สมาคมดาราศาสตร์ไทย

ดาวหางจากนอกระบบสุริยะที่เพิ่งพบอาจเก่าแก่กว่าดวงอาทิตย์

ดาวหางจากนอกระบบสุริยะที่เพิ่งพบอาจเก่าแก่กว่าดวงอาทิตย์

12 ก.ค. 2568
รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
เมื่อวันที่ กรกฎาคม 2568 มีการพบวัตถุแปลกปลอมใหม่ดวงหนึ่งด้วยกล้องโทรทรรศน์แอตลัส การศึกษาเส้นทางโคจรต่อมาทำให้ทราบว่า วัตถุนี้ไม่ใช่วัตถุในระบบสุริยะของเรา เพราะไม่ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์ แต่มาจากนอกระบบสุริยะ นับเป็นวัตถุจากนอกระบบสุริยะดวงที่สามที่รู้จัก ต่อจาก โอมูอามูอา และดาวหางบอริซอฟ
 
ในช่วงแรกนักดาราศาสตร์ยังไม่แน่ใจนักว่าวัตถุดวงนี้เป็นวัตถุประเภทใดกันแน่ระหว่างดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อย แต่ในเวลาต่อมา การสำรวจโดยโครงการดีปแรนดอมเซอร์เวย์ กล้องโลเวลล์ดิสคัฟเวอรี และกล้องแคนาดา-ฝรั่งเศส-ฮาวาย พบว่าวัตถุนี้ลักษณะฟุ้งและมีหางยื่นออกมายาวประมาณ พิลิปดา เป็นการยืนยันว่าวัตถุดวงนี้เป็นดาวหางอย่างแน่นอน 

วัตถุดวงนี้ได้ชื่อว่า ไอ/แอตลัส (3I/ATLAS) และยังมีชื่อตามระบบของดาวหางไม่มีคาบว่า ซี/2025 เอ็น (แอตลัส) [C/2025 N1 (ATLAS)]

ดาวหาง ไอ/แอตลัส (3I/ATLAS)  (จาก ESA)

จากการวิเคราะห์แนววิถีของ ไอ/แอตลัส พบว่าวัตถุดวงนี้น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากบริเวณหนึ่งในดาราจักรทางช้างเผือกที่เรียกว่าจานส่วนหนา ซึ่งต่างไปจากวัตถุต่างด้าวสองดวงที่รู้จักก่อนหน้านี้ แสดงว่าวัตถุทั้งสามดวงมีแหล่งกำเนิดมาจากต่างแหล่งกัน

ดาราจักรทางช้างเผือกมีลักษณะเหมือนก้นหอยที่ม้วนซ้อนกันจนเป็นแผ่นกลมหนาดูเหมือนจาน ตัวจานนี้ยังแบ่งได้ออกเป็นสองส่วนคือ จานส่วนบางซึ่งเป็นจานส่วนในบาง ๆ และจานส่วนหนาประกบบนล่างเหมือนแซนด์วิช นักดาราศาสตร์พบว่าดาวฤกษ์ที่อยู่ในจานส่วนหนาเกือบทั้งหมดเป็นดาวอายุมาก ส่วนดาวที่อยู่ในจานส่วนบางจะเป็นดาวที่มีอายุน้อยกว่า ดวงอาทิตย์ของเราก็อยู่ในจานส่วนบางนี้

ภาพดาวหาง ไอ/แอตลัส ที่เกิดจากการใช้ภาพถ่ายหลายภาพซ้อนกัน ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์วีแอลทีของหอดูดาวยุโรปซีกใต้เมื่อวันที่ กรกฎาคม 2568 (จาก ESO/O. Hainaut)

ระบบสุริยะของเราเกิดขึ้นเมื่อราว 4.5 พันล้านปีก่อน ดาวหางที่เป็นสมาชิกของระบบสุริยะกำเนิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับระบบสุริยะ ดังนั้นจึงมีอายุไม่มากไปกว่า 4.5 พันล้านปี 

การที่ดาวหาง ไอ/แอตลัส มีต้นกำเนิดมาจากจานส่วนนอกของดาราจักรซึ่งมีดาวอายุมาก ย่อมหมายความว่าดาวหางดวงนี้มีอายุเท่ากับระบบสุริยะที่มันจากมา นั่นหมายความว่า ดาวหางดวงนี้มีอายุมากกว่าระบบสุริยะของเราเสียอีก มัททิว ฮอปกินส์ นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ดกล่าวว่า เป็นไปได้ที่ดาวหางดวงนี้จะมีอายุมากถึง พันล้านปีเลยทีเดียว

ขณะนี้ดาวหางจากต่างด้าวดวงนี้กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ดวงอาทิตย์ และจะมาถึงจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 25 ตุลาคมปีนี้ จึงเป็นโอกาสพิเศษสุดที่นักดาราศาสตร์จะได้ศึกษาวัตถุดึกดำบรรพ์ที่สุดที่เข้ามาให้สำรวจในระยะใกล้ ๆ ถึงระบบสุริยะชั้นใน กล้องโทรทรรศน์ชั้นนำทั่วโลกต่างเตรียมพร้อมต้อนรับแล้ว