อุปราคาและดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ในปี 2555

วรเชษฐ์ บุญปลอด 16 มกราคม 2555
สุริยุปราคาวงแหวนเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2548 (ภาพ – sancho_panza/Wikimedia Commons)

พ.ศ. 2555 มีอุปราคาทั้งหมด 4 ครั้ง เป็นสุริยุปราคา 2 ครั้ง กับจันทรุปราคา 2 ครั้ง สุริยุปราคาเกิดในช่วงจันทร์ดับ ดวงจันทร์เคลื่อนมาอยู่ตรงกลางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ทำให้เงาดวงจันทร์พาดลงมาบนผิวโลก คนที่อยู่ใต้เงาจะมองเห็นดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บัง สังเกตได้โดยดูผ่านแผ่นกรองแสงเพื่อลดความสว่างของดวงอาทิตย์

จันทรุปราคาเกิดในช่วงจันทร์เพ็ญ ดวงจันทร์เคลื่อนเข้าสู่เงาโลก ทำให้เห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งหรือมืดสลัวไปเนื่องจากเงาของโลกบังดวงจันทร์ สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากทุกสถานที่ที่อยู่ในด้านกลางคืนของโลกซึ่งหันเข้าหาดวงจันทร์

เงาที่ต้นกำเนิดแสงเป็นดวงอาทิตย์ มีอยู่ 2 ส่วน ได้แก่ เงามืดและเงามัว ในกรณีของสุริยุปราคา คนที่อยู่ใต้เงามัวจะเห็นดวงอาทิตย์ถูกบังบางส่วน ใต้เงามืดจะเห็นดวงอาทิตย์ถูกบังหมดทั้งดวง สุริยุปราคาที่มีแต่เงามัวของดวงจันทร์เท่านั้นที่สัมผัสผิวโลก จะเรียกสุริยุปราคาครั้งนั้นว่าสุริยุปราคาบางส่วน

ในกรณีของจันทรุปราคา หากดวงจันทร์เข้าไปในเงามืดของโลกหมดทั้งดวง เรียกว่าจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์ไม่มืดสนิท แต่จะกลายเป็นสีแดงอิฐ หรือสีส้ม เนื่องจากแสงอาทิตย์หักเหผ่านบรรยากาศโลกไปที่ดวงจันทร์ ปีนี้ประเทศไทยมีโอกาสเห็นสุริยุปราคาบางส่วน จันทรุปราคาบางส่วน และจันทรุปราคาเงามัว

เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นครั้งใด อีกราว 6,585.32 วัน (18 ปี กับ 10 หรือ 11 วัน) ถัดไปหรือก่อนหน้านั้น จะมีโอกาสเกิดอุปราคาขึ้นด้วย เรียกคาบเวลานี้ว่าซารอส (Saros) ถูกแบ่งออกเป็นชุด (series) ต่าง ๆ กำหนดลำดับชุดด้วยตัวเลข

นอกจากสุริยุปราคาซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์แล้ว ปีนี้ยังจะมีปรากฏการณ์ที่ดาวศุกร์เคลื่อนมาบังบางส่วนของดวงอาทิตย์ด้วย เรียกว่าดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดของอุปราคาทั้ง 4 ครั้ง และดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2555

1. สุริยุปราคาวงแหวน 21 พฤษภาคม 2555

อุปราคาครั้งแรกของปีเกิดขึ้นในเช้าวันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2555 ตามเวลาประเทศไทย ดวงจันทร์เพิ่งจะผ่านตำแหน่งไกลโลกที่สุดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม วันนี้ดวงจันทร์จึงอยู่ห่างโลกจนมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ เกิดเป็นสุริยุปราคาวงแหวน เส้นทางคราสวงแหวนผ่านจีน ญี่ปุ่น ทางเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก และสหรัฐอเมริกา

สุริยุปราคาเริ่มขึ้นเมื่อเงามัวแตะผิวโลกในเวลา 03:56 น. ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นเวลา 05:06 น. เงาคราสวงแหวนเริ่มสัมผัสผิวโลกในอ่าวตังเกี๋ย ความกว้างของเงาอยู่ที่ 324 กิโลเมตร โดยเคลื่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออย่างรวดเร็ว ผ่านพื้นที่บางส่วนของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง รวมทั้งมณฑลที่อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ได้แก่ เจียงซี กว่างตง ฝูเจี้ยน และเจ้อเจียง พื้นที่เล็ก ๆ ตรงชายฝั่งทางเหนือของเกาะไห่หนานมีโอกาสเห็นสุริยุปราคาวงแหวนเป็นเวลาสั้น ๆ ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น

เมืองกว่างโจวในมณฑลกว่างตงอยู่ใกล้เส้นกลางคราส เกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 4 นาที 26 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 5° เขตบริหารพิเศษฮ่องกงอยู่ห่างไปทางใต้ แต่ยังอยู่ในเขตสุริยุปราคาวงแหวน เกาะฮ่องกงเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 3 นาทีครึ่ง เมืองฝูโจวในมณฑลฝูเจี้ยนเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 4 นาที 15 วินาที มุมเงย 12° ขอบเขตด้านทิศเหนือลากผ่านพื้นที่ทางใต้ของมณฑลเจ้อเจียง

เงาคราสวงแหวนปกคลุมตอนเหนือของช่องแคบไต้หวัน ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ทะเลจีนตะวันออก ขอบเขตด้านทิศใต้ของแนวสุริยุปราคาวงแหวนผ่านตอนเหนือของเกาะไต้หวัน เมืองไทเปเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 1 นาที 53 วินาที มุมเงย 13°

หลังจากผ่านทะเลจีนตะวันออก เงาคราสวงแหวนแตะแผ่นดินอีกครั้งที่ประเทศญี่ปุ่น โดยผ่านเกาะเล็ก ๆ และพื้นที่บางส่วนของภูมิภาคต่าง ๆ ได้แก่ คีวชู ชิโกะกุ คันไซ จูบุ คันโต และโทโฮะกุ เมืองโอซะกะอยู่ในเส้นทางคราสวงแหวน แต่ใกล้ขอบเขตด้านทิศเหนือ เห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 2 นาที 52 วินาที มุมเงย 31° นะโงะยะเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 3 นาที 40 วินาที มุมเงย 32° โตเกียวอยู่ใกล้เส้นกลางคราส เห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 5 นาที 4 วินาที มุมเงย 35°

หลังจากผ่านญี่ปุ่น แนวคราสวงแหวนลากผ่านพื้นที่กว้างใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิก กึ่งกลางคราสซึ่งเห็นสุริยุปราคาวงแหวนเกือบนานที่สุด อยู่ทางตอนเหนือของมหาสมุทร นาน 5 นาที 46 วินาที เกิดขึ้นเวลา 06:53:46 น. ที่นั่นเงาคราสวงแหวนกว้าง 237 กิโลเมตร จากนั้นข้ามเส้นแบ่งวันตรงลองจิจูด 180° ในเวลา 07:00 น. แล้วมุ่งหน้าไปแตะชายฝั่งบริเวณพรมแดนระหว่างรัฐแคลิฟอร์เนียกับออริกอน ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกาในเวลาประมาณ 08:23 น.

เงาคราสวงแหวนผ่านพื้นที่บางส่วนของหลายรัฐในอเมริกันเวสต์ ได้แก่ ออริกอน แคลิฟอร์เนีย เนวาดา ยูทาห์ แอริโซนา โคโลราโด นิวเม็กซิโก และเทกซัส ขณะนั้นเป็นช่วงเย็นของวันที่ 20 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น ขณะแตะชายฝั่งของสหรัฐอเมริกา ผู้ที่อยู่ตรงแนวเส้นกลางคราสจะเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 4 นาที 48 วินาที มุมเงย 22° เงาคราสวงแหวนเคลื่อนไปทางทิศตะวันออก พาดผ่านเทือกเขาและที่ราบสูงด้านตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ลาสเวกัสในรัฐเนวาดาอยู่ห่างไปทางทิศใต้ นอกแนวคราสวงแหวน

เมืองเซนต์จอร์จ รัฐยูทาห์ เกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 4 นาที 12 วินาที มุมเงย 11° เมืองอัลบาเคอร์คี เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐนิวเม็กซิโก อยู่ใกล้แนวกลางคราส เกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 4 นาที 26 วินาที มุมเงย 5° เงาคราสวงแหวนหลุดออกจากผิวโลกในเวลา 08:39 น. บริเวณรัฐเทกซัส หลังจากนั้น ปรากฏการณ์จะสิ้นสุดเมื่อเงามัวหลุดออกจากผิวโลกในเวลา 09:49 น.

พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย ยกเว้นภาคใต้ มีโอกาสเห็นสุริยุปราคาบางส่วนขณะดวงอาทิตย์ขึ้น ภาคกลางเห็นดวงอาทิตย์แหว่งเล็กน้อย และสิ้นสุดปรากฏการณ์ไปไม่นานหลังดวงอาทิตย์ขึ้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเห็นดวงอาทิตย์แหว่งมากที่สุดและนานกว่าภาคอื่น ๆ

บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนครั้งนี้คือส่วนใหญ่ของทวีปเอเชีย ตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก และส่วนใหญ่ของอเมริกาเหนือ สุริยุปราคาดำเนินอยู่ขณะดวงอาทิตย์ขึ้นเมื่อสังเกตจากเอเชีย และดำเนินอยู่ขณะดวงอาทิตย์ตกเมื่อสังเกตจากหลายรัฐในสหรัฐอเมริกา

สุริยุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นที่จุดโหนดลงในวงโคจรของดวงจันทร์รอบโลก เป็นสุริยุปราคาครั้งที่ 58 ใน 73 ครั้งของซารอสที่ 128 ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 984 สิ้นสุดในวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2282 ซารอสนี้ประกอบด้วยสุริยุปราคาบางส่วน 24 ครั้ง เต็มดวง 4 ครั้ง ผสม 4 ครั้ง วงแหวน 32 ครั้ง และบางส่วน 9 ครั้ง ตามลำดับ ชุดซารอสนี้เริ่มบริเวณใกล้ขั้วโลกใต้ สิ้นสุดบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือ สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดคือ 1 นาที 45 วินาที เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 1453 สุริยุปราคาวงแหวนครั้งที่นานที่สุดคือ 8 นาที 35 วินาที เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1832

2. จันทรุปราคาบางส่วน 4 มิถุนายน 2555

จันทรุปราคาบางส่วนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำของวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2555 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา ดวงจันทร์เริ่มแหว่งเวลา 17:00 น. และถูกเงาของโลกบังลึกที่สุดเวลา 18:03 น. คิดเป็นขนาดความลึก 37% ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงจันทร์ สองเวลานี้ประเทศไทยยังไม่เห็น เนื่องจากดวงจันทร์ยังไม่ขึ้น และเป็นเวลากลางวัน

จันทรุปราคาบางส่วน 17 สิงหาคม 2551 (ภาพ – ศิรวิศ สุรพฤกษ์)

ดวงจันทร์จะขึ้นมาเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกในช่วงครึ่งหลังของปรากฏการณ์ กรุงเทพฯ ดวงจันทร์ขึ้นเวลา 18:41 น. ถูกเงามืดของโลกบังอยู่ราว 20% จากนั้นกลับมาสว่างเต็มดวงเวลา 19:07 น. ดวงจันทร์อยู่สูงเหนือขอบฟ้าเป็นมุมเพียง 5° และท้องฟ้ายังไม่มืด จึงมีเวลาสังเกตจันทรุปราคาขณะถูกเงามืดบังได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และอาจสังเกตได้ยาก เนื่องจากอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีเวลาสังเกตได้นานกว่า เนื่องจากดวงจันทร์ขึ้นก่อนกรุงเทพฯ เช่น ที่อุบลราชธานี ดวงจันทร์ขึ้นตั้งแต่เวลา 18:25 น.

พื้นที่บนโลกที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้พร้อมประเทศไทยคือส่วนใหญ่ของทวีปเอเชีย ด้านตะวันออกของมหาสมุทรอินเดีย ออสเตรเลีย มหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนใหญ่ของอเมริกาเหนือและใต้ (ยกเว้นด้านตะวันออก) และทวีปแอนตาร์กติกา ผู้ที่อยู่ในทวีปเอเชียและออสเตรเลียจะเกิดจันทรุปราคาขณะดวงจันทร์เคลื่อนสูงขึ้นในค่ำวันที่ 4 มิถุนายน ส่วนอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้เกิดจันทรุปราคาขณะดวงจันทร์เคลื่อนต่ำลงในเวลาเช้ามืดของวันเดียวกัน ตามเวลาท้องถิ่น

ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา 4 มิถุนายน 2555

  1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 15:48:08 น.
  2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน 16:59:51 น.
  3. กึ่งกลางของปรากฏการณ์ 18:03:12 น.
  4. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน 19:06:30 น.
  5. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 20:18:16 น.

จันทรุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นที่จุดโหนดขึ้นในวงโคจรของดวงจันทร์รอบโลก เมื่อสังเกตจากประเทศไทยจะเห็นดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู ห่างดาวแอนทาเรสในกลุ่มดาวแมงป่องประมาณ 8° เป็นจันทรุปราคาครั้งที่ 24 ใน 77 ครั้ง ของซารอสที่ 140 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1597 - 2968 ซารอสนี้ประกอบด้วยจันทรุปราคาเงามัว 20 ครั้ง บางส่วน 8 ครั้ง เต็มดวง 28 ครั้ง บางส่วน 7 ครั้ง และเงามัว 14 ครั้ง ตามลำดับ จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดของชุดซารอสนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 2246 และ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2264 นาน 1 ชั่วโมง 38.6 นาที

3. สุริยุปราคาเต็มดวง 14 พฤศจิกายน 2555

สุริยุปราคาเต็มดวงในเช้าวันพุธที่ 14 พฤศจิกายน 2555 เกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนที่ดวงจันทร์จะใกล้โลกที่สุดประมาณ 12 ชั่วโมง ดวงจันทร์จึงอยู่ใกล้จนสามารถบดบังดวงอาทิตย์ได้มิดทั้งดวง เส้นทางคราสเต็มดวงผ่านออสเตรเลียและมหาสมุทรแปซิฟิก

สุริยุปราคาครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อเงามัวของดวงจันทร์แตะผิวโลกในเวลา 02:38 น. ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นสุริยุปราคาเต็มดวงเริ่มเมื่อเงามืดแตะผิวโลกบนแผ่นดินทางตอนเหนือของรัฐนอร์เทิร์นเทริทอรีในเวลา 03:35 น. จุดนั้นอยู่ห่างจากเมืองดาร์วินไปทางทิศตะวันออกประมาณ 250 กิโลเมตร หากท้องฟ้าโปร่งจะสามารถเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงขณะดวงอาทิตย์ขึ้น นาน 1 นาที 41 วินาที

เงามืดเคลื่อนตัวไปทางตะวันออก พาดผ่านอ่าวคาร์เพนแทเรีย แตะแผ่นดินอีกครั้งบนคาบสมุทรเคปยอร์ก ทางตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ แล้วลงสู่ทะเลคอรัลในมหาสมุทรแปซิฟิก ชายฝั่งตะวันออกที่หันหน้าออกสู่ทะเล เป็นบริเวณที่มีโอกาสเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงได้ดีที่สุดบริเวณหนึ่งของออสเตรเลีย เนื่องจากดวงอาทิตย์จะขึ้นมาเหนือขอบฟ้าทางทิศนี้ บริเวณดังกล่าวมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้น เมืองเคร์นส์ ซึ่งมีประชากรประมาณ 151,000 คน เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในแนวคราสเต็มดวง ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 2 นาที 0 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 14°

พอร์ตดักลาส เมืองท่องเที่ยวที่มีประชากรราว 1,000 คน อยู่ถัดขึ้นไปทางเหนือของเคร์นส์ราว 60 กิโลเมตร แต่อยู่ใกล้แนวกลางคราสมากกว่า เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 2 นาที 4 วินาที การท่องเที่ยวที่นั่นเตรียมจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนในเช้าวันสุริยุปราคา โดยให้แสงอาทิตย์ที่ฉายออกมาหลังสิ้นสุดสุริยุปราคาเต็มดวง เป็นสัญญาณปล่อยตัว ผู้จัดคาดว่าจะมีนักวิ่งจากทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 2,000 คน

หลังจากผ่านออสเตรเลีย เส้นทางคราสเต็มดวงลงสู่ทะเลคอรัล ผ่านแนวปะการังเกรตแบเรียรีฟ แล้วผ่านไปทางเหนือของเกาะนอร์ฟอล์ก ซึ่งอยู่ระหว่างเกาะนิวแคลิโดเนียกับนิวซีแลนด์ เป็นระยะทางราว 160 กิโลเมตร เงามืดของดวงจันทร์ลากผ่านตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิกโดยไม่ผ่านเกาะหรือหมู่เกาะขนาดใหญ่ จากนั้นข้ามเส้นแบ่งวันตรงลองจิจูด 172.5° ตะวันตก ในเวลาประมาณ 04:46 น. เงาดวงจันทร์เข้าใกล้ศูนย์กลางโลกมากที่สุดในเวลา 05:11:47 น. เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 4 นาที 2 วินาที ที่จุดนั้น เงามืดของดวงจันทร์กว้าง 179 กิโลเมตร

เงามืดเคลื่อนต่อไปจนกระทั่งเวลา 06:48 น. จึงหลุดออกจากผิวโลกในมหาสมุทร ตรงกลางระหว่างเกาะฮวนแฟร์นันเดซกับเกาะซานเฟลิกซ์ ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองซานติอาโกในประเทศชิลีเกือบ 1,000 กิโลเมตร หลังจากนั้น เงามัวจะหลุดออกจากผิวโลกเวลา 07:46 น. สิ้นสุดสุริยุปราคาในวันนี้

บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนซึ่งเงามัวของดวงจันทร์พาดผ่าน ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ในแปซิฟิกใต้ ตอนล่างของทวีปอเมริกาใต้ และบางส่วนของแอนตาร์กติกา สุริยุปราคาดำเนินอยู่ขณะดวงอาทิตย์ขึ้นเมื่อสังเกตจากด้านตะวันตกของออสเตรเลีย นิวกินี ปาปัวนิวกินี และดำเนินอยู่ขณะดวงอาทิตย์ตกเมื่อสังเกตจากชิลีและอาร์เจนตินา

สุริยุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นที่จุดโหนดขึ้นในวงโคจรของดวงจันทร์รอบโลก สุริยุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาครั้งที่ 45 ใน 72 ครั้งของซารอสที่ 133 ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ. 1219 สิ้นสุดในวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 2499 ซารอสนี้ประกอบด้วยสุริยุปราคาบางส่วน 12 ครั้ง วงแหวน 6 ครั้ง ผสม 1 ครั้ง เต็มดวง 46 ครั้ง และบางส่วน 7 ครั้ง ตามลำดับ ซารอสนี้เริ่มบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือ สิ้นสุดใกล้ขั้วโลกใต้ สุริยุปราคาวงแหวนครั้งที่นานที่สุดของชุดซารอสนี้คือ 1 นาที 14 วินาที เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1453 สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดคือ 6 นาที 50 วินาที เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 1850

สุริยุปราคาในซารอสที่ 133 ซึ่งเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยมี 2 ครั้ง ครั้งแรกคือสุริยุปราคาเต็มดวงที่คณะบาทหลวงเยซูอิตชาวฝรั่งเศสตั้งกล้องถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ทอดพระเนตรที่พระที่นั่งไกรสรสีหราช (พระที่นั่งเย็น) เมืองละโว้ จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2231 (เห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน) ครั้งที่ 2 คือสุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคำนวณและเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรที่บ้านหว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยคณะสำรวจจากอังกฤษและฝรั่งเศส

4. จันทรุปราคาเงามัว 28 พฤศจิกายน 2555

อุปราคาครั้งสุดท้ายของปีเป็นจันทรุปราคาเงามัว เกิดขึ้นในคืนวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 2555 ตรงกับคืนวันลอยกระทง ดวงจันทร์ถูกเงามัวของโลกบังลึกที่สุดเวลา 21:33 น. พื้นที่บนโลกที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้ ได้แก่ ส่วนใหญ่ของทวีปยุโรป ด้านตะวันออกของทวีปแอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย ส่วนใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิก และเกือบทั้งหมดของทวีปอเมริกาเหนือ ยกเว้นด้านตะวันออก

จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นชนิดเงามัว ซึ่งคนทั่วไปมักสังเกตไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับดวงจันทร์ อย่างไรก็ตาม หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าผิวดวงจันทร์หมองคล้ำลงเล็กน้อย เนื่องจากดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงามัวเกือบทั้งดวง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระหว่างเวลา 3 - 4 ทุ่ม ซึ่งขอบด้านทิศเหนือจะคล้ำกว่าด้านทิศใต้

ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา 28 พฤศจิกายน 2555

  1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 19:14:57 น.
  2. กึ่งกลางของปรากฏการณ์ 21:32:59 น.
  3. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 23:51:01 น.

จันทรุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นที่จุดโหนดลงในวงโคจรของดวงจันทร์รอบโลก เมื่อสังเกตจากประเทศไทยจะเห็นดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาววัว ห่างดาวอัลเดบารันประมาณ 5° และมีดาวพฤหัสบดีอยู่ห่างที่ระยะใกล้เคียงกัน วัตถุ 3 ชิ้นนี้ทำมุมเกือบเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 11 ใน 71 ครั้ง ของซารอสที่ 145 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1832 - 3094 ซารอสนี้ประกอบด้วยจันทรุปราคาเงามัว 18 ครั้ง บางส่วน 10 ครั้ง เต็มดวง 15 ครั้ง บางส่วน 20 ครั้ง และเงามัว 8 ครั้ง ตามลำดับ จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดของซารอสนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 2427 นาน 1 ชั่วโมง 44.4 นาที

ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ 6 มิถุนายน 2555

ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ วันที่ 8 มิถุนายน 2547 (ภาพ - Vincent Yu/AP)

ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์เป็นปรากฏการณ์ที่ดาวศุกร์เคลื่อนมาอยู่ในแนวระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ คนบนโลกมีโอกาสเห็นดาวศุกร์ปรากฏเป็นดวงกลมดำขนาดเล็กเคลื่อนผ่านดวงอาทิตย์ วันพุธที่ 6 มิถุนายน 2555 ประเทศไทยสามารถสังเกตดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ได้ในช่วงเวลาตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้น จนกระทั่งสิ้นสุดปรากฏการณ์ในเวลาประมาณ 11:50 น. โดยดาวศุกร์เริ่มผ่านหน้าดวงอาทิตย์ตั้งแต่ประมาณ 20 นาที ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นที่ประเทศไทย วันนั้นดาวศุกร์มีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 33 เท่า

ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์เกิดเป็นคู่ ภายในคู่ห่างกัน 8 ปี แต่ละคู่ห่างกัน 105 หรือ 120 ปี ระยะห่างระหว่างแต่ละครั้งจะมีรูปแบบที่แน่นอน คือ 8, 121.5, 8 และ 105.5 ปี และวนซ้ำกันเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2547 ซึ่งเห็นได้ในประเทศไทย หลังจากครั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่าคนที่มีชีวิตอยู่บนโลกในปัจจุบันทั้งหมด จะไม่มีโอกาสได้เห็นดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์อีก เพราะดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์คู่ถัดไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2660 (ค.ศ. 2117) และวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2668 (ค.ศ. 2125)

แพรัลแลกซ์ของดาวศุกร์ทำให้การสังเกตดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์จากสถานที่ต่างกัน ให้เวลาสัมผัสที่ต่างกัน ยกตัวอย่าง ที่กรุงเทพฯ สิ้นสุดปรากฏการณ์ในเวลา 11:49:51 น. แต่ที่โตเกียว สิ้นสุดปรากฏการณ์ในเวลา 11:47:27 น. ตามเวลาในเขตเวลาเดียวกัน (ถ้าแปลงเป็นเวลาท้องถิ่นของญี่ปุ่นต้องบวก 2 ชั่วโมง) เป็นต้น

พื้นที่ที่เห็นปรากฏการณ์ได้ตลอดตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดคือประเทศทางด้านตะวันออกของเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ด้านตะวันออกของจีน มองโกเลีย ด้านตะวันออกของรัสเซีย ด้านตะวันออกของออสเตรเลีย เกือบทั้งหมดของนิวซีแลนด์ ฮาวาย ด้านตะวันตกของแคนาดา และรัฐอะแลสกาของสหรัฐอเมริกา พื้นที่ที่เห็นได้ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น คือดาวศุกร์ได้เคลื่อนเข้ามาในดวงอาทิตย์แล้วก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ได้แก่ เกือบทั้งหมดของยุโรป ตะวันออกกลาง ด้านตะวันออกของแอฟริกา ด้านตะวันตกของเอเชีย ด้านตะวันตกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมทั้งประเทศไทย) และด้านตะวันตกของออสเตรเลีย

พื้นที่ที่เห็นได้ขณะดวงอาทิตย์ตก คือดวงอาทิตย์ตกขณะที่ดาวศุกร์ยังอยู่ในดวงอาทิตย์ ได้แก่ ส่วนใหญ่ของอเมริกาเหนือ และด้านตะวันตกเฉียงเหนือของอเมริกาใต้ ซึ่งพื้นที่นี้ยังเป็นวันที่ 5 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น

ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ในปี 2555 ปรากฏการณ์เกิดขึ้นในเช้าวันที่ 6 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย ส่วนทวีปอเมริกาเหนือและใต้จะเห็นได้ในเย็นวันที่ 5 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น ภาพนี้แสดงเวลาที่ดาวศุกร์สัมผัสขอบดวงอาทิตย์ ซึ่งแบ่งเป็น 4 สัมผัส ตามเวลาประเทศไทย โดยสมมุติว่าสังเกตการณ์จากศูนย์กลางโลก หรืออีกนัยหนึ่งคือสังเกตจากผิวโลกขณะดวงอาทิตย์อยู่ที่จุดเหนือศีรษะ แพรัลแลกซ์ของดาวศุกร์ ทำให้เวลาที่มองเห็นดาวศุกร์แตะขอบดวงอาทิตย์จากสถานที่ต่าง ๆ เกิดขึ้นไม่พร้อมกัน สำหรับกรุงเทพฯ จะเห็นได้เฉพาะสัมผัสที่ 3 และ 4 เกิดขึ้นในเวลา 11:32:28 น. และ 11:49:51 น. ตามลำดับ

พ.ศ. 2556

  • จันทรุปราคาบางส่วน 26 เมษายน 2556 - ประเทศไทยเห็นได้ในเวลากลางดึก ขณะบังลึกที่สุดเวลา 03:07 น. ดวงจันทร์แหว่งเพียง 1.5%
  • สุริยุปราคาวงแหวน 10 พฤษภาคม 2556 - แนวคราสวงแหวนผ่านออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน หมู่เกาะกิลเบิร์ตในคิริบาส และตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก ประเทศไทยไม่เห็นสุริยุปราคาในวันนี้
  • จันทรุปราคาเงามัว 25 พฤษภาคม 2556 - ไม่เห็นในประเทศไทย
  • จันทรุปราคาเงามัว 19 ตุลาคม 2556 - ประเทศไทยเห็นได้ขณะดวงจันทร์ตก แต่ดวงจันทร์ลดความสว่างลงน้อยมาก ยากที่จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง
  • สุริยุปราคาผสม 3 พฤศจิกายน 2556 - แนวคราสวงแหวนเริ่มต้นทางด้านตะวันตกของแอตแลนติกเหนือ จากนั้นแนวคราสเต็มดวงพาดผ่านมหาสมุทรแอตแลนติก แล้วเข้าสู่ตอนกลางของทวีปแอฟริกา โดยผ่านกาบอง สาธารณรัฐคองโก สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ยูกันดา เคนยา เอธิโอเปีย และโซมาเลีย ประเทศไทยไม่เห็นสุริยุปราคาในวันนี้

ดูเพิ่ม