จันทร์เพ็ญเมื่อดวงจันทร์ใกล้โลก
ดวงจันทร์สว่างเต็มดวงในคืนวันเสาร์ที่ 19 มีนาคม ย่างเข้าสู่วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2554 เป็นช่วงเวลาที่ดวงจันทร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี อาจกล่าวได้ว่าเป็นจันทร์เพ็ญที่ดวงจันทร์โตที่สุดในปี 2554 แต่จะสังเกตความแตกต่างเมื่อเทียบกับจันทร์เพ็ญครั้งอื่นด้วยตาเปล่าได้ยาก บางคนอาจพอจะจดจำได้ว่าเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2551 ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมากเป็นพิเศษ
เมื่อเกิดจันทร์เพ็ญครั้งหนึ่งแล้ว อีกราว 29.53 วัน ดวงจันทร์จะกลับมาเต็มดวงอีกครั้ง แต่เมื่อดวงจันทร์ผ่านจุดใกล้โลกที่สุดแล้ว อีกราว 27.55 วัน มันจะผ่านจุดใกล้โลกที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ตัวเลขสองค่าที่ต่างกันนี้เป็นสาเหตุทำให้จันทร์เพ็ญในแต่ละเดือนมีขนาดไม่เท่ากัน จันทร์เพ็ญที่ตรงหรือใกล้เคียงกับช่วงที่อยู่ใกล้โลกที่สุด 2 ครั้งที่ผ่านมา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2551 และ 30 มกราคม 2553 หลังจากวันที่ 20 มีนาคม 2554 จะเกิดขึ้นอีกในวันที่ 6 พฤษภาคม 2555 ส่วนจันทร์เพ็ญที่เกิดในช่วงที่ดวงจันทร์อยู่บริเวณจุดไกลโลกที่สุดในปีนี้ คือวันที่ 12 ตุลาคม 2554
สาเหตุของภาพลวงตานี้มีความพยายามที่จะหาคำอธิบายมานานนับตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ และเป็นหัวข้อศึกษาทางวิทยาศาสตร์ คำอธิบายที่ดูเหมือนจะแพร่หลายมากที่สุดคือฉากหน้า เช่น ต้นไม้ อาคารบ้านเรือน ฯลฯ ได้กลายเป็นสิ่งเปรียบเทียบที่ทำให้เราเห็นดวงจันทร์ขณะอยู่ใกล้ขอบฟ้าราวกับมีขนาดใหญ่กว่าตอนที่ขึ้นไปอยู่สูงกลางฟ้า
ตารางที่ 1 ขณะดวงจันทร์เต็มดวงใน พ.ศ. 2554 (เวลาประเทศไทย)
ตารางที่ 2 ดวงจันทร์เต็มดวงใน พ.ศ. 2533-2593 เฉพาะที่มีระยะห่างน้อยกว่า 357,000 กม. (เวลาประเทศไทย)
ตารางที่ 3 ดวงจันทร์เต็มดวงใน พ.ศ. 2533-2593 เฉพาะที่มีระยะห่างมากกว่า 406,000 กม. (เวลาประเทศไทย)
หมายเหตุ เวลาที่แสดงในตารางอาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อยในระดับวินาที เนื่องจากคาบการหมุนรอบตัวเองของโลกไม่คงที่เมื่อเทียบกับนาฬิกาอะตอม
หมายเหตุ: ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 12 กรกฎาคม 2565 เพื่อเพิ่มนิยามของคำว่าซูเปอร์มูน (supermoon) และขยายเวลาในตารางจนถึง พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050)
ซูเปอร์มูน 19/20 มีนาคม 2554
วันที่ 20 มีนาคม เวลาตี 2 ดวงจันทร์จะใกล้โลกที่สุดในรอบปีนี้ด้วยระยะห่าง 356,575 กิโลเมตร โดยที่ก่อนหน้านั้นไม่ถึง 1 ชั่วโมง ดวงจันทร์จะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ดวงจันทร์เต็มดวงขณะใกล้โลกที่สุดในรอบ 18 ปี โดยเราอาจได้ยินว่ามันคือซูเปอร์มูน (supermoon) นอกจากนี้ ยังเป็นจังหวะที่ดวงจันทร์อยู่สูงบนท้องฟ้าสำหรับประเทศไทยอีกด้วยระยะห่างของดวงจันทร์
ดวงจันทร์โคจรรอบโลกเป็นวงรี อยู่ห่างจากโลกด้วยระยะทางเฉลี่ย 384,400 กิโลเมตร ดวงจันทร์สามารถเข้ามาใกล้และไกลกว่านี้ได้อีกราว 25,000 กิโลเมตร บนวงโคจรของดวงจันทร์จึงมีจุดใกล้โลกที่สุด (perigee) กับจุดไกลโลกที่สุด (apogee) อยู่ตรงข้ามกัน หากช่วงเวลาที่ดวงจันทร์โคจรผ่านจุดทั้งสองตรงกับจันทร์เพ็ญ ขนาดของดวงจันทร์เมื่อเปรียบเทียบกันจะแตกต่างกันประมาณ 14% ตาเปล่าอาจไม่เห็นความแตกต่างนี้ แต่เมื่อถ่ายรูปด้วยเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสเท่ากัน จะสามารถเปรียบเทียบให้เห็นขนาดดวงจันทร์ที่ไม่เท่ากันได้อย่างชัดเจนภาพถ่ายเทียบให้เห็นขนาดที่แตกต่างกันระหว่างดวงจันทร์เต็มดวงขณะที่อยู่ใกล้และไกลจากโลก (ภาพ - Anthony Ayiomamitis)
เมื่อเกิดจันทร์เพ็ญครั้งหนึ่งแล้ว อีกราว 29.53 วัน ดวงจันทร์จะกลับมาเต็มดวงอีกครั้ง แต่เมื่อดวงจันทร์ผ่านจุดใกล้โลกที่สุดแล้ว อีกราว 27.55 วัน มันจะผ่านจุดใกล้โลกที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ตัวเลขสองค่าที่ต่างกันนี้เป็นสาเหตุทำให้จันทร์เพ็ญในแต่ละเดือนมีขนาดไม่เท่ากัน จันทร์เพ็ญที่ตรงหรือใกล้เคียงกับช่วงที่อยู่ใกล้โลกที่สุด 2 ครั้งที่ผ่านมา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2551 และ 30 มกราคม 2553 หลังจากวันที่ 20 มีนาคม 2554 จะเกิดขึ้นอีกในวันที่ 6 พฤษภาคม 2555 ส่วนจันทร์เพ็ญที่เกิดในช่วงที่ดวงจันทร์อยู่บริเวณจุดไกลโลกที่สุดในปีนี้ คือวันที่ 12 ตุลาคม 2554
ดวงจันทร์ดวงโตเมื่ออยู่ใกล้ขอบฟ้า
แม้ว่าปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์มีขนาดใหญ่กว่าค่าเฉลี่ยจะมีเหตุผลทางดาราศาสตร์ในแง่ของระยะทางระหว่างโลกกับดวงจันทร์มารองรับ อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วเราจะรู้สึกว่าดวงจันทร์ดูเหมือนใหญ่โตกว่าธรรมดาเมื่อดวงจันทร์ปรากฏอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า อย่างในช่วงที่ดวงจันทร์เพิ่งขึ้นมาทางทิศตะวันออกหรือใกล้จะตกทางทิศตะวันตก เรียกปรากฏการณ์แบบนี้ว่า Moon illusion ซึ่งเกิดขึ้นกับดวงอาทิตย์ด้วยเช่นเดียวกัน แต่โดยปกติแล้วเราจะไม่ดูดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า เพราะเป็นอันตรายต่อดวงตาสาเหตุของภาพลวงตานี้มีความพยายามที่จะหาคำอธิบายมานานนับตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ และเป็นหัวข้อศึกษาทางวิทยาศาสตร์ คำอธิบายที่ดูเหมือนจะแพร่หลายมากที่สุดคือฉากหน้า เช่น ต้นไม้ อาคารบ้านเรือน ฯลฯ ได้กลายเป็นสิ่งเปรียบเทียบที่ทำให้เราเห็นดวงจันทร์ขณะอยู่ใกล้ขอบฟ้าราวกับมีขนาดใหญ่กว่าตอนที่ขึ้นไปอยู่สูงกลางฟ้า
ระยะห่างของดวงจันทร์ (จากศูนย์กลางโลก) ณ เวลาต่าง ๆ
ตารางที่ 1 ขณะดวงจันทร์เต็มดวงใน พ.ศ. 2554 (เวลาประเทศไทย)
| วันที่ | เวลา | ระยะห่าง (กม.) |
|---|---|---|
| 20 มกราคม 2554 | 04:21:25 | 366,158.4 |
| 18 กุมภาพันธ์ 2554 | 15:35:40 | 359,101.7 |
| 20 มีนาคม 2554 | 01:10:03 | 356,576.6 |
| 18 เมษายน 2554 | 09:43:59 | 358,795.6 |
| 17 พฤษภาคม 2554 | 18:08:38 | 365,165.2 |
| 16 มิถุนายน 2554 | 03:13:35 | 374,510.4 |
| 15 กรกฎาคม 2554 | 13:39:36 | 385,224.3 |
| 14 สิงหาคม 2554 | 01:57:30 | 395,402.2 |
| 12 กันยายน 2554 | 16:26:39 | 403,044.1 |
| 12 ตุลาคม 2554 | 09:05:43 | 406,381.1 |
| 11 พฤศจิกายน 2554 | 03:16:06 | 404,372.7 |
| 10 ธันวาคม 2554 | 21:36:23 | 397,259.0 |
ตารางที่ 2 ดวงจันทร์เต็มดวงใน พ.ศ. 2533-2593 เฉพาะที่มีระยะห่างน้อยกว่า 357,000 กม. (เวลาประเทศไทย)
| วันที่ | เวลา | ระยะห่าง (กม.) |
|---|---|---|
| 2 ธันวาคม 2533 | 14:49:40 | 356,542 |
| 20 มกราคม 2535 | 04:28:28 | 356,551 |
| 8 มีนาคม 2536 | 16:45:53 | 356,530 |
| 26 เมษายน 2537 | 02:44:58 | 356,939 |
| 30 กรกฎาคม 2539 | 17:35:10 | 356,964 |
| 17 กันยายน 2540 | 01:50:29 | 356,987 |
| 4 พฤศจิกายน 2541 | 12:18:11 | 356,653 |
| 23 ธันวาคม 2542 | 00:31:18 | 356,731 |
| 8 กุมภาพันธ์ 2544 | 14:11:39 | 356,991 |
| 26 ตุลาคม 2550 | 11:51:32 | 356,838 |
| 12 ธันวาคม 2551 | 23:37:08 | 356,611 |
| 30 มกราคม 2553 | 13:17:35 | 356,606 |
| 20 มีนาคม 2554 | 01:10:03 | 356,576 |
| 6 พฤษภาคม 2555 | 10:35:05 | 356,955 |
| 23 มิถุนายน 2556 | 18:32:15 | 356,991 |
| 11 สิงหาคม 2557 | 01:09:22 | 356,896 |
| 28 กันยายน 2558 | 09:50:30 | 356,879 |
| 14 พฤศจิกายน 2559 | 20:52:03 | 356,521 |
| 2 มกราคม 2561 | 09:24:05 | 356,602 |
| 19 กุมภาพันธ์ 2562 | 22:53:34 | 356,842 |
| 5 พฤศจิกายน 2568 | 20:19:19 | 356,979 |
| 24 ธันวาคม 2569 | 08:28:14 | 356,738 |
| 10 กุมภาพันธ์ 2571 | 22:03:47 | 356,720 |
| 30 มีนาคม 2572 | 09:26:26 | 356,681 |
| 21 สิงหาคม 2575 | 08:46:53 | 356,887 |
| 8 ตุลาคม 2576 | 17:58:11 | 356,829 |
| 26 พฤศจิกายน 2577 | 05:32:13 | 356,446 |
| 13 มกราคม 2579 | 18:16:09 | 356,529 |
| 2 มีนาคม 2580 | 07:28:13 | 356,747 |
| 19 เมษายน 2581 | 17:36:04 | 356,902 |
| 16 ธันวาคม 2586 | 15:02:05 | 356,944 |
| 3 มกราคม 2588 | 17:20:33 | 356,918 |
| 21 กุมภาพันธ์ 2589 | 06:44:22 | 356,889 |
| 10 เมษายน 2590 | 17:35:22 | 356,839 |
| 1 กันยายน 2593 | 16:30:54 | 356,931 |
ตารางที่ 3 ดวงจันทร์เต็มดวงใน พ.ศ. 2533-2593 เฉพาะที่มีระยะห่างมากกว่า 406,000 กม. (เวลาประเทศไทย)
| วันที่ | เวลา | ระยะห่าง (กม.) |
|---|---|---|
| 10 พฤษภาคม 2533 | 02:30:46 | 406,417 |
| 27 มิถุนายน 2534 | 09:58:25 | 406,232 |
| 13 สิงหาคม 2535 | 17:27:11 | 406,357 |
| 1 ตุลาคม 2536 | 01:53:50 | 406,423 |
| 18 พฤศจิกายน 2537 | 13:57:01 | 406,345 |
| 6 มกราคม 2539 | 03:50:54 | 406,477 |
| 22 กุมภาพันธ์ 2540 | 17:26:40 | 406,228 |
| 12 เมษายน 2541 | 05:23:28 | 406,102 |
| 30 พฤษภาคม 2542 | 13:39:53 | 406,100 |
| 3 กันยายน 2544 | 04:43:01 | 406,041 |
| 26 ธันวาคม 2547 | 22:06:20 | 406,041 |
| 13 กุมภาพันธ์ 2549 | 11:44:14 | 406,135 |
| 3 เมษายน 2550 | 00:15:02 | 406,194 |
| 20 พฤษภาคม 2551 | 09:11:22 | 406,314 |
| 7 กรกฎาคม 2552 | 16:21:25 | 406,144 |
| 25 สิงหาคม 2553 | 00:04:34 | 406,294 |
| 12 ตุลาคม 2554 | 09:05:44 | 406,382 |
| 28 พฤศจิกายน 2555 | 21:45:56 | 406,349 |
| 16 มกราคม 2557 | 11:52:10 | 406,527 |
| 6 มีนาคม 2558 | 01:05:24 | 406,322 |
| 22 เมษายน 2559 | 12:23:36 | 406,249 |
| 9 มิถุนายน 2560 | 20:09:35 | 406,272 |
| 28 กรกฎาคม 2561 | 03:20:21 | 406,099 |
| 14 กันยายน 2562 | 11:32:46 | 406,248 |
| 31 ตุลาคม 2563 | 21:49:09 | 406,167 |
| 13 เมษายน 2568 | 07:22:16 | 406,006 |
| 31 พฤษภาคม 2569 | 15:45:13 | 406,135 |
| 4 กันยายน 2571 | 06:47:36 | 406,158 |
| 22 ตุลาคม 2572 | 16:27:35 | 406,277 |
| 10 ธันวาคม 2573 | 05:40:29 | 406,297 |
| 27 มกราคม 2575 | 19:52:31 | 406,522 |
| 16 มีนาคม 2576 | 08:37:27 | 406,358 |
| 3 พฤษภาคม 2577 | 19:15:44 | 406,328 |
| 21 มิถุนายน 2578 | 02:37:31 | 406,369 |
| 7 สิงหาคม 2579 | 09:48:59 | 406,216 |
| 24 กันยายน 2580 | 18:31:46 | 406,384 |
| 12 พฤศจิกายน 2581 | 05:27:15 | 406,320 |
| 30 ธันวาคม 2582 | 19:37:47 | 406,131 |
| 16 กุมภาพันธ์ 2584 | 09:21:19 | 406,073 |
| 2 พฤศจิกายน 2590 | 23:58:14 | 406,112 |
| 20 ธันวาคม 2591 | 13:39:16 | 406,190 |
| 7 กุมภาพันธ์ 2593 | 03:47:33 | 406,463 |
หมายเหตุ เวลาที่แสดงในตารางอาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อยในระดับวินาที เนื่องจากคาบการหมุนรอบตัวเองของโลกไม่คงที่เมื่อเทียบกับนาฬิกาอะตอม
ภาพถ่ายโดยมนุษย์อวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ มองเห็นโลกและดวงจันทร์เต็มดวงเมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2551 (จาก NASA)
สารพันคำถามเกี่ยวกับดวงจันทร์ใกล้โลก
หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในทะเลทางตะวันออกของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ซึ่งทำให้เกิดคลื่นสึนามิ คนจำนวนมากสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ดวงจันทร์ใกล้โลกในวันที่ 20 มีนาคม 2554 หรือไม่ รวมถึงมีประเด็นข่าวลือหรือคำกล่างอ้าง เผยแพร่ออกมาทางสื่อต่าง ๆ ต่อไปนี้เป็นคำถาม-คำตอบ ของข้อสงสัยบางประการซูเปอร์มูนคืออะไร
ซูเปอร์มูน (supermoon) เป็นคำที่ริชาร์ด โนลล์ โหรชาวตะวันตก ใช้เรียกเหตุการณ์ที่จันทร์เพ็ญหรือจันทร์ดับใกล้เคียงกับช่วงที่ดวงจันทร์ใกล้โลก โดยเริ่มเผยแพร่ในนิตยสารทางโหราศาสตร์เมื่อ ค.ศ. 1979 (เขานิยามว่าเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์ขณะจันทร์เพ็ญหรือจันทร์ดับนั้นมีระยะห่างจากโลกภายใน 90% ของระยะใกล้ที่สุดของวงโคจร) ซึ่งเขาเชื่อว่ามีอิทธิพลต่อสภาพอากาศ แผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิดบนโลก ทางดาราศาสตร์ไม่พบว่ามีการใช้ศัพท์คำนี้มาก่อนดวงจันทร์ใกล้โลกบ่อยแค่ไหน
เฉลี่ยทุก ๆ 27-28 วัน นั่นคือเดือนละครั้ง บางเดือนมี 2 ครั้ง โดยระยะห่างจะต่างกันเล็กน้อยดวงจันทร์ใกล้โลกทำให้เราเห็นดวงจันทร์โตขึ้นมากเพียงใด
ใหญ่กว่าค่าเฉลี่ย 7%-8% เราอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดวงจันทร์กำลังใกล้โลก หากไม่ทราบมาก่อนดวงจันทร์ใกล้โลกได้มากกว่านี้อีกไหม
ใกล้กว่านี้ได้อีกเล็กน้อย จากการคำนวณพบว่า ระหว่าง ค.ศ. 1500-2500 ดวงจันทร์จะใกล้โลกที่สุดในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2257 ด้วยระยะห่าง 356,371.1 กิโลเมตร ซึ่งตรงกับวันเพ็ญพอดีแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เกี่ยวกับดวงจันทร์ใกล้โลกจริงหรือ
ขณะเกิดแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย ดวงจันทร์อยู่ห่างโลก 405,492 กิโลเมตร ห่างจากวันที่อยู่ "ไกล" โลกที่สุดเพียง 2 วัน (วันที่ 28 ธันวาคม) ดังนั้นแผ่นดินไหวครั้งนี้จึงไม่มีทางที่จะเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ดวงจันทร์ใกล้โลกแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 เกี่ยวกับดวงจันทร์ใกล้โลกจริงหรือ
ขณะเกิดแผ่นดินไหว ดวงจันทร์อยู่ห่างโลก 396,492 กิโลเมตร ซึ่งไกลกว่าค่าเฉลี่ย และค่อนไปทางด้านจุดไกลโลกที่สุดมากกว่าจุดใกล้โลกที่สุดด้วยซ้ำไป ดังนั้นแผ่นดินไหวครั้งนี้จึงไม่มีทางที่จะเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ดวงจันทร์ใกล้โลกที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นอีกหลายวันดวงจันทร์มีอิทธพลต่อโลกอย่างไร เกี่ยวกับแผ่นดินไหว/ภูเขาไฟระเบิดหรือไม่
แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ทำให้เกิดน้ำขึ้น-น้ำลง ดวงจันทร์ใกล้โลกทำให้ระดับน้ำทะเลสูง-ต่ำกว่าปกติ การศึกษาอย่างละเอียดโดยนักวิทยาแผ่นดินไหวและนักวิทยาภูเขาไฟ พบว่าแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์มีอิทธิพลน้อยมากต่อแผ่นเปลือกโลก ไม่พอที่จะเอาชนะแรงภายในโลก อันเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกหากเกิดแผ่นดินไหวในวันที่ 19/20 มีนาคม 2554 สรุปได้ไหมว่าเกิดจากดวงจันทร์ใกล้โลก
ไม่สามารถสรุปเช่นนั้นได้ เพราะแผ่นดินไหวเกิดขึ้นทุกวัน ไม่ว่าดวงจันทร์จะใกล้โลกหรือไม่หมายเหตุ: ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 12 กรกฎาคม 2565 เพื่อเพิ่มนิยามของคำว่าซูเปอร์มูน (supermoon) และขยายเวลาในตารางจนถึง พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050)


