สมาคมดาราศาสตร์ไทย

พบน้ำในดาวเคราะห์น้อยอิโตะกะวะ

พบน้ำในดาวเคราะห์น้อยอิโตะกะวะ

13 พ.ค. 2562
รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
ยานฮะยะบุซะ เป็นยานสำรวจดาวเคราะห์ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่นหรือแจ็กซา (JAXA) ยานนี้ได้ออกเดินทางจากโลกเมื่อปี 2548 โดยมีเป้าหมายที่ดาวเคราะห์น้อยชื่อ อิโตะกะวะ ยานได้กลับมายังโลกในปี 2553 โดยนำตัวอย่างจากผิวดาวเคราะห์น้อยกลับมาเพื่อวิจัยด้วย

เมื่อวันที่ พฤษภาคมที่ผ่านมารายงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวาสารไซนส์ โดยคณะนักวิจัยที่นำโพย ซีเลียง จิน จากสำนักวิชาสำรวจโลกและอวกาศของมหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตต หัวหน้านักวิจัยระบุว่า ตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยที่นำกลับมานี้มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มากเมื่อเทียบกับวัตถุในระบบสุริยะชั้นในทั่วไป

ปริมาณของตัวอย่างของอิโตะกะวะที่ยานเก็บมาได้มีเพียงเล็กน้อย แต่ละเม็ดมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของความหนาเส้นผมเท่านั้น

ดาวเคราะห์้นอยอิโตะกะวะ ถ่ายโดยยานฮะยะบุซะ ตัวอย่างของอิโตะกะวะที่ยานนำกลับมาเก็บขึ้นมาจากทะเลมิวเซส (Muses Sea) ซึ่งเป็นบริเวณที่ราบเรียบบริเวณกลางดวง    (จาก Japan Aerospace Exploration Agency (JAXA))


อนุภาคจากอิโตะกะวะที่จินและโบสศึกษา 
 (จาก Z. Jin and M. Bose/ASU.)


"การจะชี้ว่าดาวเคราะห์น้อยอย่างอิโตะกะวะเป็นแหล่งต้นกำเนิดของน้ำบนโลก เรามองไปที่อัตราส่วนของดิวทีเรียมต่อไฮโดรเจน ดิวทีเรียมเป็นไอโซโทปของไฮโดรเจน ตัวเลขนี้จะเป็นเหมือนลายนิ้วมือประจำตัวที่บอกได้ว่าน้ำในวัตถุต่าง ๆ มีต้นกำเนิดมากจากที่ใด" ไมตรียา โบส ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการสำรวจโลกและอวกาศจากมหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตต หนึ่งในผู้ร่วมวิจัยคณะนี้กล่าว

"ซีเลียงและดิฉันพบว่าน้ำที่พบในอิโตะกะวะและโลกมีอัตราส่วนของดิวทีเรียมต่อไฮโดรเจนเหมือนกัน ซึ่งหมายความว่าน้ำจากทั้งสองดวงนี้มีที่มาจากแหล่งเดียวกัน ดาวหางและดาวเคราะห์น้อยบางดวงมีอัตราส่วนดิวทีเรียมต่อไฮโดรเจนสูงกว่ามาก ซึ่งหากวัตถุเหล่านั้นชนเข้ากับโลกและทิ้งน้ำไว้ น้ำบนโลกย่อมมีอัตราส่วนดิวทีเรียมต่อไฮโดรเจนสูงกว่าที่เป็นอยู่นี้มาก ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าน้ำบนโลกมีที่มาจากดาวเคราะห์น้อยประเภทเดียวกับอิโตะกะวะ"

การศึกษาพบว่าตัวอย่างที่เก็บมามีน้ำเป็นส่วนประกอบมากอย่างคาดไม่ถึง ทั้งที่อิโตะกะวะเคยมองว่าเป็นดาวเคราะห์น้อยที่แห้งดวงหนึ่ง 

การค้นพบในครั้งนี้สนับสนุนแนวคิดว่า ในยุคอดีต โลกเคยถูกวัตถุประเภทอิโตะกะวะพุ่งชนครั้งแล้วครั้งเล่า การชนแต่ละครั้งได้ทิ้งน้ำเอาไว้บนโลก และอาจรวมถึงสารอินทรีย์บางชนิดที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตให้แก่โลกของเรา นี่แสดงน้ำในมหาสมุทรบนโลกราวครึ่งหนึ่งอาจมีต้นกำเนิดจากดาวเคราะห์น้อย

ซีเลียง จิน (ซ้าย) และ เมทรายี โบส กำลังเตรียมตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยอิโตะกะวะเพื่อการวิเคราะห์  (จาก Z. Jin and M. Bose/ASU)


ดาวเคราะห์น้อยอิโตะกะวะมีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว ดูเหมือนเกิดจากวัตถุประเภทกองหินสองกองถูกนำมาดันให้ติดกัน มีความกว่าง 305 เมตร กว้างราว 213-305 เมตร โคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยคาบ 18 เดือน มีระยะห่างจากดวงอาทิตย์เฉลี่ย 1.3 หน่วยดาราศาสตร์ มีวงโครรีมาก ช่วงที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก ส่วนช่วงที่อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ที่สุดอยู่ห่างกว่ารัศมีวงโคจรของดาวอังคาร

นักดาราศาสตร์คาดว่าอิโตะกะวะเป็นเศษที่เหลือจากการถูกชนของวัตถุดวงอื่นซึ่งคาดว่ามีความกว้างไม่น้อยกว่า 19 กิโลเมตร แรงกระแทกจากการพุ่งชนทำให้วัตถุดวงนั้นแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ต่อมามีเศษดาวเคราะห์น้อยที่แตกออกมาสองชิ้นได้มาชนกันและเกาะติดกันเป็นดาวเคราะห์น้อยอิโตะกะวะดังที่เห็นในปัจจุบัน

ที่มา: