สุริยุปราคา 26 มกราคม 2552
คำเตือน : อย่าจ้องดูดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าหรือผ่านกล้องดูดาวที่ไม่มีแผ่นกรองแสง เพราะจะส่งผลกระทบในระยะยาวต่อดวงตาของคุณและอาจทำให้ตาบอดได้!
วันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2552 ซึ่งตรงกับวันตรุษจีนและเป็นวันเดือนดับ ดวงจันทร์เคลื่อนมาอยู่ตรงกลางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวน อันเนื่องมาจากวันนั้นดวงจันทร์มีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ ประเทศไทยสามารถสังเกตสุริยุปราคาครั้งนี้ได้ในช่วงเวลาบ่ายถึงเย็น โดยดวงจันทร์บดบังเพียงบางส่วนของดวงอาทิตย์
เส้นทางสุริยุปราคาวงแหวนครั้งนี้ส่วนใหญ่อยู่ในทะเล เงามืดของดวงจันทร์เริ่มสัมผัสผิวโลกเวลา 13.06 น. (เวลาประเทศไทย) ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติก ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 5 นาที 44 วินาที ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น จากนั้นเงามืดเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออก เข้าสู่มหาสมุทรอินเดีย จุดที่เห็นสุริยุปราคาวงแหวนนานที่สุดอยู่ในมหาสมุทรด้วยระยะเวลานาน 7 นาที 56 วินาที
เงามืดเคลื่อนต่อไป ผ่านหมู่เกาะคอคอสในมหาสมุทรอินเดีย เป็นหมู่เกาะขนาดเล็กในเครือรัฐออสเตรเลีย และถึงทางใต้ของเกาะสุมาตรากับด้านตะวันตกของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ในเวลาประมาณ 16.37 น. กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย อยู่นอกเขตสุริยุปราคาวงแหวนโดยห่างลงไปทางใต้ของเส้นทางสุริยุปราคาวงแหวน
เงามืดเคลื่อนต่อไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านช่องแคบกะริมาตา พาดผ่านเกาะบอร์เนียวกับบางส่วนทางตอนเหนือของเกาะเซลีเบส สุริยุปราคาวงแหวนสิ้นสุดในเวลา 16.52 น. เป็นจังหวะที่ศูนย์กลางเงาหลุดออกจากผิวโลกในทะเลเซลีเบส ตรงบริเวณกึ่งกลางระหว่างเกาะเซลีเบสของอินโดนีเซียกับเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 5 นาที 40 วินาที ขณะดวงอาทิตย์ตก
บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนครอบคลุมทางใต้ของทวีปแอฟริกา มาดากัสการ์ บางส่วนของแอนตาร์กติกา ตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย (ยกเว้นแทสเมเนีย) รวมไปถึงบางส่วนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่
ประเทศไทยอยู่ในพื้นที่ที่สามารถเห็นสุริยุปราคาครั้งนี้ได้โดยต้องใช้แผ่นกรองแสงเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงอาทิตย์ หรือสังเกตการณ์ทางอ้อม เช่น ดูภาพสะท้อนบนผนังผ่านกระจกที่ทำหน้าที่คล้ายกล้องรูเข็ม ดวงจันทร์เริ่มบังดวงอาทิตย์ในช่วงที่ดวงอาทิตย์อยู่สูงประมาณ 30-40 องศา และดำเนินไปจนกระทั่งดวงอาทิตย์ใกล้ตกลับขอบฟ้า ภาคใต้ตอนล่างเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสเห็นดวงอาทิตย์แหว่งมากกว่าภาคอื่น ๆ ซึ่งตรงข้ามกับสุริยุปราคาเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ที่เงามืดพาดผ่านเหนือประเทศไทยขึ้นไป เวลาที่เกิดปรากฏการณ์ก็จะแตกต่างกันไป โดยเฉลี่ยเริ่มเวลาประมาณ 16.00 น. และสิ้นสุดในเวลาประมาณ 18.00 น. ขณะบังเต็มที่ในเวลาประมาณ 17.00 น. โดยจะเห็นดวงอาทิตย์แหว่งทางซ้ายมือค่อนไปทางด้านบน หลายจังหวัดทางด้านตะวันออกของภาคอีสาน จะยังคงเห็นดวงอาทิตย์แหว่งอยู่เล็กน้อยในจังหวะที่ดวงอาทิตย์ตกดิน
| สถานที่ | เริ่ม | บังเต็มที่ | สิ้นสุด | |||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เวลา | มุมเงย | เวลา | มุมเงย | ขนาด | เวลา | มุมเงย | ขนาด | |
| กรุงเทพฯ | 15.53 น. | 31° | 17.00 น. | 16° | 0.452 | 17.59 น. | 3° | - |
| ขอนแก่น | 15.59 น. | 26° | 17.02 น. | 13° | 0.413 | 17.58 น. | 0° | - |
| เชียงใหม่ | 16.05 น. | 27° | 17.02 น. | 15° | 0.304 | 17.54 น. | 4° | - |
| นครราชสีมา | 15.56 น. | 28° | 17.01 น. | 14° | 0.442 | 17.59 น. | 1° | - |
| นครศรีธรรมราช | 15.41 น. | 36° | 16.56 น. | 20° | 0.576 | 18.00 น. | 5° | - |
| นราธิวาส | 15.38 น. | 36° | 16.54 น. | 19° | 0.650 | 18.00 น. | 4° | - |
| ประจวบคีรีขันธ์ | 15.49 น. | 33° | 16.58 น. | 18° | 0.491 | 18.00 น. | 4° | - |
| ภูเก็ต | 15.40 น. | 38° | 16.55 น. | 22° | 0.568 | 18.00 น. | 7° | - |
| ระยอง | 15.51 น. | 31° | 16.59 น. | 16° | 0.489 | 18.00 น. | 2° | - |
| สงขลา | 15.39 น. | 38° | 16.54 น. | 21° | 0.615 | 18.00 น. | 5° | - |
| สุโขทัย | 16.01 น. | 28° | 17.01 น. | 15° | 0.360 | 17.56 น. | 3° | - |
| อุบลราชธานี | 15.56 น. | 26° | 17.01 น. | 11° | 0.469 | 17.56 น. | 0° | 0.042 |
หมายเหตุ :
●"ขนาด" หมายถึงสัดส่วนที่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ วัดตามแนวเส้นผ่านศูนย์กลางของดวงอาทิตย์ ยิ่งมีค่ามากแสดงว่าดวงอาทิตย์ยิ่งแหว่งเว้ามาก (0.5 หมายถึงดวงอาทิตย์ถูกบังครึ่งดวง เป็นต้น)
●จากตารางแสดงว่าบางจังหวัดในภาคอีสาน ดวงอาทิตย์ตกก่อนที่ปรากฏการณ์จะสิ้นสุด
●ในความเป็นจริง ดวงอาทิตย์อาจถูกเมฆหมอกใกล้ขอบฟ้าบดบังหายไปก่อนที่จะลับขอบฟ้าจริง ๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม ณ จุดสังเกตการณ์
●เวลาดวงอาทิตย์ตกในที่นี้ ใช้เวลาเมื่อขอบด้านบนของดวงอาทิตย์แตะขอบฟ้า
สุริยุปราคาบางส่วนเป็นปรากฏการณ์ที่ห้ามดูด้วยตาเปล่า จำเป็นต้องมีแว่นกรองแสงหรือแผ่นกรองแสงที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับส่องดูดวงอาทิตย์และอาจใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีแผ่นกรองแสงปิดบังหน้ากล้อง นอกจากนี้เรายังสามารถสังเกตปรากฏการณ์ทางอ้อมได้โดยฉายภาพดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตาลงบนฉากรับภาพ แล้วดูดวงอาทิตย์ที่ปรากฏบนฉาก แต่ควรเฝ้าระวังอย่าให้เด็กหรือผู้ที่ไม่รู้มองเข้าไปในกล้อง
วัสดุกรองแสงที่ไม่ปลอดภัยและควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ กระจกรมควัน แว่นกันแดด กระดาษห่อลูกอม แผ่นดิสเก็ตต์ ฟิล์มเอกซ์เรย์ ฟิล์มถ่ายรูป ฯลฯ อย่านำมาใช้ดูดวงอาทิตย์ แม้ว่าวัสดุเหล่านี้จะมีความสามารถในการกรองแสงในย่านแสงที่ตามองเห็น แต่รังสีอินฟราเรดสามารถทะลุผ่านได้และจะเป็นอันตรายต่อดวงตา
สำหรับผู้ที่ไม่มีแผ่นกรองแสงหรือทัศนูปกรณ์อื่น อาจใช้วัสดุที่พบได้ง่ายในบ้านมาช่วยในการสังเกตสุริยุปราคา โดยใช้หลักการของกล้องรูเข็ม สิ่งที่ต้องมีคือกระจกเงาบานเล็ก กระดาษขนาดใหญ่กว่ากระจก มีดคัตเตอร์หรือกรรไกร และเทปกาว จากนั้นนำกระดาษมาเจาะรูเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 1 เซนติเมตร ซึ่งอาจใช้มีดกรีดโดยตรงหรือพับกระดาษแล้วใช้กรรไกรตัด เมื่อเจาะกระดาษแล้ว ให้นำไปประกบกับบานกระจกด้วยเทปกาว เวลาใช้งานให้นำกระจกเงาที่ปิดด้วยกระดาษเจาะรูดังกล่าว ไปสะท้อนแสงอาทิตย์ให้แสงไปตกบนผนังสีอ่อนหรือฉากรับภาพสีขาวที่อยู่ในบ้าน ภาพที่เห็นบนฉากคือภาพสะท้อนของดวงอาทิตย์
เมื่อเกิดสุริยุปราคา ภาพดวงอาทิตย์บนฉากจะแหว่งตามลักษณะดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า ขนาดของดวงอาทิตย์บนฉากแปรผันตามระยะห่างระหว่างกระจกกับฉากรับภาพ โดยที่ระยะหนึ่งเมตรจะได้ภาพดวงอาทิตย์ขนาดประมาณ 9 มิลลิเมตร ดังนั้นที่ระยะห่าง 10 เมตร จะได้ภาพดวงอาทิตย์ขนาด 9 เซนติเมตร ยิ่งกระจกอยู่ห่างฉากมากเท่าใดก็จะได้ภาพคมชัดมากขึ้นเท่านั้น แต่ความสว่างของภาพก็จะลดลงตามไปด้วย วิธีนี้ทำให้เราสามารถสังเกตสุริยุปราคาได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นอันตรายต่อดวงตา แต่พึงระวังอย่าให้ใครที่เดินผ่านไปมามีโอกาสหันมามองแสงอาทิตย์ที่สะท้อนออกไปจากกระจก ด้วยหลักการเดียวกันนี้ หากมีต้นไม้อยู่ใกล้ ๆ เราอาจสังเกตเห็นว่าแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านช่องระหว่างใบไม้แล้วไปตกบนพื้นหรือผนังก็มีลักษณะแหว่งเว้าตามดวงอาทิตย์ด้วยเช่นกัน
มีข้อสังเกตว่า รูปร่างของรูที่เจาะ ไม่มีผลต่อภาพปรากฏของดวงอาทิตย์บนฉาก ส่วนขนาดของรูจะส่งผลต่อความคมชัดและความสว่างของภาพ คือ ที่ระยะเดียวกัน รูเล็กให้ภาพคมชัด แต่สว่างน้อยกว่า ส่วนรูใหญ่ให้ภาพที่มีความคมชัดลดลง แต่สว่างมากกว่า สำหรับรูขนาด 1 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างกระจกกับฉากรับภาพที่แนะนำ คือ 3 เมตรขึ้นไป
หลังจากสุริยุปราคาในวันนี้ ประเทศไทยจะมีโอกาสสังเกตสุริยุปราคาอีกครั้งในช่วงสายของวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 เป็นสุริยุปราคาเต็มดวงที่เส้นทางคราสพาดผ่านประเทศอินเดียและจีน ประเทศไทยอยู่นอกเส้นทาง จึงเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วนอีกเช่นเดียวกัน
หลังจากสุริยุปราคาในวันนี้ ประเทศไทยจะมีโอกาสสังเกตสุริยุปราคาอีกครั้งในช่วงสายของวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 เป็นสุริยุปราคาเต็มดวงที่เส้นทางคราสพาดผ่านประเทศอินเดียและจีน ประเทศไทยอยู่นอกเส้นทาง จึงเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วนอีกเช่นเดียวกัน
มีข้อสังเกตว่า รูปร่างของรูที่เจาะ ไม่มีผลต่อภาพปรากฏของดวงอาทิตย์บนฉาก ส่วนขนาดของรูจะส่งผลต่อความคมชัดและความสว่างของภาพ คือ ที่ระยะเดียวกัน รูเล็กให้ภาพคมชัด แต่สว่างน้อยกว่า ส่วนรูใหญ่ให้ภาพที่มีความคมชัดลดลง แต่สว่างมากกว่า สำหรับรูขนาด 1 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างกระจกกับฉากรับภาพที่แนะนำ คือ 3 เมตรขึ้นไป
หลังจากสุริยุปราคาในวันนี้ ประเทศไทยจะมีโอกาสสังเกตสุริยุปราคาอีกครั้งในช่วงสายของวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 เป็นสุริยุปราคาเต็มดวงที่เส้นทางคราสพาดผ่านประเทศอินเดียและจีน ประเทศไทยอยู่นอกเส้นทาง จึงเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วนอีกเช่นเดียวกัน
เวลาโดยละเอียด
| สถานที่ | เริ่ม | บังเต็มที่ | สิ้นสุด | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เวลา | มุมเงย | เวลา | มุมเงย | ขนาด | เวลา | มุมเงย | |
| ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย | 15:53:01 น. | 31° | 16:59:46 น. | 16° | 0.452 | 17:58:53 น. | 3° |
| ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ | 15:52:59 น. | 31° | 16:59:46 น. | 16° | 0.454 | 17:58:54 น. | 3° |
| กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี | 15:53:05 น. | 31° | 16:59:47 น. | 16° | 0.452 | 17:58:52 น. | 3° |
| คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก | 15:59:55 น. | 28° | 17:01:25 น. | 15° | 0.372 | 17:56:31 น. | 3° |
ความแม่นยำ : คาดว่าอยู่ในช่วง 1-2 วินาที (เทียบเวลามาตรฐานได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 181)






