สมาคมดาราศาสตร์ไทย

รู้จักอุลกมณี

รู้จักอุลกมณี

3 มีนาคม 2566 โดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
ปรับปรุงครั้งล่าสุด 10 ตุลาคม 2566
ตามที่มีข่าวเรื่องมีหนุ่มบุรีรัมย์พบวัตถุประหลาดบนพื้นข้างถนนขณะออกไปที่ทุ่งนา วัตถุนี้มีลักษณะแตกต่างไปจากก้อนหินทั่วไป จนเป็นที่สงสัยว่าคืออะไรกันแน่ ที่นี่มีคำตอบ

ตัวอย่างแหล่งข่าวที่มา เช่น

หนุ่มใหญ่ออกไปดักหนูนา ได้ยินเสียงหล่นตุ๊บจากฟ้า หันกลับไปดูเจอวัตถุประหลาด เผาไฟไม่ไหม้ จากมติชนออนไลน์

มันคืออะไร? หนุ่มเจอวัตถุปริศนา หล่นจากฟากฟ้า น้ำหนักเบา เผาไฟไม่ไหม้ จากไทยรัฐ

โพสต์ข่าวจากมติชนออนไลน์

คลิปข่าวจากไทยรัฐ

วัตถุประหลาดที่พบ  (จาก มติชนออนไลน์)

ตามข่าวระบุว่า พบวัตถุนี้อยู่บนพื้น น้ำหนักเบา เผาไฟไม่ไหม้ ไม่นำความร้อน และภาพที่ปรากฏคือ มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกยาวเรียว ยาวประมาณ เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสองเซนติเมตร น้ำหนักเบา ชั่งน้ำหนักได้ประมาณ 50 กรัม มีสีดำ ผิวมนมีรอยพรุน  ผิวมันวาว 

จากข้อมูลที่มีอยู่ ทั้งลักษณะทางกายภาพและสถานที่พบ ค่อนข้างชี้ชัดว่า วัตถุประหลาดนี้คือ อุลกมณี 

อุลกมณีคืออะไร


อุลกมณี (อ่านว่า อุน-ละ-กะ-มนี) หรือ เทกไทต์ (tektite) เป็นหินเนื้อแก้วผิวมน สีคล้ำ มีสัญฐานได้หลายแบบ ส่วนใหญ่คล้ายก้อนกรวดกลม รีแบบไข่ไก่ รูปหยดน้ำ หรือทรงกระบอก ลักษณะผิวดูคล้ายผ่านความร้อนสูงมาก่อน บางคนอาจนำไปใส่กรอบบูชาเป็นวัตถุมงคล หลายบ้านอาจมีของชนิดนี้อยู่บนหิ้งพระ วัตถุชนิดนี้เป็นที่คุ้นเคยของชาวไทยอีสาน เพราะพบได้ทั่วไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย นอกจากนี้ยังพบในส่วนอื่นของภูมิภาคอินโดจีน ออสเตรเลีย และอาจไปไกลถึงแอนตาร์กติกาด้วย


ใช่อุกกาบาตหรือไม่

อุกกาบาต เกิดจากสะเก็ดดาวหรือดาวเคราะห์น้อย ซึ่งเป็นวัตถุแข็งจากนอกโลกที่พุ่งตกลงมาใส่โลกและหลงเหลือตกลงมาถึงพื้นโลก 

องค์ประกอบของอุลกมณีประกอบด้วยซิลิกา (ซิลิกอนไดออกไซด์) เป็นหลัก ซึ่งก็คือทรายหลอมเหลวนั่นเอง นอกจากนี้โครงสร้างในระดับจุลภาคจะไม่มีปรากฏโครงสร้างแบบผลึก ซึ่งต่างจากอุกกาบาตที่โครงสร้างเป็นผลึกชัดเจน ดังนั้น อุลกมณีจึงไม่น่าจะเป็นวัตถุจากอวกาศ แต่มีต้นกำเนิดมาจากหินและทรายบนโลกนี่เอง แต่ได้ผ่านเหตุการณ์บางอย่างที่มีความร้อนสูงมาก จึงมีลักษณะดังที่ปรากฏ

นักดาราศาสตร์สันนิษฐานว่า นานมาแล้ว ได้มีดาวเคราะห์น้อยพุ่งเข้าชนโลก แรงชนทำให้เกิดความร้อนและพลังงานจลน์มหาศาลจนหินและทรายที่จุดถูกชนหลอมละลายและกระเด็นขึ้นไปไกล หินหลอมเหลวที่กระเด็นออกไปต่อมาได้จับตัวกันเป็นก้อนใหญ่ขึ้นพร้อมกับเย็นตัวลงจนกลายเป็นของแข็งอีกครั้ง แล้วตกกลับลงมาบนโลก 

การตกกลับสู่โลกของอุลกมณีก็ต่างจากกรณีของอุกกาบาต เพราะอุลกมณีตกลงมาด้วยความเร็วของการตกอิสระ เมื่อถึงพื้นโลกจึงมักปรากฏอยู่บนพื้นผิวให้พบเห็นได้ง่าย ส่วนอุกกาบาตพุ่งเข้าใส่โลกด้วยความเร็วสูงกว่ามาก เมื่อตกถึงพื้นโลกอุกกาบาตจึงมักทิ้งรอยชนกว้างใหญ่เอาไว้ ตัวอุกกาบาตก็จมลึกลงไปในดิน ต้องขุดต้องหาจึงจะนำขึ้นมาได้

ดังนั้น แม้อุกกาบาตกับอุลกมณีจะตกลงมาจากฟ้าเหมือนกัน แต่มีที่มาต่างกัน จึงไม่ใช่วัตถุประเภทเดียวกัน อุกกาบาตมีต้นกำเนิดมาจากในอวกาศ เป็นวัตถุนอกโลกมาก่อนแล้วตกลงมาสู่โลก ส่วนอุลกมณีมาจากวัสดุที่อยู่บนพื้นโลกแต่ถูกสาดให้กระเด็นขึ้นไปบนฟ้าแล้วตกกลับลงมาบนโลก

หากคุณอยากมีอุลกมณีไว้ในครอบครองสักชิ้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น เพราะไม่ใช่วัตถุที่เป็นของหายาก คุณอาจพบว่ามีวางขายอย่างดาษดื่นใน lazada ใน shopee  หรือแม้แต่ตลาดนัดข้างบ้านในราคาหลักร้อยบาทหรือแม้แต่หลักสิบ แต่หากเป็นอุกกาบาตซึ่งเป็นของหายากจะนำมาวางขายในราคาแบบนี้ไม่ได้ เห็นจะต้องเปิดประมูลกันเลยทีเดียว และอาจทำเงินได้มากกว่าอุลกมณีหลายพันหลายหมื่นเท่าก็ได้ 

อย่างไรก็ตาม บุคคลในข่าวอ้างถึงเสียง "ตุ้บ" ที่ได้ยินก่อนที่จะพบวัตถุลึกลับ หากวัตถุนั้นเป็นอุลกมณีจริง เสียงตุ้บที่ได้ยินนั้นไม่ใช่เสียงของอุลกมณีที่เพิ่งตกลงมาจากฟ้ากระทบพื้น อุลกมณีเป็นวัตถุที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ๆ หนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิด เสียงนั้นจึงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับอุลกมณี อุลกมณีน่าจะอยู่ตรงนั้นอยู่แล้วแต่บุคคลในข่าวเดินผ่านไปโดยไม่ได้สังเกตเห็น แล้วเสียงนั้นก็เกิดจากเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวกัน เมื่อได้ยินเสียงจึงมองหาต้นเสียงและทำให้พบกับวัตถุชิ้นนี้

ขอชื่นชมบุคคลผู้ค้นพบในข่าว (คุณบุญมา สงกูล) ที่มีความช่างสังเกต ใฝ่รู้ เมื่อพบสิ่งที่ตนไม่รู้จัก ก็พยายามหาคำตอบด้วยการทดลองเท่าที่ทำได้ มีการชั่งน้ำหนัก เผาไฟ ตรวจสอบจากอินเทอร์เน็ต เมื่อไม่พบคำตอบก็ถามหาผู้รู้ สิ่งที่คุณบุญมาทำล้วนเป็นลักษณะของบัณฑิต ไม่งมงายไร้สติ ถือเป็นการกระทำที่ควรเอาเยี่ยงอย่าง

อ่านเพิ่มเติม

พบหลุมอุกกาบาตยักษ์โบราณในลาวใต้ ต้นกำเนิดอุลกมณี
เมื่อหินอวกาศตกมาจากฟ้า

บทความที่เกี่ยวข้อง