ในอดีต เวลามาตรฐานสากลจะอิงกับตำแหน่งของดวงอาทิตย์เป็นสำคัญ โลกหมุนครบหนึ่งรอบคือหนึ่งวัน แต่เนื่องจากอัตราการหมุนรอบตัวเองของโลกไม่คงที่ มีการแกว่งขึ้นลงอยู่เสมอ นักวิทยาศาสตร์จึงต้องหาสิ่งอ้างอิงใหม่ที่ไม่ใช่การหมุนของโลก สิ่งนั้นคือนาฬิกาอะตอม ซึ่งใช้การสั่นของอะตอมซีเซียม-133 ที่มีความเสถียรภาพสูงเป็นตัวอ้างอิง นาฬิกาอะตอมจึงกลายเป็นตัวกำหนดเวลามาตรฐานสากลนับจากปี 2510 เป็นต้นมา เรียกว่า เวลาสากลเชิงพิกัด (coordinated universal time) หรือ ยูทีซี
เวลาของนาฬิกาอะตอมกับเวลาที่ได้จากอัตราการหมุนรอบตัวเองของโลกมีความเหลื่อมกันเล็กน้อย จึงต้องมีวิธีในการประสานจังหวะของเวลาทั้งสองระบบให้ใกล้เคียงกันอยู่เสมอ โดยปกติอัตราการหมุนของโลกจะช้ากว่าเวลาของนาฬิกาอะตอม วิธีของนักวิทยาศาสตร์คือ เมื่อใดที่ความเหลื่อมเวลานี้มากถึงจุดหนึ่ง ก็จะเพิ่มเวลาหนึ่งวินาทีเข้าไปในนาฬิกาอะตอม เวลาหนึ่งวินาที่เพิ่มเข้าไปนี้เรียกว่า อธิกวินาที การเพิ่มอธิกวินาทีจะเกิดขึ้นในสิ้นวันที่ 31 ธันวาคม หรือ 30 มิถุนายน นับจากปี 2515 มีการเพิ่มอธิกวินาทีมาแล้ว 27 ครั้ง
การเพิ่มอธิกวินาทีอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตในชีวิตประจำวัน นาฬิกาบนผนังหรือบนข้อมืออาจไม่ต้องสนใจสิ่งนี้ก็ได้ แต่สำหรับเทคโนโลยีที่ละเอียดอ่อนและต้องอิงเวลาสากลอย่างเคร่งครัด เช่นระบบโทรคมนาคม ระบบตลาดหลักทรัพย์ การมีอธิกวินาทีเป็นการเพิ่มความยุ่งยากซับซ้อนให้ระบบและเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาด ในอดีต อธิกวินาทีเคยทำให้มีเว็บไซต์ล่ม และระบบจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์รวนมาแล้ว
นอกจากนี้ ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมาดูเหมือนกับโลกหมุนเร็วขึ้นเล็กน้อยอย่างต่อเนื่อง ระยะของวันของดวงอาทิตย์ที่อิงการหมุนรอบตัวเองของโลกสั้นลงมากขึ้น จนไม่มีการเพิ่มอธิกวินาทีต่อเนื่องมาหลายปี ความเหลื่อมเวลานี้มากขึ้นจนนักวิทยาศาสตร์เริ่มมีแนวคิดของการตัดเวลาออกหนึ่งวินาทีออกเแทนที่จะเพิ่มวินาที ซึ่งหากมีการใช้การตัดวินาทีจริงก็จะยิ่งเพิ่มความซับซ้อนของกลไกการปรับเวลาของเทคโนโลยีต่าง ๆ ขึ้นไปอีก
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา มีการประชุมประจำปีของสำนักงานชั่งตวงวัดระหว่างประเทศในแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส โดยมีตัวแทนจาก 69 ประเทศเข้าร่วม ที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกการใช้อธิกวินาทีเพื่อยกเลิกความซับซ้อน แล้วยอมให้เวลามาตรฐานคลาดเคลื่อนจากอัตราการหมุนรอบตัวเองของโลกได้ โดยยอมให้คลาดเคลื่อนมากถึงหนึ่งชั่วโมง เมื่อการคลาดเคลื่อนมากเกินหนึ่งชั่วโมงจึงค่อยมาทดเวลากันครั้งหนึ่ง ซึ่งเมื่อถึงวันนั้น การทดเวลาจะไม่ใช่ทดวินาที แต่เป็นการทดชั่วโมงแทน นั่นคือจะมี "อธิกชั่วโมง"
การเปลี่ยนจากการทดทีละวินาทีเป็นทดทีละชั่วโมง ทำให้ความถี่ของการทดลดลงมากไปนับร้อยเท่า จากทศวรรษละหลายครั้งเป็นหลาย ๆ ศตวรรษครั้ง
การเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2570 เป็นต้นไป
เวลาของนาฬิกาอะตอมกับเวลาที่ได้จากอัตราการหมุนรอบตัวเองของโลกมีความเหลื่อมกันเล็กน้อย จึงต้องมีวิธีในการประสานจังหวะของเวลาทั้งสองระบบให้ใกล้เคียงกันอยู่เสมอ โดยปกติอัตราการหมุนของโลกจะช้ากว่าเวลาของนาฬิกาอะตอม วิธีของนักวิทยาศาสตร์คือ เมื่อใดที่ความเหลื่อมเวลานี้มากถึงจุดหนึ่ง ก็จะเพิ่มเวลาหนึ่งวินาทีเข้าไปในนาฬิกาอะตอม เวลาหนึ่งวินาที่เพิ่มเข้าไปนี้เรียกว่า อธิกวินาที การเพิ่มอธิกวินาทีจะเกิดขึ้นในสิ้นวันที่ 31 ธันวาคม หรือ 30 มิถุนายน นับจากปี 2515 มีการเพิ่มอธิกวินาทีมาแล้ว 27 ครั้ง
การเพิ่มอธิกวินาทีอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตในชีวิตประจำวัน นาฬิกาบนผนังหรือบนข้อมืออาจไม่ต้องสนใจสิ่งนี้ก็ได้ แต่สำหรับเทคโนโลยีที่ละเอียดอ่อนและต้องอิงเวลาสากลอย่างเคร่งครัด เช่นระบบโทรคมนาคม ระบบตลาดหลักทรัพย์ การมีอธิกวินาทีเป็นการเพิ่มความยุ่งยากซับซ้อนให้ระบบและเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาด ในอดีต อธิกวินาทีเคยทำให้มีเว็บไซต์ล่ม และระบบจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์รวนมาแล้ว
นอกจากนี้ ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมาดูเหมือนกับโลกหมุนเร็วขึ้นเล็กน้อยอย่างต่อเนื่อง ระยะของวันของดวงอาทิตย์ที่อิงการหมุนรอบตัวเองของโลกสั้นลงมากขึ้น จนไม่มีการเพิ่มอธิกวินาทีต่อเนื่องมาหลายปี ความเหลื่อมเวลานี้มากขึ้นจนนักวิทยาศาสตร์เริ่มมีแนวคิดของการตัดเวลาออกหนึ่งวินาทีออกเแทนที่จะเพิ่มวินาที ซึ่งหากมีการใช้การตัดวินาทีจริงก็จะยิ่งเพิ่มความซับซ้อนของกลไกการปรับเวลาของเทคโนโลยีต่าง ๆ ขึ้นไปอีก
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา มีการประชุมประจำปีของสำนักงานชั่งตวงวัดระหว่างประเทศในแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส โดยมีตัวแทนจาก 69 ประเทศเข้าร่วม ที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกการใช้อธิกวินาทีเพื่อยกเลิกความซับซ้อน แล้วยอมให้เวลามาตรฐานคลาดเคลื่อนจากอัตราการหมุนรอบตัวเองของโลกได้ โดยยอมให้คลาดเคลื่อนมากถึงหนึ่งชั่วโมง เมื่อการคลาดเคลื่อนมากเกินหนึ่งชั่วโมงจึงค่อยมาทดเวลากันครั้งหนึ่ง ซึ่งเมื่อถึงวันนั้น การทดเวลาจะไม่ใช่ทดวินาที แต่เป็นการทดชั่วโมงแทน นั่นคือจะมี "อธิกชั่วโมง"
การเปลี่ยนจากการทดทีละวินาทีเป็นทดทีละชั่วโมง ทำให้ความถี่ของการทดลดลงมากไปนับร้อยเท่า จากทศวรรษละหลายครั้งเป็นหลาย ๆ ศตวรรษครั้ง
การเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2570 เป็นต้นไป

