ดาวหางสวอน (C/2025 R2)
ดาวหางซี/2025 อาร์ 2 (สวอน) - C/2025 R2 (SWAN) หรือก่อนหน้านี้มีชื่อชั่วคราวว่า SWAN25B เป็นดาวหางที่อยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ แม้ว่าจะไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า แต่มีความสว่างถึงระดับที่สังเกตได้ด้วยกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ ดาวหางกำลังเคลื่อนห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้น ทำให้มีโอกาสจะส่องดูด้วยกล้องและถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ที่ดาวหางจะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ให้สังเกตได้ภายใต้ฟ้ามืด
ดาวหางดวงนี้ค้นพบโดยวลาดีมีร์เบซุกลี นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวยูเครน เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 เป็นการค้นพบในภาพถ่ายของอุปกรณ์สวอน (SWAN ย่อมาจาก Solar Wind Anisotropies) ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์ที่ได้รับการออกแบบให้มีความไวต่อความยาวคลื่นของไฮโดรเจนที่ได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ ติดตั้งบนหอสังเกตการณ์โซโฮ (SOHO) ของนาซาและอีซา โซโฮอยู่ในอวกาศที่ระยะห่างจากโลกประมาณ 1.5 ล้านกิโลเมตร อุปกรณ์สวอนมีวัตถุประสงค์หลักในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลมสุริยะ การค้นพบดาวหางในภาพถ่ายซึ่งเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทำให้ดาวหางได้รับการตั้งชื่อตามอุปกรณ์ที่สังเกต ไม่ได้ตั้งชื่อตามผู้ค้นพบ
ภาพถ่ายของอุปกรณ์สวอนมีความละเอียดต่ำมากแต่พอจะตรวจพบการเคลื่อนที่ของวัตถุอย่างดาวหางได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวหางที่สว่างกว่าโชติมาตร 12 ซึ่งไฮโดรเจนที่หัวดาวหางมักปรากฏขึ้นในภาพถ่ายของอุปกรณ์นี้ นักดาราศาสตร์วัดตำแหน่งของดาวหางในภาพได้แบบหยาบ ๆ เท่านั้น จึงต้องอาศัยการยืนยันจากการสังเกตภาคพื้นดินร่วมด้วย ตั้งแต่ออกไปปฏิบัติภารกิจในอวกาศเมื่อ พ.ศ. 2538 มีนักดาราศาสตร์สมัครเล่นเพียงไม่กี่คนที่ค้นพบดาวหางดวงใหม่ในภาพถ่ายของอุปกรณ์ดังกล่าวซึ่งรวมแล้วพบดาวหางประมาณ 20 ดวง ขณะค้นพบดาวหางสวอนสว่างราวโชติมาตร 7-8
ความจริงควรมีรายงานการพบเห็นดาวหางดวงนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเนื่องจากดาวหางปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในภาพถ่ายจากยานสเตอริโอ-เอ (STEREO-A) ของนาซาเป็นระยะเวลาหลายวันนับตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 2568 เป็นต้นมา ยานสเตอริโอ-เอโคจรรอบดวงอาทิตย์ในตำแหน่งที่ห่างจากโลกมาก ข้อมูลจากโลกและยานอวกาศที่อยู่ห่างออกไปทำให้นักดาราศาสตร์สามารถคำนวณวงโคจรที่มีความแม่นยำพอสมควรได้อย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันการค้นพบดาวหางดวงใหม่ในขณะที่สว่างขึ้นมาถึงระดับโชติมาตร7-8 แล้วอาจดูน่าประหลาดใจ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากดาวหางดวงนี้มีวิถีโคจรใกล้เคียงกับทิศทางของดวงอาทิตย์ในมุมมองจากโลก เป็นสาเหตุให้หอดูดาวบนพื้นโลกไม่สามารถตรวจพบได้ ขณะค้นพบดาวหางอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว หลังการค้นพบมีความสว่างเพิ่มขึ้นเล็กน้อยไปอยู่ที่ราวโชติมาตร 6-7 ดาวหางผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 ที่ระยะห่าง 0.503 หน่วยดาราศาสตร์ (ประมาณ 75 ล้านกิโลเมตร)
ข้อมูลวงโคจรแสดงว่าดาวหางสวอนมีความรีของวงโคจรสูงอาจเคยเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มาก่อนเมื่อหลายพันหรือหลายหมื่นปีที่แล้ว (ข้อมูลวงโคจรยังไม่ละเอียดพอที่จะระบุระยะเวลาได้) (อัปเดต: ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 พบว่ามีคาบประมาณ 680 ปี) วงโคจรทำมุมเอียง 4° กับวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ดาวหางสวอนจะมีมุมห่างจากดวงอาทิตย์เพิ่มขึ้นทุกวัน เคลื่อนเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 19-20 ตุลาคม 2568 ที่ระยะห่าง 0.26 หน่วยดาราศาสตร์ (ประมาณ 39 ล้านกิโลเมตร) คาดว่าความสว่างของดาวหางอาจอยู่ที่ราวโชติมาตร 6 มีตำแหน่งอยู่สูงบนท้องฟ้าในเวลาที่ท้องฟ้ามืดแล้ว สามารถสังเกตได้ด้วยกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ หรือถ่ายภาพได้ดีหากไม่มีเมฆฝนรบกวน
C/2025 R2 (SWAN) - Solar System Dynamics (JPL/NASA)
●C/2025 R2 (SWAN) - Seiichi Yoshida
●CBET 5606 - Central Bureau for Astronomical Telegrams
●CBET 5618 - Central Bureau for Astronomical Telegrams
เวลาเกิดแสงสนธยาและเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น-ตก
●รู้จักดาวหาง
●แผนที่ฟ้าออนไลน์ แสดงตำแหน่งดาวและวัตถุท้องฟ้าในเวลาจริง
ดาวหางดวงนี้ค้นพบโดยวลาดีมีร์
ภาพถ่ายของอุปกรณ์สวอนมีความละเอียดต่ำมาก
ภาพถ่ายจากอุปกรณ์สวอน แสดงตำแหน่งดาวหาง 2 ดวง การค้นพบดาวหางจะเกิดขึ้นได้เมื่อนำภาพที่ถ่ายหลายวันมาดูแบบต่อเนื่อง (จาก SWAN/SOHO)
ความจริงควรมีรายงานการพบเห็นดาวหางดวงนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม
ปัจจุบันการค้นพบดาวหางดวงใหม่ในขณะที่สว่างขึ้นมาถึงระดับโชติมาตร
ข้อมูลวงโคจรแสดงว่าดาวหางสวอนมีความรีของวงโคจรสูง
แผนที่ดาวแสดงตำแหน่งดาวหางซี/2025 อาร์ 2 (สวอน) ระหว่างกลางเดือนกันยายนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2568 คำนวณที่เวลา 19:30 น. ของทุกวัน ขอบฟ้าและดาวอังคารในภาพเป็นของวันที่ 17 กันยายน 2568 ดาวหางเคลื่อนผ่านกลุ่มดาวหญิงสาว คันชั่ง แมงป่อง คนแบกงู งู คนยิงธนู โล่ นกอินทรี แพะทะเล และคนแบกหม้อน้ำ คาดว่าความสว่างตลอดช่วงนี้อยู่ที่ประมาณโชติมาตร 6-7 ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (จาก Cartes du Ciel 4.3 )
| วันที่ | ตกลับขอบฟ้า | โชติมาตร | มุมเงยเมื่อเวลา |
|---|---|---|---|
| 9 | 20:53 | 5.9 | 27° |
| 10 | 21:02 | 5.9 | 29° |
| 11 | 21:12 | 5.9 | 31° |
| 12 | 21:23 | 5.9 | 33° |
| 13 | 21:35 | 5.8 | 36° |
| 14 | 21:48 | 5.8 | 38° |
| 15 | 22:02 | 5.8 | 41° |
| 16 | 22:17 | 5.9 | 44° |
| 17 | 22:33 | 5.9 | 48° |
| 18 | 22:49 | 5.9 | 51° |
| 19 | 23:05 | 6.0 | 54° |
| 20 | 23:22 | 6.0 | 57° |
| 21 | 23:38 | 6.1 | 60° |
| 22 | 23:54 | 6.2 | 63° |
| 23 | 00:09 | 6.3 | 65° |
| 24 | 00:19 | 6.4 | 67° |
| 25 | 00:32 | 6.5 | 69° |
| 26 | 00:45 | 6.6 | 70° |
| 27 | 00:56 | 6.7 | 71° |
| 28 | 01:06 | 6.9 | 71° |
| 29 | 01:15 | 7.0 | 72° |
หมายเหตุ : คำนวณสำหรับกรุงเทพฯ แตกต่างได้เล็กน้อยสำหรับสถานที่อื่น
แหล่งข้อมูล
●●
●
●
ดูเพิ่ม
●●
●


