมทั้งส่วนเล็ก ๆ ของเม็กซิโก
ที่กึ่งกลางคราสซึ่งเกิดขึ้นเวลา 19:12 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 2 นาที 20 วินาที เงาคราสวงแหวนกว้างราว 616 กิโลเมตร ดวงจันทร์มีเส้นผ่านศูนย์กลางปรากฏคิดเป็นสัดส่วน 96.3% ของดวงอาทิตย์
| เหตุการณ์ | เวลา | พิกัด |
|---|---|---|
| 1. เงามัวเริ่มสัมผัสผิวโลก | 16:56:25.2 | ละติจูด 62° 23.9′ S ลองจิจูด 79° 24.1′ W |
| 2. ศูนย์กลางเงาคราสวงแหวนเริ่มสัมผัสผิวโลก | 18:48:16.8 | ละติจูด 71° 57.5′ S ลองจิจูด 136° 39.2′ E |
| 3. กึ่งกลางคราส (ขนาดอุปราคา = 0.96299) | 19:11:55.1 | ละติจูด 64° 43.1′ S ลองจิจูด 86° 44.2′ E |
| 4. ศูนย์กลางเงาคราสวงแหวนออกจากผิวโลก | 19:36:06.5 | ละติจูด 50° 06.6′ S ลองจิจูด 99° 01.4′ E |
| 5. เงามัวออกจากผิวโลก | 21:27:40.2 | ละติจูด 12° 29.3′ S ลองจิจูด 59° 13.6′ E |
2. จันทรุปราคาเต็มดวง 3 มีนาคม 2569
เวลาหัวค่ำของวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งคาดว่าตรงกับวันมาฆบูชา เกิดจันทรุปราคาเต็มดวงซึ่งสามารถสังเกตได้ในประเทศไทย จันทรุปราคาครั้งนี้เริ่มขึ้นในช่วงเย็นก่อนดวงอาทิตย์ตกและก่อนดวงจันทร์ขึ้น จันทรุปราคาเต็มดวงดำเนินอยู่ขณะที่ดวงจันทร์ขึ้นทางทิศตะวันออกและดวงอาทิตย์ตกทางทิศตะวันตก ทำให้อาจสังเกตได้ยากในช่วงแรก
จันทรุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นระหว่างเวลา 18:04 - 19:03 น. บังลึกที่สุดเวลา 18:34 น. ช่วงที่ดวงจันทร์ถูกเงามืดของโลกบดบังทั้งดวงนี้ดวงจันทร์ไม่ได้มืดสนิท แต่มีสีแดงเนื่องจากแสงอาทิตย์กระเจิงและหักเหผ่านบรรยากาศโลก หลังสิ้นสุดจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์จะออกจากเงามืด กลายเป็นจันทรุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์ทั้งดวงจะออกจากเงามืดในเวลา 20:17 น. ขณะเกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาวสิงโต ดาวหัวใจสิงห์อยู่สูงเหนือดวงจันทร์ประมาณ 14°
บริเวณที่เห็นจันทรุปราคา ได้แก่ ทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย มหาสมุทรแปซิฟิก อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และด้านตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก เอเชียเห็นขณะดวงจันทร์กำลังขึ้นทางทิศตะวันออก ส่วนอเมริกาเห็นได้ขณะดวงจันทร์กำลังตก ที่กึ่งกลางของปรากฏการณ์ซึ่งเป็นเวลาที่ดวงจันทร์เข้าไปในเงาของโลกลึกที่สุด ดวงจันทร์จะอยู่เหนือศีรษะของผู้สังเกตในกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ขอบด้านทิศเหนือของดวงจันทร์อยู่ใกล้ศูนย์กลางเงาโลก จึงคาดว่าพื้นที่ด้านทิศใต้ของดวงจันทร์จะสว่างกว่าด้านทิศเหนือ
| เหตุการณ์ | เวลา |
|---|---|
| 1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก | 15:44:02 (ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง) |
| 2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน | 16:49:40 (ดวงจันทร์เริ่มแหว่ง) |
| 3. เริ่มเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง | 18:03:58 |
| 4. ดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกที่สุด | 18:33:43 (ขนาดของอุปราคาเงามืด = 1.1525) |
| 5. สิ้นสุดจันทรุปราคาเต็มดวง | 19:02:55 |
| 6. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน | 20:17:29 (ดวงจันทร์กลับมาเต็มดวง) |
| 7. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก | 21:23:21 (สิ้นสุดปรากฏการณ์) |
3. สุริยุปราคาเต็มดวง 12-13 สิงหาคม 2569
วันที่ 12-13 สิงหาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่ดวงจันทร์มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าดวงอาทิตย์จนสามารถบดบังดวงอาทิตย์ได้มิดหมดทั้งดวง สังเกตเห็นได้ภายในแนวเส้นทางแคบ ๆ เริ่มต้นบริเวณชายฝั่งทางเหนือของรัสเซียซึ่งมีอากาศหนาวจัดตลอดปี ผ่านเขตอาร์กติกใกล้ขั้วโลกเหนือ กรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ ตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก คาบสมุทรไอบีเรียในทวีปยุโรป แล้วไปสิ้นสุดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
จุดที่เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงนานที่สุดอยู่ในมหาสมุทรใกล้ชายฝั่งทางตะวันตกของไอซ์แลนด์ เกิดขึ้นเวลา 00:46 น. ของวันที่ 13 สิงหาคม ตามเวลาไทย (ยังเป็นวันที่ 12 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น) คราสเต็มดวงนาน 2 นาที 18 วินาที ดวงจันทร์มีขนาดปรากฏประมาณ 103.9% ของดวงอาทิตย์ และเงามืดบนผิวโลกมีความกว้างราว 294 กิโลเมตร
แนวคราสเต็มดวงเฉียดทางเหนือของมาดริดซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศสเปนบนคาบสมุทรไอบีเรีย คนที่อยู่บริเวณใจกลางเมืองเห็นดวงอาทิตย์เหลือเสี้ยวบาง ๆ ที่มุมเงยเหนือขอบฟ้าประมาณ 7° แนวคราสเต็มดวงผ่านเมืองบาเลนเซียซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 แต่ไม่ผ่านบาร์เซโลนา และผ่านพื้นที่ส่วนเล็ก ๆ ของประเทศโปรตุเกส
สเปนอยู่ในฤดูร้อน สถิติสภาพอากาศแสดงว่าส่วนใหญ่ท้องฟ้ามีเมฆน้อย แต่บริเวณนี้อยู่ใกล้จุดสิ้นสุดของแนวคราสเต็มดวง ทำให้เห็นสุริยุปราคาขณะดวงอาทิตย์อยู่ต่ำ ผู้สังเกตในสเปนจึงต้องหาสถานที่ซึ่งท้องฟ้าด้านทิศตะวันตกเปิดโล่ง ไม่มีภูเขาและต้นไม้บดบัง ลมที่พัดมาจากทิศใต้อาจหอบฝุ่นจากทะเลทรายสะฮารามาปกคลุมเหนือคาบสมุทรไอบีเรียจนทำให้ทัศนวิสัยแย่ลงได้
บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนกินพื้นที่กว้างใหญ่ครอบคลุมตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ส่วนใหญ่ของทวีปยุโรป และด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา
| เหตุการณ์ | เวลา | พิกัด |
|---|---|---|
| 1. เงามัวเริ่มสัมผัสผิวโลก | 22:34:13.0 | ละติจูด 56° 41.2′ N ลองจิจูด 166° 02.6′ W |
| 2. ศูนย์กลางเงามืดเริ่มสัมผัสผิวโลก | 00:00:05.7 | ละติจูด 75° 04.7′ N ลองจิจูด 113° 27.0′ E |
| 3. กึ่งกลางคราส (ขนาดอุปราคา = 1.03863) | 00:45:54.9 | ละติจูด 65° 13.4′ N ลองจิจูด 25° 14.1′ W |
| 4. ศูนย์กลางเงามืดออกจากผิวโลก | 01:32:10.9 | ละติจูด 38° 40.7′ N ลองจิจูด 5° 24.5′ E |
| 5. เงามัวออกจากผิวโลก | 02:57:58.3 | ละติจูด 11° 26.5′ N ลองจิจูด 25° 11.2′ W |
4. จันทรุปราคาบางส่วน 28 สิงหาคม 2569
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิดจันทรุปราคาซึ่งไม่สามารถสังเกตได้ในประเทศไทย บริเวณที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้ ได้แก่ ทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป และแอฟริกา ที่กึ่งกลางของปรากฏการณ์ซึ่งเป็นเวลาที่ดวงจันทร์เข้าไปในเงาของโลกลึกที่สุด ดวงจันทร์จะอยู่เหนือศีรษะของผู้สังเกตในทวีปอเมริกาใต้ เป็นจันทรุปราคาบางส่วนที่ลึกถึงราว 93% ของเส้นผ่านศูนย์กลาง ทำให้ดวงจันทร์เหลือส่วนสว่างเป็นเสี้ยวบาง มีโอกาสเห็นผิวบางส่วนของดวงจันทร์ในเงามืดเจือด้วยสีแดง ส้ม หรือน้ำตาล ขณะเกิดจันทรุปราคาดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ
| เหตุการณ์ | เวลา |
|---|---|
| 1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก | 08:23:33 (ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง) |
| 2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน | 09:33:25 (ดวงจันทร์เริ่มแหว่ง) |
| 3. ดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกที่สุด | 11:12:55 (ขนาดของอุปราคาเงามืด = 0.9318) |
| 4. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน | 12:52:12 (ดวงจันทร์กลับมาเต็มดวง) |
| 5. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก | 14:02:02 (สิ้นสุดปรากฏการณ์) |
หมายเหตุ: ผลการคำนวณเวลาเกิดจันทรุปราคาขั้นตอนต่าง ๆ ในที่นี้ ใช้วิธีซึ่งคำนึงถึงสัณฐานที่เป็นทรงกลมแป้นของโลก (เส้นผ่านศูนย์กลางในแนวเส้นศูนย์สูตรยาวกว่าในแนวขั้ว) อันส่งผลให้เงามีรูปร่างเป็นวงรีเล็กน้อย โดยอ้างอิงจากผลงานวิจัยที่ได้จากการวัดเวลาของการเกิดจันทรุปราคาหลายครั้งในอดีต เวลาที่คำนวณได้จึงต่างกันเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผลการคำนวณที่ตีพิมพ์ใน Astronomical Almanac ซึ่งใช้วิธีดั้งเดิมโดยกำหนดให้เงาโลกเป็นวงกลม นอกจากนี้ยังมีพารามิเตอร์ที่ต่างกันในการชดเชยผลจากบรรยากาศโลก และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอนของคาบการหมุนของโลก ซึ่งส่งผลต่อการพยากรณ์เวลาของปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ทั้งหมด




