เมื่อปี 2565 มีรายงานข่าวว่านักดาราศาสตร์ค้นพบดาวฤกษ์ที่เชื่อว่าอยู่ไกลจากโลกมากที่สุด ดาวดวงนี้ได้ชื่อเล่นว่า เอเรนเดล (Earendel) ซึ่งเป็นคำภาษาอังกฤษเก่า แปลว่า ดาวรุ่งอรุณ เอเรนเดลค้นพบโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล คาดว่าดาวดวงนี้เกิดขึ้นมาหลังจากบิกแบงเพียง 900 ล้านปี หรือขณะที่เอกภพเพิ่งมีอายุเพียง 7 เปอร์เซ็นต์ของอายุปัจจุบันเท่านั้น
เอเรนเดลอยู่ห่างจากโลก12.9 พันล้านปีแสง ค้นพบโดยปรากฏการณ์เลนส์ความโน้มถ่วง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีวัตถุมวลสูงมากมาขวางอยู่ระหว่างวัตถุเป้าหมายกับผู้สังเกตการณ์ สนามความโน้มถ่วงของวัตถุที่มาขวางทำหน้าที่คล้ายเลนส์นูนที่รวมแสงจากวัตถุเบื้องหลังให้มารวมกันที่ผู้สังเกตทำให้ผู้สังเกตมองเห็นวัตถุสว่างขึ้นมาก ในกรณีของเอเรนเดล วัตถุที่มาขวางคือกระจุกดาราจักร แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า ดับเบิลยูเอชแอล 0137-08 (WHL0137-08) เลนส์ความโน้มถ่วงที่เกิดขึ้นจากกระจุกดาราจักรนี้ทำให้ความสว่างของเอเรนเดลสว่างขึ้นมากถึง 4,000 เท่า หากไม่มีปรากฏการณ์นี้มาช่วยแล้ว เอเรนเดลก็จะจางมากจนตรวจจับไม่ได้
หลังจากการค้นพบในครั้งนั้นนักดาราศาสตร์จากหลายคณะต่างสำรวจดาวดวงนี้ด้วยกล้องถ่ายภาพอินฟราเรดเนียร์แคมของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บบ์ จากการวิเคราะห์ความสว่างและขนาด สรุปว่าเอเรนเดลน่าจะเป็นดาวฤกษ์มวลสูงและมีอุณหภูมิสูงกว่าดวงอาทิตย์ไม่ต่ำกว่าสองเท่า และสว่างกว่าประมาณหนึ่งล้านเท่า นอกจากนี้สเปกตรัมของเอเรนเดลยังบ่งบอกว่าอาจมีดาวสหายที่อุณหภูมิน้อยกว่าอยู่ดวงหนึ่งด้วย
มัสซิโมปาสกาล นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบิร์กเลย์ ตีความสัญญาณเหล่านี้ต่างออกไป เขาสงสัยว่าบางทีเอเรนเดลอาจเป็นกระจุกดาวก็ได้ จึงได้ใช้กล้องเนียร์สเปกที่อยู่บนกล้องเจมส์เว็บบ์เพื่อศึกษาอายุและสภาพโลหะของเอเรนเดล เนียร์สเปกเป็นสเปกโทรกราฟให้รายละเอียดด้านสเปกตรัมมากกว่าเนียร์แคมซึ่งเป็นกล้องถ่ายภาพ
ปาสคาลพบว่าความต่อเนื่องในเส้นสเปกตรัมสอดคล้องกับกระจุกดาวมากกว่าดาวเดี่ยวหรือหากไม่ใช่กระจุกดาวก็จะเป็นระบบดาวหลายดวง งานวิจัยของปาสคาลได้รับการตีพิมพ์ในวารสารแอสโทรฟิสิกัลเจอร์นัลเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามไบรอัน เวลช์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์และศูนย์การบินอวกาศกอดดาร์ดซึ่งเป็นหัวหน้านักวิจัยที่ค้นพบเอเรนเดลเมื่อปี 2565 ให้ความเห็นว่า งานของปาสกาลเป็นการพิสูจน์ว่ามีความเป็นไปได้ที่เอเรนเดลจะเป็นกระจุกดาว แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าเอเรนเดลเป็นกระจุกดาว "ดาวเดี่ยวกับกระจุกดาวเมื่อถูกเบี่ยงเบนด้วยเลนส์ความโน้มถ่วงแล้วมีความคล้ายกันมาก ด้วยความสามารถในการแยกสเปกตรัมของเนียร์สเปกยังไม่อาจแยกแยะได้ หากจะจำแนกว่าเอเรนเดลเป็นวัตถุประเภทใดกันแน่ ก็ต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ในทุกกรณี" เวลช์อธิบาย
ปาสคาลกับเวลช์มีความเห็นตรงกันข้อหนึ่งก็คือกุญแจสำคัญในการไขปริศนาเกี่ยวกับเอเรนเดลก็คืออาศัยปรากฏการณ์เลนส์จุลภาค ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เลนส์ความโน้มถ่วงประเภทหนึ่งที่วัตถุที่ทำหน้าที่เลนส์มีขนาดเล็กกว่าและมวลน้อยกว่า ความสว่างที่เปลี่ยนแปลงจากปรากฏการณ์เลนส์จุลภาคจะสังเกตได้ง่ายกว่าหากวัตถุเป้าหมายที่ถูกบังมีขนาดเล็ก เช่นดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ มากกว่าที่จะเป็นวัตถุที่มีขนาดใหญ่อย่างกระจุกดาว
เอเรนเดลอยู่ห่างจากโลก
กระจุกดาราจักรดับเบิลยูเอชแอล 0137-08 (WHL0137-08) ความโน้มถ่วงมหาศาลของกระจุกดาราจักรนี้ทำให้แสงจากดาวเบื้องหลังถูกขยายให้สว่างขึ้นและปรากฏเป็นขีดโค้งสีแดงทางขวาล่างของภาพ การวิเคราะห์เผยว่าขีดโค้งนี้เป็นแสงจากดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ มีชื่อว่า เอเรนเดล (จาก NASA, ESA, CSA, D. Coe (STScI/AURA for ESA; Johns Hopkins University), B. Welch (NASA’s Goddard Space Flight Center; University of Maryland, College Park). Image processing: Z. Levay.)
หลังจากการค้นพบในครั้งนั้น
มัสซิโม
ปาสคาลพบว่าความต่อเนื่องในเส้นสเปกตรัมสอดคล้องกับกระจุกดาวมากกว่าดาวเดี่ยว
อย่างไรก็ตาม
ปาสคาลกับเวลช์มีความเห็นตรงกันข้อหนึ่งก็คือ


