ยานเนียร์ชูเมกเกอร์ลงแตะพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยอีรอส
ยานเนียร์ชูเมกเกอร์ ยานอวกาศมูลค่า 224 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งปฏิบัติภารกิจในการสำรวจดาวเคราะห์น้อยอีรอส (433 Eros) มาเป็นเวลานาน 1 ปีเต็ม กำลังจะลงแตะพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยในคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ หรือเช้าของวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ เวลาประมาณ 3.00 น. นับเป็นการร่อนลงจอดบนพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยโดยยานอวกาศที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ยานเนียร์ชูเมกเกอร์ขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2539 และเข้าสู่วงโคจรรอบดาวเคราะห์น้อยอีรอสตั้งแต่วันวาเลนไทน์ - 14 กุมภาพันธ์ ของปีที่แล้ว ภารกิจที่ดำเนินมาเกือบ 5 ปี กำลังจะสิ้นสุดลงเนื่องจากโครงการขาดทุนสนับสนุน แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น คือ เชื้อเพลิงสำรองของยานกำลังจะหมด
"เราสนุกมากกับปีที่ผ่านมา และสามารถบรรลุเป้าหมายหลักทางวิทยาศาสตร์ได้ทั้งหมด แต่สิ่งดี ๆ เหล่านี้ต้องถึงวันสิ้นสุด และภารกิจของเรากำลังจะเสร็จสิ้นในวันนี้" ดร. โรเบิร์ต ฟาร์คูฮาร์ ผู้อำนวยการของภารกิจเนียร์ แห่งห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปคินส์กล่าว
ผู้ควบคุมเนียร์ตกลงใจที่จะพยายามนำยานร่อนลงสู่พื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้านอวกาศของโลกเพื่อถ่ายภาพของก้อนหินบนดาวเคราะห์น้อย หากสำเร็จจะได้ภาพที่ละเอียดกว่าภาพที่ได้จากวงโคจรที่อยู่สูงขึ้นไป ความหวังที่จะควบคุมการลงจอดของยานบนดาวเคราะห์น้อย นับเป็นการท้าทายอย่างมากต่อศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน แม้ว่ายานเนียร์ไม่ได้ถูกออกแบบให้ลงจอดบนพื้นผิวเลยก็ตาม นักวิทยาศาสตร์หวังว่าภาพระยะใกล้ของดาวเคราะห์น้อยจะละเอียดกว่าภาพที่ถ่ายจากวงโคจรราว 5-10 เท่า โดยยานจะถ่ายภาพ 2 ภาพทุก ๆ นาทีขณะที่กำลังตกลงสู่ดาวเคราะห์น้อย โดยภาพเหล่านี้จะส่งกลับมายังโลกเกือบจะทันที
"เราบรรลุเป้าหมายแรกในการสำรวจดาวเคราะห์น้อยแล้ว เป้าหมายที่สองของเรา คือ พยายามที่จะนำยานลงสู่พื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยอย่างนุ่มนวล ซึ่งยานเนียร์จะมีอัตราเร็วระหว่าง 1-3 เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 2-7 ไมล์ต่อชั่วโมง (4-11 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) อัตราเร็วระดับนี้ดูเหมือนช้ามากแต่ผมมีประสบการณ์การตกลงด้วยอัตราเร็วราว ๆ นี้ตอนที่เป็นพลร่ม และจากการกระโดดร่มในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คุณจะตกลงสู่พื้นดินด้วยอัตราเร็วประมาณ 7 ไมล์ต่อชั่วโมง หลังจากที่ถูกเหวี่ยงไปมา ดังนั้นผมรู้ว่ามันเป็นการร่อนลงที่ไม่ง่ายเลย" ฟาร์คูฮาร์กล่าว
ดร.โรเบิร์ต กล่าวถึงการร่อนลงของยานเนียร์ในวันนี้ว่า "เราจะปลดยานออกจากวงโคจรด้วยการจุดจรวดเป็นเวลา 4 ชั่วโมงครึ่งก่อนที่ยานจะแตะพื้นผิว หลังจากนั้นยานจะค่อยๆ เข้าใกล้ดาวเคราะห์น้อย นับจากนี้ไปอีกราว 4 ชั่วโมง ยานจะอยู่เหนือพื้นผิวดาวที่ระดับความสูง 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เราจะทำการควบคุมการเคลื่อนที่ของยานในขั้นตอนสุดท้าย การจุดจรวดครั้งแรกที่เราเรียกว่าเบรคครั้งที่ 1 จะยาวนานประมาณ 3 นาที หลังจากนั้นไม่นานจะมีการเบรคครั้งที่ 2 ซึ่งนานประมาณ 5 นาที เบรคครั้งที่ 3 จะยาวนานประมาณ 6 นาที และเบรคครั้งสุดท้ายนานประมาณ 4 นาที คุณจะเห็นว่าเรามีการจุดจรวดหลายครั้งซึ่งเราไม่เคยทำมาก่อน แต่ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยทีมงานของห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์และเจพีแอลที่มีประสบการณ์สูง เราจะวางแผนและพยายามทำให้สำเร็จ"
ก่อนลงจอดจะมีการปรับแผงเซลล์สุริยะให้มีแนวที่เหมาะสมกับทิศทางของดวงอาทิตย์ และสายอากาศของยานก็จะชี้ตรงมายังโลก ซึ่งทั้งสองทำมุมกันเพียง 20 องศาเท่านั้น เมื่อยานลงแตะพื้นผิวของอีรอส มีความเป็นไปได้ที่ยานจะหมุนและไม่ง่ายที่จะคาดเดาว่าอะไรจะเกิดขึ้น
การลงสู่พื้นผิวของอีรอสเริ่มขึ้นในเวลา 10.31 ตามเขตเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 22.31 น. ของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งจะปลดยานออกจากวงโคจรที่ระดับความสูง 35 กิโลเมตร ยานจะแตะพื้นผิวดาวในเวลา 3.04 น ของวันที่ 13 ตามเวลาในไทย ซึ่งขณะนี้ดาวเคราะห์น้อยอีรอสอยู่ห่างจากโลก 316 ล้านกิโลเมตร จุดลงจอดของยานเป็นบริเวณขอบนอกของแอ่งรูปอานม้าที่เรียกว่าฮิเมอรอส (Himeros) ซึ่งภาพสุดท้ายที่ได้จากกล้องถ่ายภาพบนยานจะแสดงพื้นผิวของดาวที่ระดับความสูงราว 500 เมตร ซึ่งจะมีความละเอียดที่สามารถมองเห็นก้อนหินที่มีขนาดใหญ่ประมาณ 10 เซนติเมตรได้
●12 กุมภาพันธ์ 2544 - 23.05 น.
การปลดยานออกจากวงโคจรซึ่งมีขึ้นเมื่อเวลา 22.31 น. ได้นำยานออกจากวงโคจรรูปวงกลมที่ระยะห่าง 35 กิโลเมตรจากจุดศูนย์กลางของดาวเคราะห์น้อย ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินสามารถยืนยันการจุดจรวดครั้งนี้ และใช้ภาพถ่ายจากยานในการคำนวณตำแหน่งและความสูงของยานจากพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยล่าสุด เพื่อใช้ในการคำนวณในขั้นตอนสุดท้าย
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 00.15 น.
ผู้ควบคุมภารกิจเนียร์ที่ศูนย์ปฏิบัติการเนียร์ชูเมกเกอร์ ในแมริแลนด์ รายงานว่าการบันทึกข้อมูลการจุดจรวดของยานถูกส่งมายังโลก วิศวกรกล่าวว่าทุกระบบพร้อมสำหรับการลงแตะพื้นผิวดาว และภาพจากยานที่ส่งมากำลังอยู่ในระหว่างการคำนวณตำแหน่งและความสูงจาก พื้นดินของยาน หลังจากการจุดจรวดเพื่อปลดยานออกจากวงโคจรรอบดาวเคราะห์น้อย
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 00.23 น.
ทีมนำร่องรายงานว่าการจุดจรวดตรงตามแผนทุกประการ ภาพที่ได้จากยานหลังการจุดจรวดแสดงให้เห็นว่ายานอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับตำแหน่งที่คาดการณ์ล่วงหน้า
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 00.50 น.
ข้อมูลภาพถ่ายจากยานแสดงว่ายังไม่จำเป็นต้องมีการปรับเวลาของการจุดจรวดที่จะมีขึ้นต่อไป เนื่องจากยานอยู่ในตำแหน่งที่คลาดเคลื่อนจากการคำนวณเพียง 6 วินาที เท่านั้น
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 00.57 น.
นักวิทยาศาสตร์รายงานว่าภาพถ่ายล่าสุดจากยานหลังจากการจุดจรวดอยู่ในตำแหน่งที่เป็นปกติ โดยผิดพลาดจากการคำนวณเพียง 2 พิกเซล ซึ่งแสดงว่ายานมีเส้นทางผิดไปจากการคำนวณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 01.30 น.
จานรับ-ส่งสัญญาณของสถานีเครือข่ายดีปสเปซที่กรุงมาดริดในสเปน และโกลด์สโตนในแคลิฟอร์เนียร์กำลังสื่อสารกับยาน ซึ่งอยู่ห่างออกไป 316 ล้านกิโลเมตร สัญญาณใช้เวลา 17-18 นาที ในการเดินทางมาถึงโลก
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 02.21 น.
ทีมควบคุมรายงานว่าการเบรคครั้งที่ 1 สำเร็จลุล่วงโดยน้อยกว่าเวลาที่ต้องการเพียงเสี้ยวของหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 02.27 น.
เครื่องวัดความสูงจากพื้นดินบนยานรายงานว่า ยานอยู่สูง 5.4 กิโลเมตร จากพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยอีรอส
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 02.29 น.
ภาพแรกหลังจากการเบรคครั้งที่ 1 ส่งมาถึงโลก
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 02.32 น.
ภาพแสดงก้อนหินกลมขนาดใหญ่หลายลูก แต่พื้นผิวของอีรอสปราศจากหลุมเกิดใหม่
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 02.50 น.
ภาพที่ถ่ายจากยาน 2 ภาพทุก ๆ หนึ่งนาที กำลังส่งกลับมายังโลก ระดับความสูงของยานอยู่ที่ 1.25 กิโลเมตร
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 02.58 น.
ภาพที่ชัดเจนภาพสุดท้ายส่งมาจากยานซึ่งคาดว่าสามารถมองเห็นก้อนหินขนาด 10 เซนติเมตรได้ หลังจากนี้ ภาพที่ได้จะไม่ชัดเจน เนื่องจากอุปกรณ์เลเซอร์ในการวัดระยะทางบนยานเริ่มทำงาน
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 03.04 น.
ผู้ควบคุมยังสามารถรับสัญญาณจากเนียร์ได้ แสดงว่ายานเนียร์ชูเมกเกอร์ประสบความสำเร็จในการลงแตะพื้นผิวดาวเคราะห์น้อย โดยที่ยังคงสามารถทำงานอยู่ได้ ทีมรายงานว่าพวกเขาหวังว่าจะสามารถติดต่อกับเนียร์ได้อีกเป็นเวลา 2 วัน
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 03.17 น.
กว่า 10 นาที หลังจากสัมผัสพื้นดิน ยานเนียร์ชูเมกเกอร์ ยานอวกาศขนาดเท่ารถคันหนึ่ง กลายเป็นยานอวกาศลำแรกในประวัติศาสตร์ที่ลงแตะพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย ท่ามกลางความวิตกก่อนหน้านี้ที่นาซาเคยกล่าวว่า มีโอกาสน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ที่ยานจะยังคงทำงานอยู่บนพื้นผิว การลงจอดครั้งนี้ประสบความสำเร็จเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 03.30 น.
การฉลองความสำเร็จมีขึ้นที่ศูนย์ควบคุมภารกิจเนียร์ชูเมกเกอร์ หลังจากที่ยานอวกาศประสบความสำเร็จในการลงแตะพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยอย่างพลิกความคาดหมาย จากการคำนวณแสดงว่ายานลงสู่พื้นผิวที่อัตราเร็ว 1.5-1.8 เมตรต่อวินาที
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 04.25 น.
โฆษกของห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปคินส์ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมภารกิจนี้ให้กับนาซา กล่าวว่า ยังคงสามารถรับสัญญานจากยานเนียร์ชูเมกเกอร์ได้ และมีหลักฐานว่าอุปกรณ์ส่งสัญญาณยังคงทำงานอยู่ แต่อุปกรณ์บนยานไม่สามารถล็อกสัญญานกับโลกได้
● 13 กุมภาพันธ์ 2544
ข้อมูลเบื้องต้นจากยานเนียร์ชูเมกเกอร์แสดงให้เห็นว่ายานลงแตะพื้นดินเมื่อเวลา 3.02.10 น. ที่อัตราเร็ว 1.9 เมตรต่อวินาที ภาพสุดท้ายที่ได้จากยาน ถ่ายขณะที่ยานอยู่ที่ความสูง 120 เมตรจากพื้นดิน และครอบคลุมพื้นที่ 6 เมตร เครือข่ายดีปสเปซของนาซา ซึ่งมีอยู่ทั่วโลกสามารถล็อกสัญญาณกับเนียร์ได้ แต่ไม่มีการส่งสัญญาณจากระบบภายในยาน อย่างไรก็ตาม เครือข่ายดีปสเปซวางแผนที่จะติดตามยานเนียร์ต่อไปจนถึงวันพุธ เมื่อภารกิจเนียร์ชูเมกเกอร์สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ
ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปคินส์ แถลงรายงานสถานภาพของภารกิจในวันนี้โดยสรุปว่า
หนึ่งวันหลังจากที่การลงแตะพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ยานเนียร์ชูเมกเกอร์ยังคงสื่อสารกับทีมภารกิจเนียร์ที่ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ (APL) มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปคินส์ ในเมืองลอเรล รัฐแมริแลนด์ ผู้ดำเนินการภารกิจสามารถรับสัญญานวิทยุจากจานสายอากาศสัญญานอ่อนของยานได้ ซึ่งเป็นเวลา 6 ชั่วโมงหลังการลงแตะพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยอีรอส ดาวเคราะห์น้อยขนาด 21 ไมล์ ที่ยานเข้าสู่วงโคจรรอบดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมควบคุมสามารถประเมินสถานภาพและการทำงานของยานในการพิจารณาที่จะส่งสัญญานวิทยุควบคุมยานต่อไป ยานเนียร์ชูเมกเกอร์ลงแตะพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยเมื่อเวลา 15.02.10 น. ของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2544 ตามเขตเวลาตะวันออกของสหรัฐ (หรือ 3.02.10 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในไทย) ท่ามกลางการเอาใจช่วยและการฉลองความสำเร็จที่ศูนย์ควบคุมภารกิจ ณ APL ซึ่งสร้างและจัดการยานเนียร์ให้กับนาซา ภาพสุดท้ายที่ยานถ่ายได้ก่อนการลงจอด ถ่ายขณะที่ยานอยู่สูง 120 เมตรจากพื้นผิว ยานยังคงส่งสัญญาณวิทยุมายังโลก หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง เครือข่ายดีปสเปซของนาซาก็สามารถล็อกสัญญานเพื่อติดตามยานที่อยู่ห่างออกไป 196 ล้านไมล์ต่อไปได้
● 14 กุมภาพันธ์ 2544 - 00.02 น.
นาซาประกาศอย่างเป็นทางการ ในการตัดสินใจว่าจะยืดเวลาภารกิจเนียร์ออกไปอีก 10 วัน เพื่อรับข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดสเปกโทรมิเตอร์รังสีแกมมา ข้อมูลที่ได้จะช่วยพัฒนาความรู้ด้านธาตุต่าง ๆ ในพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย ซึ่งก่อนหน้านี้มีกำหนดการว่าภารกิจจะสิ้นสุดในวันนี้
● 14 กุมภาพันธ์ 2544 - 00.40 น.
การลงแตะพื้นผิวครั้งประวัติศาสตร์บนดาวเคราะห์น้อยอีรอส (433 Eros) อย่างนุ่มนวลของยานเนียร์ชูเมกเกอร์ ทำให้ทีมควบคุมภารกิจได้รับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์มากมายอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน จากการออกแบบและวางแผนอย่างระมัดระวังในการจุดจรวดเพื่อลงสู่พื้นผิว
"เราให้ความสำคัญในการถ่ายภาพพื้นผิวด้วยความละเอียดสูงเป็นอันดับแรก และการลงแตะพื้นผิวอย่างปลอดภัยเป็นอันดับที่สอง ซึ่งปรากฏว่าเราประสบความสำเร็จทั้งสองเป้าหมาย" ผู้อำนวยการภารกิจเนียร์ ดร.โรเบิร์ต ฟาร์คูฮาร์กล่าว เมื่อวานนี้ทีมภารกิจมีมติที่จะไม่จุดเครื่องยนต์ของยานในการปรับการวางตัวของยาน เนื่องจากยานวางตัวในทิศทางที่เหมาะสมแล้วในการสื่อสารกับโลกหลังลงแตะพื้นผิว ผู้ดำเนินการภารกิจกล่าวว่าการลงแตะพื้นผิวมีอัตราเร็วที่อาจจะเป็นหนึ่งในอัตราเร็วของการลงแตะที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ภาพที่ได้ก่อนการลงแตะยังดีกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า ซึ่งยังคงมีการจุดจรวดอยู่ขณะที่มีการลงแตะ และภาพสุดท้ายถ่ายได้ขณะที่ยานอยู่ในระดับความสูงจากพื้นผิวต่ำกว่าที่คาดไว้ราว 200 เมตร "สิ่งนี้ยืนยันแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่เราวางแผนสำหรับการลงแตะพื้นผิว คุณไม่สามารถรู้ได้ว่าแผนที่วางไว้จะใช้ได้หรือไม่ จนกว่าคุณจะทำการทดสอบ และนี่ก็เป็นไปตามการคาดหมาย ทุกคนมีความสุขจริง ๆ" ดร.บอบบี วิลเลียมส์ หัวหน้าทีมนำร่องของเนียร์ ที่ JPL ของนาซากล่าว
เนียร์ชูเมกเกอร์ ถ่ายภาพความละเอียดสูง 69 ภาพ ระหว่างที่ยานอยู่ต่ำกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งนับว่าเป็นภาพดาวเคราะห์น้อยที่มีความละเอียดสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ภาพถ่ายที่ระยะต่ำสุดคือ 120 เมตร ซึ่งสามารถมองเห็นก้อนหินขนาด 1 เซนติเมตรได้ นอกจากนี้หลายภาพแสดงสิ่งที่น่าพิศวง เช่น ก้อนหินกลมที่แตกร้าว หลุมขนาดเท่าลูกฟุตบอลที่เต็มไปด้วยฝุ่น และพื้นที่ซึ่งพื้นผิวดูเหมือนแตกแยกออก
"ภาพเหล่านี้เริ่มที่จะตอบคำถามหลายคำถามที่เรามีเกี่ยวกับอีรอส แต่ขณะเดียวกันมีความลึกลับใหม่ที่เราจะต้องไขปัญหาต่อไปในอนาคต" ดร.โจเซฟ วีเวอร์คา หัวหน้าทีมถ่ายภาพของเนียร์ จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์กล่าว
ยานเนียร์ชูเมกเกอร์ เป็นหนึ่งในโครงการดิสคัฟเวอรีของนาซา ซึ่งเป็นโครงการยานอวกาศทุนต่ำในการสำรวจด้านดาวเคราะห์ และเป็นยานลำแรกในประวัติศาสตร์ที่โคจรรอบดาวเคราะห์น้อยตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2543 ส่งข้อมูลมากกว่าที่มีการวางแผนไว้ถึง 10 เท่า
● 14 กุมภาพันธ์ 2544 - 04.00 น.
การแถลงข่าวที่มีขึ้นในวันนี้โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโครงการเนียร์ชูเมกเกอร์ กล่าวว่าจะไม่มีการพยายามบังคับยานให้ทะยานขึ้นจากพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อยานลงแตะพื้นผิว มีการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะทดสอบการจุดจรวดให้ยานเนียร์ขึ้นจากพื้นผิวของอีรอส
● 14 กุมภาพันธ์ 2544 - 06.00 น.
หลังจากที่นาซาอนุมัติในนาทีสุดท้ายที่จะให้ภารกิจเนียร์ดำเนินต่อไปอีกเป็นเวลา 10 วัน ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินส่งคำสั่งไปยังยานเนียร์ชูเมกเกอร์ ให้ยานเก็บข้อมูลด้วยอุปกรณ์ตรวจวัดสเปกโทรมิเตอร์รังสีแกมมา ซึ่งจะช่วยวัดองค์ประกอบทางเคมีบนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยอีรอส
● เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
● NEAR Shoemaker - NSSDC Master Catalog
● NEAR Shoemaker Status Center - SpaceflightNow.com
ยานเนียร์ชูเมกเกอร์ขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2539 และเข้าสู่วงโคจรรอบดาวเคราะห์น้อยอีรอสตั้งแต่วันวาเลนไทน์ - 14 กุมภาพันธ์ ของปีที่แล้ว ภารกิจที่ดำเนินมาเกือบ 5 ปี กำลังจะสิ้นสุดลงเนื่องจากโครงการขาดทุนสนับสนุน แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น คือ เชื้อเพลิงสำรองของยานกำลังจะหมด
"เราสนุกมากกับปีที่ผ่านมา และสามารถบรรลุเป้าหมายหลักทางวิทยาศาสตร์ได้ทั้งหมด แต่สิ่งดี ๆ เหล่านี้ต้องถึงวันสิ้นสุด และภารกิจของเรากำลังจะเสร็จสิ้นในวันนี้" ดร. โรเบิร์ต ฟาร์คูฮาร์ ผู้อำนวยการของภารกิจเนียร์ แห่งห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปคินส์กล่าว
ผู้ควบคุมเนียร์ตกลงใจที่จะพยายามนำยานร่อนลงสู่พื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้านอวกาศของโลกเพื่อถ่ายภาพของก้อนหินบนดาวเคราะห์น้อย หากสำเร็จจะได้ภาพที่ละเอียดกว่าภาพที่ได้จากวงโคจรที่อยู่สูงขึ้นไป ความหวังที่จะควบคุมการลงจอดของยานบนดาวเคราะห์น้อย นับเป็นการท้าทายอย่างมากต่อศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน แม้ว่ายานเนียร์ไม่ได้ถูกออกแบบให้ลงจอดบนพื้นผิวเลยก็ตาม นักวิทยาศาสตร์หวังว่าภาพระยะใกล้ของดาวเคราะห์น้อยจะละเอียดกว่าภาพที่ถ่ายจากวงโคจรราว 5-10 เท่า โดยยานจะถ่ายภาพ 2 ภาพทุก ๆ นาทีขณะที่กำลังตกลงสู่ดาวเคราะห์น้อย โดยภาพเหล่านี้จะส่งกลับมายังโลกเกือบจะทันที
ตำแหน่งลงจอดของยานเนียร์ชูเมกเกอร์บนดาวเคราะห์น้อยอีรอส ภาพใหญ่คือบริเวณที่วงด้วยสีเหลือง ซึ่งเป็นขอบของแอ่งชื่อ ฮิเมอรอส (ภาพจาก JHU-APL)
"เราบรรลุเป้าหมายแรกในการสำรวจดาวเคราะห์น้อยแล้ว เป้าหมายที่สองของเรา คือ พยายามที่จะนำยานลงสู่พื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยอย่างนุ่มนวล ซึ่งยานเนียร์จะมีอัตราเร็วระหว่าง 1-3 เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 2-7 ไมล์ต่อชั่วโมง (4-11 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) อัตราเร็วระดับนี้ดูเหมือนช้ามากแต่ผมมีประสบการณ์การตกลงด้วยอัตราเร็วราว ๆ นี้ตอนที่เป็นพลร่ม และจากการกระโดดร่มในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คุณจะตกลงสู่พื้นดินด้วยอัตราเร็วประมาณ 7 ไมล์ต่อชั่วโมง หลังจากที่ถูกเหวี่ยงไปมา ดังนั้นผมรู้ว่ามันเป็นการร่อนลงที่ไม่ง่ายเลย" ฟาร์คูฮาร์กล่าว
ภาพเคลื่อนไหว จำลองการลงจอด (JHU-APL)
ดร.โรเบิร์ต กล่าวถึงการร่อนลงของยานเนียร์ในวันนี้ว่า "เราจะปลดยานออกจากวงโคจรด้วยการจุดจรวดเป็นเวลา 4 ชั่วโมงครึ่งก่อนที่ยานจะแตะพื้นผิว หลังจากนั้นยานจะค่อยๆ เข้าใกล้ดาวเคราะห์น้อย นับจากนี้ไปอีกราว 4 ชั่วโมง ยานจะอยู่เหนือพื้นผิวดาวที่ระดับความสูง 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เราจะทำการควบคุมการเคลื่อนที่ของยานในขั้นตอนสุดท้าย การจุดจรวดครั้งแรกที่เราเรียกว่าเบรคครั้งที่ 1 จะยาวนานประมาณ 3 นาที หลังจากนั้นไม่นานจะมีการเบรคครั้งที่ 2 ซึ่งนานประมาณ 5 นาที เบรคครั้งที่ 3 จะยาวนานประมาณ 6 นาที และเบรคครั้งสุดท้ายนานประมาณ 4 นาที คุณจะเห็นว่าเรามีการจุดจรวดหลายครั้งซึ่งเราไม่เคยทำมาก่อน แต่ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยทีมงานของห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์และเจพีแอลที่มีประสบการณ์สูง เราจะวางแผนและพยายามทำให้สำเร็จ"
| เวลา (ประเทศไทย) | เหตุการณ์ | ความสูงของยาน |
|---|---|---|
| 22.31 น. | ปลดยานออกจากวงโคจร - นาน 20 วินาที | 25 กิโลเมตร |
| 02.16 น. | เบรคครั้งที่ 1 - นาน 3 นาที | 5 กิโลเมตร |
| 02.31 น. | เบรคครั้งที่ 2 - นาน 5 นาที 12 วินาที | 3 กิโลเมตร |
| 02.47 น. | เบรคครั้งที่ 3 - นาน 6 นาที | 1 กิโลเมตร |
| 02.59 น. | เบรคครั้งที่ 4 - นาน 4 นาที 14 วินาที | 400 เมตร |
| 03.04 น. | แตะพื้นผิวดาวเคราะห์น้อย | - |
ก่อนลงจอดจะมีการปรับแผงเซลล์สุริยะให้มีแนวที่เหมาะสมกับทิศทางของดวงอาทิตย์ และสายอากาศของยานก็จะชี้ตรงมายังโลก ซึ่งทั้งสองทำมุมกันเพียง 20 องศาเท่านั้น เมื่อยานลงแตะพื้นผิวของอีรอส มีความเป็นไปได้ที่ยานจะหมุนและไม่ง่ายที่จะคาดเดาว่าอะไรจะเกิดขึ้น
การลงสู่พื้นผิวของอีรอสเริ่มขึ้นในเวลา 10.31 ตามเขตเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 22.31 น. ของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งจะปลดยานออกจากวงโคจรที่ระดับความสูง 35 กิโลเมตร ยานจะแตะพื้นผิวดาวในเวลา 3.04 น ของวันที่ 13 ตามเวลาในไทย ซึ่งขณะนี้ดาวเคราะห์น้อยอีรอสอยู่ห่างจากโลก 316 ล้านกิโลเมตร จุดลงจอดของยานเป็นบริเวณขอบนอกของแอ่งรูปอานม้าที่เรียกว่าฮิเมอรอส (Himeros) ซึ่งภาพสุดท้ายที่ได้จากกล้องถ่ายภาพบนยานจะแสดงพื้นผิวของดาวที่ระดับความสูงราว 500 เมตร ซึ่งจะมีความละเอียดที่สามารถมองเห็นก้อนหินที่มีขนาดใหญ่ประมาณ 10 เซนติเมตรได้
รายงานล่าสุด
●12 กุมภาพันธ์ 2544 - 23.05 น.
การปลดยานออกจากวงโคจรซึ่งมีขึ้นเมื่อเวลา 22.31 น. ได้นำยานออกจากวงโคจรรูปวงกลมที่ระยะห่าง 35 กิโลเมตรจากจุดศูนย์กลางของดาวเคราะห์น้อย ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินสามารถยืนยันการจุดจรวดครั้งนี้ และใช้ภาพถ่ายจากยานในการคำนวณตำแหน่งและความสูงของยานจากพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยล่าสุด เพื่อใช้ในการคำนวณในขั้นตอนสุดท้าย
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 00.15 น.
ผู้ควบคุมภารกิจเนียร์ที่ศูนย์ปฏิบัติการเนียร์ชูเมกเกอร์ ในแมริแลนด์ รายงานว่าการบันทึกข้อมูลการจุดจรวดของยานถูกส่งมายังโลก วิศวกรกล่าวว่าทุกระบบพร้อมสำหรับการลงแตะพื้นผิวดาว และภาพจากยานที่ส่งมากำลังอยู่ในระหว่างการคำนวณตำแหน่งและความสูงจาก พื้นดินของยาน หลังจากการจุดจรวดเพื่อปลดยานออกจากวงโคจรรอบดาวเคราะห์น้อย
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 00.23 น.
ทีมนำร่องรายงานว่าการจุดจรวดตรงตามแผนทุกประการ ภาพที่ได้จากยานหลังการจุดจรวดแสดงให้เห็นว่ายานอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับตำแหน่งที่คาดการณ์ล่วงหน้า
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 00.50 น.
ข้อมูลภาพถ่ายจากยานแสดงว่ายังไม่จำเป็นต้องมีการปรับเวลาของการจุดจรวดที่จะมีขึ้นต่อไป เนื่องจากยานอยู่ในตำแหน่งที่คลาดเคลื่อนจากการคำนวณเพียง 6 วินาที เท่านั้น
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 00.57 น.
นักวิทยาศาสตร์รายงานว่าภาพถ่ายล่าสุดจากยานหลังจากการจุดจรวดอยู่ในตำแหน่งที่เป็นปกติ โดยผิดพลาดจากการคำนวณเพียง 2 พิกเซล ซึ่งแสดงว่ายานมีเส้นทางผิดไปจากการคำนวณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 01.30 น.
จานรับ-ส่งสัญญาณของสถานีเครือข่ายดีปสเปซที่กรุงมาดริดในสเปน และโกลด์สโตนในแคลิฟอร์เนียร์กำลังสื่อสารกับยาน ซึ่งอยู่ห่างออกไป 316 ล้านกิโลเมตร สัญญาณใช้เวลา 17-18 นาที ในการเดินทางมาถึงโลก
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 02.21 น.
ทีมควบคุมรายงานว่าการเบรคครั้งที่ 1 สำเร็จลุล่วงโดยน้อยกว่าเวลาที่ต้องการเพียงเสี้ยวของหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 02.27 น.
เครื่องวัดความสูงจากพื้นดินบนยานรายงานว่า ยานอยู่สูง 5.4 กิโลเมตร จากพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยอีรอส
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 02.29 น.
ภาพแรกหลังจากการเบรคครั้งที่ 1 ส่งมาถึงโลก
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 02.32 น.
ภาพแสดงก้อนหินกลมขนาดใหญ่หลายลูก แต่พื้นผิวของอีรอสปราศจากหลุมเกิดใหม่
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 02.50 น.
ภาพที่ถ่ายจากยาน 2 ภาพทุก ๆ หนึ่งนาที กำลังส่งกลับมายังโลก ระดับความสูงของยานอยู่ที่ 1.25 กิโลเมตร
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 02.58 น.
ภาพที่ชัดเจนภาพสุดท้ายส่งมาจากยานซึ่งคาดว่าสามารถมองเห็นก้อนหินขนาด 10 เซนติเมตรได้ หลังจากนี้ ภาพที่ได้จะไม่ชัดเจน เนื่องจากอุปกรณ์เลเซอร์ในการวัดระยะทางบนยานเริ่มทำงาน
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 03.04 น.
ผู้ควบคุมยังสามารถรับสัญญาณจากเนียร์ได้ แสดงว่ายานเนียร์ชูเมกเกอร์ประสบความสำเร็จในการลงแตะพื้นผิวดาวเคราะห์น้อย โดยที่ยังคงสามารถทำงานอยู่ได้ ทีมรายงานว่าพวกเขาหวังว่าจะสามารถติดต่อกับเนียร์ได้อีกเป็นเวลา 2 วัน
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 03.17 น.
กว่า 10 นาที หลังจากสัมผัสพื้นดิน ยานเนียร์ชูเมกเกอร์ ยานอวกาศขนาดเท่ารถคันหนึ่ง กลายเป็นยานอวกาศลำแรกในประวัติศาสตร์ที่ลงแตะพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย ท่ามกลางความวิตกก่อนหน้านี้ที่นาซาเคยกล่าวว่า มีโอกาสน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ที่ยานจะยังคงทำงานอยู่บนพื้นผิว การลงจอดครั้งนี้ประสบความสำเร็จเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 03.30 น.
การฉลองความสำเร็จมีขึ้นที่ศูนย์ควบคุมภารกิจเนียร์ชูเมกเกอร์ หลังจากที่ยานอวกาศประสบความสำเร็จในการลงแตะพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยอย่างพลิกความคาดหมาย จากการคำนวณแสดงว่ายานลงสู่พื้นผิวที่อัตราเร็ว 1.5-1.8 เมตรต่อวินาที
● 13 กุมภาพันธ์ 2544 - 04.25 น.
โฆษกของห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปคินส์ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมภารกิจนี้ให้กับนาซา กล่าวว่า ยังคงสามารถรับสัญญานจากยานเนียร์ชูเมกเกอร์ได้ และมีหลักฐานว่าอุปกรณ์ส่งสัญญาณยังคงทำงานอยู่ แต่อุปกรณ์บนยานไม่สามารถล็อกสัญญานกับโลกได้
● 13 กุมภาพันธ์ 2544
ข้อมูลเบื้องต้นจากยานเนียร์ชูเมกเกอร์แสดงให้เห็นว่ายานลงแตะพื้นดินเมื่อเวลา 3.02.10 น. ที่อัตราเร็ว 1.9 เมตรต่อวินาที ภาพสุดท้ายที่ได้จากยาน ถ่ายขณะที่ยานอยู่ที่ความสูง 120 เมตรจากพื้นดิน และครอบคลุมพื้นที่ 6 เมตร เครือข่ายดีปสเปซของนาซา ซึ่งมีอยู่ทั่วโลกสามารถล็อกสัญญาณกับเนียร์ได้ แต่ไม่มีการส่งสัญญาณจากระบบภายในยาน อย่างไรก็ตาม เครือข่ายดีปสเปซวางแผนที่จะติดตามยานเนียร์ต่อไปจนถึงวันพุธ เมื่อภารกิจเนียร์ชูเมกเกอร์สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ
ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปคินส์ แถลงรายงานสถานภาพของภารกิจในวันนี้โดยสรุปว่า
หนึ่งวันหลังจากที่การลงแตะพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ยานเนียร์ชูเมกเกอร์ยังคงสื่อสารกับทีมภารกิจเนียร์ที่ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ (APL) มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปคินส์ ในเมืองลอเรล รัฐแมริแลนด์ ผู้ดำเนินการภารกิจสามารถรับสัญญานวิทยุจากจานสายอากาศสัญญานอ่อนของยานได้ ซึ่งเป็นเวลา 6 ชั่วโมงหลังการลงแตะพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยอีรอส ดาวเคราะห์น้อยขนาด 21 ไมล์ ที่ยานเข้าสู่วงโคจรรอบดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมควบคุมสามารถประเมินสถานภาพและการทำงานของยานในการพิจารณาที่จะส่งสัญญานวิทยุควบคุมยานต่อไป ยานเนียร์ชูเมกเกอร์ลงแตะพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยเมื่อเวลา 15.02.10 น. ของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2544 ตามเขตเวลาตะวันออกของสหรัฐ (หรือ 3.02.10 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในไทย) ท่ามกลางการเอาใจช่วยและการฉลองความสำเร็จที่ศูนย์ควบคุมภารกิจ ณ APL ซึ่งสร้างและจัดการยานเนียร์ให้กับนาซา ภาพสุดท้ายที่ยานถ่ายได้ก่อนการลงจอด ถ่ายขณะที่ยานอยู่สูง 120 เมตรจากพื้นผิว ยานยังคงส่งสัญญาณวิทยุมายังโลก หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง เครือข่ายดีปสเปซของนาซาก็สามารถล็อกสัญญานเพื่อติดตามยานที่อยู่ห่างออกไป 196 ล้านไมล์ต่อไปได้
● 14 กุมภาพันธ์ 2544 - 00.02 น.
นาซาประกาศอย่างเป็นทางการ ในการตัดสินใจว่าจะยืดเวลาภารกิจเนียร์ออกไปอีก 10 วัน เพื่อรับข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดสเปกโทรมิเตอร์รังสีแกมมา ข้อมูลที่ได้จะช่วยพัฒนาความรู้ด้านธาตุต่าง ๆ ในพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย ซึ่งก่อนหน้านี้มีกำหนดการว่าภารกิจจะสิ้นสุดในวันนี้
● 14 กุมภาพันธ์ 2544 - 00.40 น.
แถลงการณ์โดยสรุปของโครงการภารกิจเนียร์ชูเมกเกอร์
การลงแตะพื้นผิวครั้งประวัติศาสตร์บนดาวเคราะห์น้อยอีรอส (433 Eros) อย่างนุ่มนวลของยานเนียร์ชูเมกเกอร์ ทำให้ทีมควบคุมภารกิจได้รับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์มากมายอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน จากการออกแบบและวางแผนอย่างระมัดระวังในการจุดจรวดเพื่อลงสู่พื้นผิว
"เราให้ความสำคัญในการถ่ายภาพพื้นผิวด้วยความละเอียดสูงเป็นอันดับแรก และการลงแตะพื้นผิวอย่างปลอดภัยเป็นอันดับที่สอง ซึ่งปรากฏว่าเราประสบความสำเร็จทั้งสองเป้าหมาย" ผู้อำนวยการภารกิจเนียร์ ดร.โรเบิร์ต ฟาร์คูฮาร์กล่าว เมื่อวานนี้ทีมภารกิจมีมติที่จะไม่จุดเครื่องยนต์ของยานในการปรับการวางตัวของยาน เนื่องจากยานวางตัวในทิศทางที่เหมาะสมแล้วในการสื่อสารกับโลกหลังลงแตะพื้นผิว ผู้ดำเนินการภารกิจกล่าวว่าการลงแตะพื้นผิวมีอัตราเร็วที่อาจจะเป็นหนึ่งในอัตราเร็วของการลงแตะที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ภาพที่ได้ก่อนการลงแตะยังดีกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า ซึ่งยังคงมีการจุดจรวดอยู่ขณะที่มีการลงแตะ และภาพสุดท้ายถ่ายได้ขณะที่ยานอยู่ในระดับความสูงจากพื้นผิวต่ำกว่าที่คาดไว้ราว 200 เมตร "สิ่งนี้ยืนยันแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่เราวางแผนสำหรับการลงแตะพื้นผิว คุณไม่สามารถรู้ได้ว่าแผนที่วางไว้จะใช้ได้หรือไม่ จนกว่าคุณจะทำการทดสอบ และนี่ก็เป็นไปตามการคาดหมาย ทุกคนมีความสุขจริง ๆ" ดร.บอบบี วิลเลียมส์ หัวหน้าทีมนำร่องของเนียร์ ที่ JPL ของนาซากล่าว
เนียร์ชูเมกเกอร์ ถ่ายภาพความละเอียดสูง 69 ภาพ ระหว่างที่ยานอยู่ต่ำกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งนับว่าเป็นภาพดาวเคราะห์น้อยที่มีความละเอียดสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ภาพถ่ายที่ระยะต่ำสุดคือ 120 เมตร ซึ่งสามารถมองเห็นก้อนหินขนาด 1 เซนติเมตรได้ นอกจากนี้หลายภาพแสดงสิ่งที่น่าพิศวง เช่น ก้อนหินกลมที่แตกร้าว หลุมขนาดเท่าลูกฟุตบอลที่เต็มไปด้วยฝุ่น และพื้นที่ซึ่งพื้นผิวดูเหมือนแตกแยกออก
"ภาพเหล่านี้เริ่มที่จะตอบคำถามหลายคำถามที่เรามีเกี่ยวกับอีรอส แต่ขณะเดียวกันมีความลึกลับใหม่ที่เราจะต้องไขปัญหาต่อไปในอนาคต" ดร.โจเซฟ วีเวอร์คา หัวหน้าทีมถ่ายภาพของเนียร์ จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์กล่าว
ยานเนียร์ชูเมกเกอร์ เป็นหนึ่งในโครงการดิสคัฟเวอรีของนาซา ซึ่งเป็นโครงการยานอวกาศทุนต่ำในการสำรวจด้านดาวเคราะห์ และเป็นยานลำแรกในประวัติศาสตร์ที่โคจรรอบดาวเคราะห์น้อยตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2543 ส่งข้อมูลมากกว่าที่มีการวางแผนไว้ถึง 10 เท่า
● 14 กุมภาพันธ์ 2544 - 04.00 น.
การแถลงข่าวที่มีขึ้นในวันนี้โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโครงการเนียร์ชูเมกเกอร์ กล่าวว่าจะไม่มีการพยายามบังคับยานให้ทะยานขึ้นจากพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อยานลงแตะพื้นผิว มีการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะทดสอบการจุดจรวดให้ยานเนียร์ขึ้นจากพื้นผิวของอีรอส
● 14 กุมภาพันธ์ 2544 - 06.00 น.
หลังจากที่นาซาอนุมัติในนาทีสุดท้ายที่จะให้ภารกิจเนียร์ดำเนินต่อไปอีกเป็นเวลา 10 วัน ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินส่งคำสั่งไปยังยานเนียร์ชูเมกเกอร์ ให้ยานเก็บข้อมูลด้วยอุปกรณ์ตรวจวัดสเปกโทรมิเตอร์รังสีแกมมา ซึ่งจะช่วยวัดองค์ประกอบทางเคมีบนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยอีรอส
เว็บไซต์อื่น
● เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
● NEAR Shoemaker - NSSDC Master Catalog
● NEAR Shoemaker Status Center - SpaceflightNow.com







