สมาคมดาราศาสตร์ไทย
ฝนดาวตกเพอร์ซิอัส ปีนี้มีลุ้น

ฝนดาวตกเพอร์ซิอัส ปีนี้มีลุ้น

29 กรกฎาคม 2569 โดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
ปรับปรุงครั้งล่าสุด 2 สิงหาคม 2569
เดือนสิงหาคมปีนี้ มีฝนดาวตกประจำปีที่น่าสนใจชุดหนึ่ง เป็นฝนดาวตกที่น่าจะคุ้นหูคนไทยพอสมควรในชื่อ ฝนดาวตกวันแม่ หรือชื่อที่เป็นทางการคือ ฝนดาวตกเพอร์ซิอัส (Perseid meteor shower) ซึ่งปีนี้ถือว่าน่าลุ้น

ฝนดาวตกเพอร์ซิอัสมีวันตกสูงสุดในช่วงประมาณวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี จึงเป็นที่มาของชื่อฝนดาวตกวันแม่

ฝนดาวตกเพอร์ซิอัส
ฝนดาวตกเพอร์ซิอัส

แม้ฝนดาวตกเพอร์ซิอัสเป็นหนึ่งในฝนดาวตกที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด แต่ที่ผ่านมาสมาคมดาราศาสตร์ไทยมักไม่ค่อยชวนดูฝนดาวตกเพอร์ซิอัสสักเท่าใด ส่วนใหญ่ชวนนอนเสียมากกว่า เช่นในเว็บเพจนี้ ว่าด้วยฝนดาวตกวันแม่กับตัวเลขชวนฝัน

แต่ปีนี้มาบอกว่ามีลุ้น เพราะเหตุใด?

ฝนดาวตกชุดใดจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย มีทั้งปัจจัยคงที่และปัจจัยแปรผัน พอจะจำแนกออกได้ห้าข้อหลัก ดังนี้

1. ฝนดาวตกชุดนั้นสร้างดาวตกได้มากน้อยแค่ไหน
ฝนดาวตกเพอร์ซิอัสมีคะแนนสูงในข้อนี้ ด้วยอัตราตกเทียบจุดจอมฟ้า (ZHR) สูงถึงประมาณ 100 ดวงต่อชั่วโมง ซึ่งแทบจะสูงที่สุดในบรรดาฝนดาวตกประจำปีทั้งหมด เป็นรองเพียงฝนดาวตกคนคู่และฝนดาวตกควอดแดรนต์เท่านั้น

2. ช่วงเวลาที่ตกสูงสุดตรงกับช่วงที่เป็นกลางคืนของสถานที่สังเกตหรือไม่?
โดยทั่วไปข้อนี้จะต้องนำมาคิดในกรณีที่เป็นฝนดาวตกที่มีช่วงตกสูงสุดสั้นมาก ฝนดาวตกบางชุดมีช่วงตกสูงสุดนานข้ามวัน บางชุดนานแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น กรณีที่มีช่วงตกสูงสุดแคบมากก็อาจมีพื้นที่ที่มองเห็นได้ดีเพียงแค่ทวีปใดทวีปหนึ่งเท่านั้น เช่นเห็นดีแค่อเมริกา เอเชียเห็นไม่ดี หรือเห็นได้ดีแค่เอเชียแต่ทวีปอื่นเห็นไม่ดี ตัวอย่างของฝนดาวตกที่มีช่วงตกสูงสุดแคบมากเช่น ฝนดาวตกควอดเดรนต์

ฝนดาวตกเพอร์ซิอัสมีช่วงตกสูงสุดนานข้ามวัน จึงมองข้ามปัจจัยข้อนี้ไปได้

3. ความสูงของจุดกระจายฝนดาวตกขณะที่ตกสูงสุด
ข้อนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมากแต่ก็มองข้ามกันมาก ฝนดาวตกที่จะเห็นได้ดี จุดกระจายฝนดาวตกต้องอยู่สูง ดีที่สุดคืออยู่ที่เหนือหัวพอดี หากจุดกระจายฝนดาวตกอยู่ต่ำ จะมีดาวตกจำนวนหนึ่งเกิดขึ้นใต้ขอบฟ้า นั่นคือมองไม่เห็นนั่นเอง สำหรับฝนดาวตกเพอร์ซิอัส มีจุดกระจายฝนดาวตกอยู่ที่กลุ่มดาวเพอร์ซิอัส ในเมืองไทยมีโอกาสขึ้นสูงสุดแค่ไม่ถึง 48 องศาเหนือขอบฟ้า นี่เป็นปัจจัยลบสำคัญที่คนในพื้นที่ละติจูดต่ำมองเห็นดาวตกจากฝนดาวตกเพอร์ซิอัสได้น้อยกว่าคนในพื้นที่ละติจูดสูง ในบางพื้นที่เช่น ยุโรป มองโกเลีย หรือแคนาดา กลุ่มดาวเพอร์ซิอัสขึ้นสูงได้ถึงเหนือศีรษะเลยทีเดียว ฝนดาวตกเพอร์ซิอัสจึงมองเห็นได้ดีในพื้นที่เหล่านั้น



4. ความมืดของท้องฟ้า
ดังที่ทราบกันดีว่า แสงรบกวนต่าง ๆ เช่นแสงเมือง แสงจากถนน บ้านเรือน รวมถึงแสงจันทร์ ทำให้จำนวนดาวตกที่มองเห็นลดลงไปอย่างมาก การดูฝนดาวตกหรือรวมถึงดูดาวทั่วไปจึงจำเป็นต้องหาสถานที่ที่มืด ไม่มีแสงรบกวน ยิ่งมืดยิ่งดี แสงเมืองและแสงไฟจากถนนเป็นแสงที่หลีกเลี่ยงได้ จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่ไปหาสถานที่ตามชนบทตามท้องทุ่งหรือชายป่าก็ได้แล้ว แต่ที่น่ากลัวก็คือแสงจันทร์ เพราะเราหลีกเลี่ยงดวงจันทร์ไม่ได้ โดยเฉพาะจันทร์เพ็ญ ข้างขึ้นแก่ ๆ หรือข้างแรมอ่อน ๆ ดวงจันทร์จะสว่างมากและอยู่บนฟ้าตลอดคืนหรือเกือบตลอดคืน นักดูดาวเวลาวางแผนไปดูดาวจึงมักดูดิถีของดวงจันทร์เป็นสำคัญก่อนอื่น กล่าวคือต้องเลือกคืนเดือนมืดหรือข้างขึ้นอ่อน ๆ หรือข้างแรมแก่ ๆ ที่ดวงจันทร์เป็นเสี้ยวบางจึงไปดูได้ ถ้าจันทร์เพ็ญหรือเกือบเพ็ญก็นอนดีกว่า

5. โอกาสที่ฟ้าจะเปิด
ฟ้าใสเห็นดาว มีเมฆไม่เห็นดาว ง่าย ๆ สั้น ๆ การที่ฝนดาวตกเพอร์ซิอัสเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูฝน ทำให้มีโอกาสถูกเมฆบังมาก อย่างไรก็ตาม ฤดูฝนก็ไม่ได้ฝนตกทุกวัน ไม่ได้มีเมฆทุกคืน บางคืนในฤดูฝนฟ้าใสตลอดคืนก็เป็นไปได้ ข้อนี้จึงเป็นปัจจัยแปรผันที่คาดเดาล่วงหน้าได้ไม่มากนัก

ภาพจำลองของฝนดาวตกเพอร์ซิอัสในเวลาประมาณ 3 น. ของวันที่ 13 สิงหาคม แสดงจุดกระจายที่มาจากกลุ่มดาวเพอร์ซิอัส
ภาพจำลองของฝนดาวตกเพอร์ซิอัสในเวลาประมาณ 3 น. ของวันที่ 13 สิงหาคม แสดงจุดกระจายที่มาจากกลุ่มดาวเพอร์ซิอัส

ถ้าจะประเมินความน่าดูของฝนดาวตกเพอร์ซิอัสเป็นตัวเลขก็พอทำได้ โดยกำหนดเป็นคะแนนในปัจจัยแต่ละข้อ ข้อละห้าคะแนน และคะแนนสุทธิได้จากผลคูณของคะแนนย่อยทั้งห้า (ไม่ใช่ผลบวก)
1. จำนวนดาวตกที่สร้าง (4.5/5)
2. เวลาที่เหมาะสม (5/5)
3. ความสูงของจุดกระจาย (3.5/5)
4. ความมืดของท้องฟ้า (2-5/5)
5. ทัศนวิสัย (0-5/5)

สามข้อแรกเป็นตัวเลขคงที่สำหรับเมืองไทย ซึ่งจะเห็นว่าฝนดาวตกเพอร์ซิอัสมีคะแนนสูงเป็นทุนที่ดีอยู่แล้ว ส่วนสองข้อหลังเป็นปัจจัยที่แปรผันไปในแต่ละปี นั่นคือ ข้อ 4 ขึ้นกับดวงจันทร์ และข้อ 5 ขึ้นกับฟ้าฝน

ปีนี้ดวงจันทร์เป็นใจ เพราะวันที่ 12 สิงหาคมตรงกับคืนเดือนมืดพอดี ไม่มีแสงจันทร์รบกวน หากหาทำเลดูดาวที่มืดสนิทได้ ก็ได้คะแนนข้อ 4 มา 5 คะแนนตุง ๆ

เหลือเพียงข้อ 5 คือเรื่องทัศนวิสัยเท่านั้นที่ต้องไปลุ้นเอาหน้างาน ถ้าฟ้าใสก็ได้ 5/5 ถ้าฟ้าปิดก็ 0 แต้ม

ณ ขณะนี้ยังเร็วเกินกว่าจะบอกว่าฟ้าในคืนวันที่ 12 สิงหาคมจะปลอดโปร่งหรือไม่? หากฟ้าดีไร้เมฆไร้ฝน ก็นับเป็นเรื่องสุดวิเศษ ออกไปดูฝนดาวตกเพอร์ซิอัสกัน ฝนดาวตกเพอร์ซิอัสมีความเร็วของดาวตกสูงเป็นเอกลักษณ์ และดาวตกค่อนข้างสว่าง มีโอกาสเห็นเป็นลูกไฟสว่างมาก เป็นฝนดาวตกที่คุ้มค่าแก่การอดนอนอย่างมาก