สมาคมดาราศาสตร์ไทย

ดาวหาง 3 ไอ เปลี่ยนสีอีกแล้ว

ดาวหาง 3 ไอ เปลี่ยนสีอีกแล้ว

6 พ.ย. 2568
รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
ปี 2568 นี้น่าจะเป็นปีแห่งดาวหางอีกปีหนึ่ง เพราะมีดาวหางน่าสนใจหลายดวงมาอวดโฉม ดาวหางดวงหนึ่งที่แม้จะไม่สว่างมาก แต่ก็เป็นข่าวได้ไม่แพ้ดาวหางสว่าง นั่นคือ ดาวหาง ไอ/แอตลัส (3I/ATLAS) ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยืนยันได้ว่าเป็นดาวหางจริง ๆ ไม่ใช่ยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวที่ไหน

ดาวหาง ไอ/แอตลัส (3I/ATLAS) ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลในเดือนสิงหาคม   (จาก NASA/ESA)


นับจากการค้นพบเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม นักดาราศาสตร์พบเรื่องน่าสนใจมากมายเกี่ยวกับวัตถุดวงนี้ ประการแรกสุดคึอ การที่พบว่ามันพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงถึง 210,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วเกินกว่าจะเป็นวัตถุในระบบสุริยะ หมายความว่า วัตถุดวงนี้รอนแรมมาไกลจากระบบสุริยะอื่น จึงมีชื่อเรียกตามระบบว่า 3I/ATLAS (อักษร หมายถึง interstellar ซึ่งหมายถึง เป็นวัตถุระหว่างดาว) ต่อมานักดาราศาสตร์ก็พบว่าวัตถุนี้แสดงสมบัติของดาวหาง จึงมั่นใจได้ว่าเป็นดาวหางจริง และยังพบว่ามีอายุมากถึง พันล้านปี ซึ่งเก่าแก่กว่าดวงอาทิตย์เสียอีก นอกจากนี้ยังพบว่าดาวหางดวงนี้มีสมบัติหลายอย่างที่น่าสนใจ ทั้งคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีเป็นปริมาณมาก อัตราคายน้ำสูง และยังมีหางย้อนอีกด้วย 

ดาวหาง ไอ ไปถึงจุดใกล้ดวงอาทิคย์ฺที่สุดในวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมาด้วยระยะทางเพียง 210 ล้านกิโลเมตรจากดวงอาทิตย์ ก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งวัน นักดาราศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้วิเคราะห์สเปกตรัมของดาวหางดวงนี้และพบว่ามีความสว่างสูงขึ้นกว่าเดิมหลายอันดับ แม้การที่ดาวหางมีความสว่างเพิ่มขึ้นในช่วงที่อยู่ที่จุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดเป็นเรื่องปกติ แต่กรณีของดาวหางดวงนี้เป็นการสว่างขึ้นที่มากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งนักดาราศาสตร์ก็ยังอธิบายสาเหตุไม่ได้

นอกจากความสว่างที่ดูจะผิดปกติแล้ว ยังพบว่าดาวหาง ไอจะมีสีเปลี่ยนไปทางสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พบว่าดาวหางดวงนี้มีสีน้ำเงินด้วย สีน้ำเงินนี้อาจเกิดจากแก๊สบางชนิด เช่นคาร์บอนมอนอกไซด์หรือแอมโมเนียที่รั่วไหลออกมาจากดาวหาง 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดาวหาง ไอเปลี่ยนสี ในช่วงแรกที่ถูกค้นพบในเดือนกรกฎาคม ดาวหาง ไอมีสีค่อนไปทางแดง ต่อมาเมื่อถึงเดือนกันยายนกลับมีสีออกไปทางสีเขียว ซึ่งคาดว่าเกิดจากคาร์บอนอะตอมคู่เช่นเดียวกับดาวหางดวงอื่น 

อีกหลายสัปดาห์ถัดจากนี้ ดาวหางจะเคลื่อนไปทางเหนือมากขึ้น ทำให้นักดาราศาสตร์ที่อยู่ทางซีกโลกเหลือสังเกตได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสว่างของดาวหางดวงนี้ยังไม่สว่างพอที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จำเป็นต้องใช้กล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตาขนาดใหญ่พอสมควรจึงจะมองเห็นได้

ดาวหาง ไอจะเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 19 ธันวาคม ด้วยระยะทาง 270 ล้านกิโลเมตร เมื่อถึงวันนั้นนักดาราศาสตร์คงจะสังเกตดาวหางดวงนี้ได้ละเอียดยิ่งขึ้น และได้รู้จักดาวหางต่างด้าวดวงนี้ดียิ่งขึ้น

ดาวหาง ไอ เป็นวัตถุต่างด้าวดวงที่สามที่นักดาราศาสตร์เคยค้นพบ สองดวงที่พบก่อนหน้านี้คือ โอมูอามูอา (1I/'Oumuamua) ซึ่งยังลูกผีลูกคนอยู่ว่าเป็นดาวหางจริงหรือไม่ ดวงที่สองคือ ดาวหางบอริซอฟ (2I/Borisov)