จันทรุปราคาบางส่วน : 4 มิถุนายน 2555

วรเชษฐ์ บุญปลอด 9 พฤษภาคม 2555

สองสัปดาห์หลังสุริยุปราคาในเดือนพฤษภาคม จะเกิดจันทรุปราคาบางส่วนขึ้นในช่วงหัวค่ำของวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2555 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา นับเป็นจันทรุปราคาที่เห็นดวงจันทร์แหว่งครั้งเดียวของปีนี้ (อีกครั้งเป็นจันทรุปราคาเงามัว)

เงามืดเริ่มบังดวงจันทร์ตั้งแต่เวลา 17:00 น. บังลึกที่สุดเวลา 18:03 น. คิดเป็นขนาดความลึก 37% ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงจันทร์ แต่ประเทศไทยยังไม่เห็น จะเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่เวลาที่ดวงอาทิตย์ตกและดวงจันทร์ขึ้น โดยแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยเห็นดวงจันทร์ขึ้นในเวลาที่ต่างกัน ความลึกของจันทรุปราคาขณะดวงจันทร์ขึ้นจึงต่างกันด้วย

จันทรุปราคาบางส่วน  4 มิถุนายน 2555
ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคาบางส่วน : 4 มิถุนายน 2555
เหตุการณ์ เวลา มุมเงย
(ที่กรุงเทพฯ)
1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 15:48 น. -39° (ใต้ขอบฟ้า)
2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน 17:00 น. -23°(ใต้ขอบฟ้า)
3. กึ่งกลางของปรากฏการณ์ (ดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกที่สุด) 18:03 น. -9°(ใต้ขอบฟ้า)
4. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน (ดวงจันทร์ทั้งดวงออกจากเงามืด) 19:07 น.
5. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 20:18 น. 20°

จังหวัดทางตะวันออกของประเทศจะเห็นดวงจันทร์ขึ้นก่อน ตารางด้านล่างบอกเวลาดวงจันทร์ขึ้นและมุมเงยของดวงจันทร์ขณะสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน เมื่อสังเกตจากอำเภอเมืองของบางจังหวัด จังหวัดที่ดวงจันทร์ขึ้นก่อน จะมีโอกาสเห็นดวงจันทร์แหว่งได้มากกว่าจังหวัดที่ดวงจันทร์ขึ้นทีหลัง จากตารางแสดงว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ตอนล่างจะเห็นดวงจันทร์ขึ้นก่อนภาคอื่น ๆ วันนั้นดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู ใกล้ดาวแอนทาเรสหรือดาวปาริชาตในกลุ่มดาวแมงป่อง ดวงจันทร์จึงขึ้นเยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

สถานที่ ดวงจันทร์ขึ้น มุมเงยเมื่อสิ้นสุด-
จันทรุปราคาบางส่วน
กรุงเทพฯ 18:41 น.
ขอนแก่น 18:36 น.
จันทบุรี 18:32 น.
เชียงใหม่ 18:57 น.
นครพนม 18:30 น.
นครราชสีมา 18:37 น.
นราธิวาส 18:23 น.
ประจวบคีรีขันธ์ 18:41 น.
สงขลา 18:32 น.
สุโขทัย 18:50 น.
อุบลราชธานี 18:25 น.

หมายเหตุ :

  1. ทุกจังหวัดในประเทศไทยจะเห็นดวงจันทร์แหว่งมากที่สุดขณะดวงจันทร์ขึ้น แต่แหว่งไม่เท่ากัน
  2. เมฆหมอกใกล้ขอบฟ้าอาจบดบังดวงจันทร์ขณะขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าแล้ว จึงเริ่มเห็นดวงจันทร์ช้ากว่าเวลาที่ระบุ
  3. เวลาดวงจันทร์ขึ้นในที่นี้คือเวลาที่ขอบด้านบนของดวงจันทร์แตะขอบฟ้า เมื่อดวงจันทร์ขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าทั้งดวงในอีกราว 2 นาทีถัดมา จะใกล้เคียงกับเวลาดวงอาทิตย์ตกของแต่ละสถานที่ (ดู เวลาดวงอาทิตย์ตกและดวงจันทร์ขึ้น หรือคาดคะเนจากจังหวัดในตารางซึ่งอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน)
  4. เมื่อกำมือแล้วเหยียดแขนออกไปข้างหน้าให้สุด กำปั้นของเรามีขนาดประมาณ 10°

เมื่อสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 19:07 น. ดวงจันทร์จะกลับมาเต็มดวง แต่เราจะสังเกตได้ว่าขอบด้านบนของดวงจันทร์ยังหมองคล้ำอยู่เล็กน้อย เนื่องจากดวงจันทร์ยังอยู่ในเงามัว จันทรุปราคาจะสิ้นสุดอย่างสมบูรณ์เมื่อดวงจันทร์ออกจากเงามัวในเวลา 20:18 น.

กรุงเทพฯ ดวงจันทร์ขึ้นเวลา 18:41 น. ถูกเงามืดของโลกบังอยู่ราว 1 ใน 4 ของดวง จากนั้น เมื่อสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 19:07 น. ดวงจันทร์อยู่สูงเหนือขอบฟ้าเป็นมุมเพียง 5° และท้องฟ้ายังไม่มืด จึงมีเวลาสังเกตจันทรุปราคาขณะถูกเงามืดบังได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และอาจสังเกตได้ยาก เนื่องจากอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเวลาสังเกตจันทรุปราคาครั้งนี้ได้นานกว่า เนื่องจากดวงจันทร์ขึ้นก่อนกรุงเทพฯ เช่น ที่อุบลราชธานี ดวงจันทร์ขึ้นตั้งแต่เวลา 18:25 น. เงามืดบังดวงจันทร์อยู่ราว 1 ใน 3 ของดวง เมื่อสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์อยู่สูงเหนือขอบฟ้า 8°

ภาคใต้ตอนล่าง ดวงจันทร์ขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น นราธิวาสดวงจันทร์ขึ้นเวลา 18:23 น. เงามืดบังดวงจันทร์อยู่ราว 1 ใน 3 เมื่อสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์อยู่สูงเหนือขอบฟ้า 9°

ภาคเหนือ ดวงจันทร์ขึ้นช้าที่สุด เช่น เชียงใหม่ดวงจันทร์ขึ้นเวลา 18:57 น. เงามืดบังดวงจันทร์อยู่ราว 1 ใน 10 จากนั้น เมื่อสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์จะอยู่สูงเหนือขอบฟ้าเพียง 2°

การสังเกตจันทรุปราคาในวันนี้อาจอยู่ในจังหวะที่ไม่ดีนัก เนื่องจากดวงจันทร์มีมุมเงยต่ำกว่า 10° และท้องฟ้ายังสว่างอยู่ด้วยแสงสนธยา อย่างไรก็ดี หากท้องฟ้าเปิด ไม่มีเมฆฝนบดบัง จะสามารถถ่ายภาพจันทรุปราคาบางส่วนได้ โดยมีต้นไม้ อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในแนวขอบฟ้าเป็นฉากหน้า ทำให้ภาพมีองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ได้มีเพียงแต่ดวงจันทร์

หลังจากจันทรุปราคาบางส่วนครั้งนี้ จะเกิดจันทรุปราคาเงามัวในวันลอยกระทง ซึ่งดวงจันทร์ไม่สัมผัสเงามืด จึงปรากฏเต็มดวงอยู่ตลอด ส่วนจันทรุปราคาบางส่วนครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นในกลางดึกของคืนวันที่ 25 เข้าสู่เช้ามืดวันที่ 26 เมษายน 2556 แต่พื้นผิวดวงจันทร์ถูกเงามืดของโลกบดบังเพียง 1.5% ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงจันทร์

ดูเพิ่ม