ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ : 7 พฤษภาคม 2546
เมื่อดาวพุธหรือดาวศุกร์โคจรมาอยู่ ณ ตำแหน่งตรงกลางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ”การผ่านหน้า (transit)” โดยเฉลี่ยในหนึ่งศตวรรษ ดาวพุธจะผ่านหน้าดวงอาทิตย์ประมาณ 13 ครั้ง ส่วนดาวศุกร์จะเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ได้ยากกว่า และจะเกิดเป็นคู่ แต่ละคู่ห่างกันนานกว่า 1 ศตวรรษ
วันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2546 ดาวพุธจะเคลื่อนผ่านหน้าดวงอาทิตย์มองเห็นได้เกือบทั่วโลก โดยประเทศไทยจะสามารถมองเห็นได้ตลอดปรากฏการณ์ตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุด ปรากฏการณ์นี้จะเริ่มจากสัมผัสที่ 1 ซึ่งเป็นเวลาที่ขอบดาวพุธแตะขอบดวงอาทิตย์ ซึ่งจะเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 12.13 น. จากนั้นสัมผัสที่ 2 เป็นเวลาที่ขอบด้านตะวันออกของดาวพุธแตะกับขอบด้านตะวันออกของดวงอาทิตย์ และเป็นเวลาที่ดาวพุธเข้าไปอยู่ภายในดวงอาทิตย์ทั้งดวง เกิดขึ้นในเวลา 12.18 น. จากนั้นดาวพุธจะเคลื่อนผ่านหน้าดวงอาทิตย์กินเวลานานกว่า 5 ชั่วโมง จนไปถึงสัมผัสที่ 3 ซึ่งเป็นเวลาที่ขอบด้านตะวันตกของดาวพุธแตะกับขอบด้านตะวันตกของดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลา 17.25 น. จากนั้นอีกประมาณ 5 นาที ดาวพุธจะออกจากดวงอาทิตย์หมดทั้งดวง เป็นการสิ้นสุดปรากฏการณ์ ณ เวลา 17.30 น.
เนื่องจากดาวพุธมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 1/194 ของดวงอาทิตย์ ทำให้ดาวพุธมีขนาดเล็กมาก ปรากฏเป็นเพียงจุดดำเล็ก ๆ จุดหนึ่ง หากต้องการดูดาวพุธให้เห็นเป็นดวง จำเป็นต้องใช้กล้องโทรทรรศน์กำลังขยายประมาณ 50-100 เท่าขึ้นไปในการส่องดู ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีแผ่นกรองแสงเช่นเดียวกับที่ใช้ดูสุริยุปราคาบางส่วนในการดูปรากฏการณ์นี้ ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ไม่ได้เกิดขึ้นทุกๆ ครั้งที่ดวงอาทิตย์ ดาวพุธ และโลก โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกันในระนาบสุริยวิถี เนื่องจากวงโคจรของดาวพุธทำมุมเอียงกับระนาบที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ การผ่านหน้าจะเกิดเฉพาะช่วงที่ดาวพุธโคจรมายังตำแหน่งใกล้จุดโนดลง และจุดโนดขึ้นในวงโคจรของตนเอง ซึ่งจะตรงกับช่วงประมาณวันที่ 8 พฤษภาคม และ 10 พฤศจิกายน ตามลำดับ ปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ที่มองเห็นได้ในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2501-2600 แสดงในตาราง
สิ่งสำคัญที่สุดในการสังเกตปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับดวงอาทิตย์ คือ หลีกเลี่ยงอันตรายอันเนื่องมาจากแสงสว่างของดวงอาทิตย์ อย่าดูดวงอาทิตย์โดยตรง การสังเกตดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ จำเป็นต้องดูผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงพอประมาณ เพื่อจะทำให้มองเห็นดาวพุธเป็นดวงกลมได้ ท่านที่มีกล้องโทรทรรศน์แต่ไม่มีแผ่นกรองแสง อาจใช้เทคนิคการฉายภาพลงบนฉากรับภาพเช่นเดียวกับการดูสุริยุปราคาบางส่วน และอย่าให้ผู้ที่ไม่รู้หรือเด็กส่องเข้าไปที่กล้องโดยตรง ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อดวงตา รวมทั้งไม่ฉายภาพทิ้งไว้เป็นเวลานาน ควรหาฝามาครอบปิดหน้ากล้องในบางช่วง เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนที่อาจสูงเกินไปจากการรับแสงอาทิตย์เป็นเวลานาน
ที่มา : Fred Espenak - NASA/GSFC
วันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2546 ดาวพุธจะเคลื่อนผ่านหน้าดวงอาทิตย์มองเห็นได้เกือบทั่วโลก โดยประเทศไทยจะสามารถมองเห็นได้ตลอดปรากฏการณ์ตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุด ปรากฏการณ์นี้จะเริ่มจากสัมผัสที่ 1 ซึ่งเป็นเวลาที่ขอบดาวพุธแตะขอบดวงอาทิตย์ ซึ่งจะเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 12.13 น. จากนั้นสัมผัสที่ 2 เป็นเวลาที่ขอบด้านตะวันออกของดาวพุธแตะกับขอบด้านตะวันออกของดวงอาทิตย์ และเป็นเวลาที่ดาวพุธเข้าไปอยู่ภายในดวงอาทิตย์ทั้งดวง เกิดขึ้นในเวลา 12.18 น. จากนั้นดาวพุธจะเคลื่อนผ่านหน้าดวงอาทิตย์กินเวลานานกว่า 5 ชั่วโมง จนไปถึงสัมผัสที่ 3 ซึ่งเป็นเวลาที่ขอบด้านตะวันตกของดาวพุธแตะกับขอบด้านตะวันตกของดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลา 17.25 น. จากนั้นอีกประมาณ 5 นาที ดาวพุธจะออกจากดวงอาทิตย์หมดทั้งดวง เป็นการสิ้นสุดปรากฏการณ์ ณ เวลา 17.30 น.
เนื่องจากดาวพุธมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 1/194 ของดวงอาทิตย์ ทำให้ดาวพุธมีขนาดเล็กมาก ปรากฏเป็นเพียงจุดดำเล็ก ๆ จุดหนึ่ง หากต้องการดูดาวพุธให้เห็นเป็นดวง จำเป็นต้องใช้กล้องโทรทรรศน์กำลังขยายประมาณ 50-100 เท่าขึ้นไปในการส่องดู ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีแผ่นกรองแสงเช่นเดียวกับที่ใช้ดูสุริยุปราคาบางส่วนในการดูปรากฏการณ์นี้ ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ไม่ได้เกิดขึ้นทุกๆ ครั้งที่ดวงอาทิตย์ ดาวพุธ และโลก โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกันในระนาบสุริยวิถี เนื่องจากวงโคจรของดาวพุธทำมุมเอียงกับระนาบที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ การผ่านหน้าจะเกิดเฉพาะช่วงที่ดาวพุธโคจรมายังตำแหน่งใกล้จุดโนดลง และจุดโนดขึ้นในวงโคจรของตนเอง ซึ่งจะตรงกับช่วงประมาณวันที่ 8 พฤษภาคม และ 10 พฤศจิกายน ตามลำดับ ปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ที่มองเห็นได้ในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2501-2600 แสดงในตาราง
| วันที่ | เวลา (โดยประมาณ) |
|---|---|
| 9 พ.ค. 2513 | 11.19-19.13 น. |
| 10 พ.ย. 2516 | 14.47-20.17 น. |
| 13 พ.ย. 2529 | 08.43-13.31 น. |
| 6 พ.ย. 2536 | 10.06-11.47 น. |
| 7 พ.ค. 2546 | 12.13-17.30 น. |
| 9 พ.ย. 2549 | 02.12-07.10 น. |
| 9 พ.ค. 2559 | 18.12-01.42 น. |
| 13 พ.ย. 2575 | 13.41-18.07 น. |
| 7 พ.ย. 2582 | 14.18-17.16 น. |
| 7 พ.ค. 2592 | 18.03-00.44 น. |
| 9 พ.ย. 2595 | 06.54-12.07 น. |
สิ่งสำคัญที่สุดในการสังเกตปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับดวงอาทิตย์ คือ หลีกเลี่ยงอันตรายอันเนื่องมาจากแสงสว่างของดวงอาทิตย์ อย่าดูดวงอาทิตย์โดยตรง การสังเกตดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ จำเป็นต้องดูผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงพอประมาณ เพื่อจะทำให้มองเห็นดาวพุธเป็นดวงกลมได้ ท่านที่มีกล้องโทรทรรศน์แต่ไม่มีแผ่นกรองแสง อาจใช้เทคนิคการฉายภาพลงบนฉากรับภาพเช่นเดียวกับการดูสุริยุปราคาบางส่วน และอย่าให้ผู้ที่ไม่รู้หรือเด็กส่องเข้าไปที่กล้องโดยตรง ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อดวงตา รวมทั้งไม่ฉายภาพทิ้งไว้เป็นเวลานาน ควรหาฝามาครอบปิดหน้ากล้องในบางช่วง เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนที่อาจสูงเกินไปจากการรับแสงอาทิตย์เป็นเวลานาน
| เหตุการณ์ | เวลา | มุมเงย |
|---|---|---|
| 1. ดาวพุธเริ่มแตะขอบดวงอาทิตย์ | 12:13:04 น. | 87° |
| 2. ดาวพุธเข้าไปในดวงอาทิตย์ทั้งดวง | 12:17:32 น. | 87° |
| 3. กึ่งกลาง (ดาวพุธเข้าไปลึกที่สุด) | 14:51:12 น. | 52° |
| 4. ดาวพุธเริ่มออกจากดวงอาทิตย์ | 17:25:09 น. | 16° |
| 5. ดาวพุธออกจากดวงอาทิตย์ทั้งดวง | 17:29:37 น. | 14° |
ที่มา : Fred Espenak - NASA/GSFC

