เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 มีการพบวัตถุแปลกปลอมใหม่ดวงหนึ่งด้วยกล้องโทรทรรศน์แอตลัส การศึกษาเส้นทางโคจรต่อมาทำให้ทราบว่า วัตถุนี้ไม่ใช่วัตถุในระบบสุริยะของเรา เพราะไม่ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์ แต่มาจากนอกระบบสุริยะ นับเป็นวัตถุจากนอกระบบสุริยะดวงที่สามที่รู้จัก ต่อจาก โอมูอามูอา และดาวหางบอริซอฟ
ในช่วงแรกนักดาราศาสตร์ยังไม่แน่ใจนักว่าวัตถุดวงนี้เป็นวัตถุประเภทใดกันแน่ระหว่างดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยแต่ในเวลาต่อมา การสำรวจโดยโครงการดีปแรนดอมเซอร์เวย์ กล้องโลเวลล์ดิสคัฟเวอรี และกล้องแคนาดา-ฝรั่งเศส-ฮาวาย พบว่าวัตถุนี้ลักษณะฟุ้งและมีหางยื่นออกมายาวประมาณ 3 พิลิปดา เป็นการยืนยันว่าวัตถุดวงนี้เป็นดาวหางอย่างแน่นอน
วัตถุดวงนี้ได้ชื่อว่า3 ไอ/แอตลัส (3I/ATLAS) และยังมีชื่อตามระบบของดาวหางไม่มีคาบว่า ซี/2025 เอ็น 1 (แอตลัส) [C/2025 N1 (ATLAS)]
จากการวิเคราะห์แนววิถีของ3 ไอ/แอตลัส พบว่าวัตถุดวงนี้น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากบริเวณหนึ่งในดาราจักรทางช้างเผือกที่เรียกว่าจานส่วนหนา ซึ่งต่างไปจากวัตถุต่างด้าวสองดวงที่รู้จักก่อนหน้านี้ แสดงว่าวัตถุทั้งสามดวงมีแหล่งกำเนิดมาจากต่างแหล่งกัน
ดาราจักรทางช้างเผือกมีลักษณะเหมือนก้นหอยที่ม้วนซ้อนกันจนเป็นแผ่นกลมหนาดูเหมือนจานตัวจานนี้ยังแบ่งได้ออกเป็นสองส่วนคือ จานส่วนบางซึ่งเป็นจานส่วนในบาง ๆ และจานส่วนหนาประกบบนล่างเหมือนแซนด์วิช นักดาราศาสตร์พบว่าดาวฤกษ์ที่อยู่ในจานส่วนหนาเกือบทั้งหมดเป็นดาวอายุมาก ส่วนดาวที่อยู่ในจานส่วนบางจะเป็นดาวที่มีอายุน้อยกว่า ดวงอาทิตย์ของเราก็อยู่ในจานส่วนบางนี้
ระบบสุริยะของเราเกิดขึ้นเมื่อราว4.5 พันล้านปีก่อน ดาวหางที่เป็นสมาชิกของระบบสุริยะกำเนิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับระบบสุริยะ ดังนั้นจึงมีอายุไม่มากไปกว่า 4.5 พันล้านปี
การที่ดาวหาง3 ไอ/แอตลัส มีต้นกำเนิดมาจากจานส่วนนอกของดาราจักรซึ่งมีดาวอายุมาก ย่อมหมายความว่าดาวหางดวงนี้มีอายุเท่ากับระบบสุริยะที่มันจากมา นั่นหมายความว่า ดาวหางดวงนี้มีอายุมากกว่าระบบสุริยะของเราเสียอีก มัททิว ฮอปกินส์ นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ดกล่าวว่า เป็นไปได้ที่ดาวหางดวงนี้จะมีอายุมากถึง 7 พันล้านปีเลยทีเดียว
ขณะนี้ดาวหางจากต่างด้าวดวงนี้กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ดวงอาทิตย์และจะมาถึงจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 25 ตุลาคมปีนี้ จึงเป็นโอกาสพิเศษสุดที่นักดาราศาสตร์จะได้ศึกษาวัตถุดึกดำบรรพ์ที่สุดที่เข้ามาให้สำรวจในระยะใกล้ ๆ ถึงระบบสุริยะชั้นใน กล้องโทรทรรศน์ชั้นนำทั่วโลกต่างเตรียมพร้อมต้อนรับแล้ว
ในช่วงแรกนักดาราศาสตร์ยังไม่แน่ใจนักว่าวัตถุดวงนี้เป็นวัตถุประเภทใดกันแน่ระหว่างดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อย
วัตถุดวงนี้ได้ชื่อว่า
จากการวิเคราะห์แนววิถีของ
ดาราจักรทางช้างเผือกมีลักษณะเหมือนก้นหอยที่ม้วนซ้อนกันจนเป็นแผ่นกลมหนาดูเหมือนจาน
ภาพดาวหาง 3 ไอ/แอตลัส ที่เกิดจากการใช้ภาพถ่ายหลายภาพซ้อนกัน ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์วีแอลทีของหอดูดาวยุโรปซีกใต้เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 (จาก ESO/O. Hainaut)
ระบบสุริยะของเราเกิดขึ้นเมื่อราว
การที่ดาวหาง
ขณะนี้ดาวหางจากต่างด้าวดวงนี้กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ดวงอาทิตย์


