ภารกิจอาร์เทมิส 2 ปิดฉากลงอย่างสวยงาม ยานโอไรอันในชื่ออินทีกริตีนำลูกเรือทั้งสี่กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยเมื่อเช้าวันที่ 11 เมษายน 2569
ท่ามกลางการโห่ร้องยินดีของชาวโลกที่ติดตามภารกิจ คนอีกกลุ่มหนึ่งก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายที่สุดของภารกิจเพิ่งผ่านพ้นไป
ขั้นตอนแห่งความเป็นความตายที่กล่าวถึงนั้นคือ ขั้นการเข้าสู่บรรยากาศกลับสู่โลกของยานโอไรอัน ยานจะต้องเปลี่ยนจากความเร็ว 40,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่เหนือบรรยากาศให้เหลือ 0 ที่ผิวทะเลโดยยานและคนข้างไหนไม่ลุกไหม้เป็นไฟเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง
การชะลอความเร็วของยานโอไรอัน อาศัยสองสิ่งคือ โล่กันความร้อน และร่มชูชีพ เช่นเดียวกับยานอวกาศมีมนุษย์ลำอื่น ๆ แต่ยานโอไรอันมีขนาดใหญ่ โล่กันความร้อนจึงใหญ่ตามด้วย โล่ของโอไรอันมีความกว้างถึง 5 เมตร ซึ่งเป็นโล่เสียดกร่อนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างกันมา ความร้อนที่โล่ต้องแบกรับจึงสูงมาก
ในภารกิจอาร์เทมิส 1 ซึ่งเป็นภารกิจทดสอบ ไม่มีลูกเรือ ยานได้ใช้เทคนิคที่เรียกว่า "แฉลบแล้วมุด" (skip maneuvre) ซึ่งยานพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศลงมาจนถึงระดับความสูงหนึ่ง แล้วพลิกตัวให้ยานกระดอนขึ้นไปจนเกือบหลุดออกนอกบรรยากาศแล้วก็ตกลงมาอีกครั้ง การตกด้วยวิธีนี้เป็นการยืดเวลาในกระบวนการลงจอดและลดความตึงเครียดที่กระทำต่อโล่
วิธีนี้ได้ผล ยานโอไรอันของอาร์เทมิส 1 ลงพื้นได้สำเร็จ แต่ผลการตรวจสอบภายหลังพบว่า โล่ของยานโอไรอันมีการสึกหรอไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และมีรอยทะลุเป็นรูโหว่หลายแห่ง ผลเช่นนี้สร้างความกังวลให้แก่วิศวกรมาก
นาซาตัดสินใจเปลี่ยนวิธีลงจอดเสียใหม่สำหรับอาร์เทมิส 2 โดยปรับมุมเข้าบรรยากาศให้ชันยิ่งขึ้น ไม่ใช้วิธีแฉลบแล้วมุด แต่จะให้วิธีไถลกับบรรยากาศแทน วิธีนี้จะร่นระยะเวลาให้กระบวนการลงจอดและลดช่วงผันแปรของอุณหภูมิลง โดยเชื่อว่าวิธีนี้จะไม่ทำให้โล่เสียหายในแบบที่เกิดกับอาร์เทมิส 1
แม้วิธีใหม่นี้สร้างความกังวลใจให้แก่หลายฝ่าย เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย แต่โอไรอันก็ทำได้สำเร็จ ลูกเรือทุกคนถึงโลกอย่างปลอดภัย
หลังการลงจอดผ่านพ้นไปไม่นาน ลูกเรืออาร์เทมิส 2 ได้มาตรวจสอบโล่กันความร้อนว่ามีสภาพเป็นอย่างไร
"มีส่วนที่หลุดร่อนไปบ้างบริเวณบ่าของโล่ ซึ่งเป็นส่วนที่โล่เชื่อมต่อกับตัวยาน แต่ที่ท้องยานกลับดูดีมาก " รีด ไวส์แมน ผู้บังคับการของภารกิจกล่าว
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบของลูกเรือดังกล่าว เป็นการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตาเท่านั้น ถัดจากนี้ ยานโอไรอันจะถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
ท่ามกลางการโห่ร้องยินดีของชาวโลกที่ติดตามภารกิจ คนอีกกลุ่มหนึ่งก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายที่สุดของภารกิจเพิ่งผ่านพ้นไป
ขั้นตอนแห่งความเป็นความตายที่กล่าวถึงนั้นคือ ขั้นการเข้าสู่บรรยากาศกลับสู่โลกของยานโอไรอัน ยานจะต้องเปลี่ยนจากความเร็ว 40,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่เหนือบรรยากาศให้เหลือ 0 ที่ผิวทะเลโดยยานและคนข้างไหนไม่ลุกไหม้เป็นไฟเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง
การชะลอความเร็วของยานโอไรอัน อาศัยสองสิ่งคือ โล่กันความร้อน และร่มชูชีพ เช่นเดียวกับยานอวกาศมีมนุษย์ลำอื่น ๆ แต่ยานโอไรอันมีขนาดใหญ่ โล่กันความร้อนจึงใหญ่ตามด้วย โล่ของโอไรอันมีความกว้างถึง 5 เมตร ซึ่งเป็นโล่เสียดกร่อนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างกันมา ความร้อนที่โล่ต้องแบกรับจึงสูงมาก
ในภารกิจอาร์เทมิส 1 ซึ่งเป็นภารกิจทดสอบ ไม่มีลูกเรือ ยานได้ใช้เทคนิคที่เรียกว่า "แฉลบแล้วมุด" (skip maneuvre) ซึ่งยานพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศลงมาจนถึงระดับความสูงหนึ่ง แล้วพลิกตัวให้ยานกระดอนขึ้นไปจนเกือบหลุดออกนอกบรรยากาศแล้วก็ตกลงมาอีกครั้ง การตกด้วยวิธีนี้เป็นการยืดเวลาในกระบวนการลงจอดและลดความตึงเครียดที่กระทำต่อโล่
วิธีนี้ได้ผล ยานโอไรอันของอาร์เทมิส 1 ลงพื้นได้สำเร็จ แต่ผลการตรวจสอบภายหลังพบว่า โล่ของยานโอไรอันมีการสึกหรอไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และมีรอยทะลุเป็นรูโหว่หลายแห่ง ผลเช่นนี้สร้างความกังวลให้แก่วิศวกรมาก
นาซาตัดสินใจเปลี่ยนวิธีลงจอดเสียใหม่สำหรับอาร์เทมิส 2 โดยปรับมุมเข้าบรรยากาศให้ชันยิ่งขึ้น ไม่ใช้วิธีแฉลบแล้วมุด แต่จะให้วิธีไถลกับบรรยากาศแทน วิธีนี้จะร่นระยะเวลาให้กระบวนการลงจอดและลดช่วงผันแปรของอุณหภูมิลง โดยเชื่อว่าวิธีนี้จะไม่ทำให้โล่เสียหายในแบบที่เกิดกับอาร์เทมิส 1
แม้วิธีใหม่นี้สร้างความกังวลใจให้แก่หลายฝ่าย เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย แต่โอไรอันก็ทำได้สำเร็จ ลูกเรือทุกคนถึงโลกอย่างปลอดภัย
หลังการลงจอดผ่านพ้นไปไม่นาน ลูกเรืออาร์เทมิส 2 ได้มาตรวจสอบโล่กันความร้อนว่ามีสภาพเป็นอย่างไร
"มีส่วนที่หลุดร่อนไปบ้างบริเวณบ่าของโล่ ซึ่งเป็นส่วนที่โล่เชื่อมต่อกับตัวยาน แต่ที่ท้องยานกลับดูดีมาก " รีด ไวส์แมน ผู้บังคับการของภารกิจกล่าว
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบของลูกเรือดังกล่าว เป็นการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตาเท่านั้น ถัดจากนี้ ยานโอไรอันจะถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป


