สมาคมดาราศาสตร์ไทย

พบดาวเคราะห์แคระดวงใหม่ "แอมโมไนต์" ผู้อาจมาคว่ำทฤษฎีดาวเคราะห์หมายเลขเก้า

พบดาวเคราะห์แคระดวงใหม่ "แอมโมไนต์" ผู้อาจมาคว่ำทฤษฎีดาวเคราะห์หมายเลขเก้า

26 ก.ค. 2568
รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
เมื่อเดือนมีนาคม 2566 นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบวัตถุดวงใหม่ในระบบสุริยะ วัตถุดวงนี้โคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ในระยะไกลกว่าดาวพลูโต มีชื่อว่า 2023 เคคิว 14 (2023 KQ14) 

วัตถุดวงนี้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกโดยกล้องโทรทรรศน์ซุบะรุในฮาวาย ต่อมาเมื่อมีการตรวจสอบเพิ่มเติมจากคลังภาพที่ได้จากหอดูดาวแห่งอื่น ก็พบจุดของวัตถุดวงนี้ก็ปรากฏอยู่ในภาพด้วยโดยสืบย้อนหลังไปได้ไกลถึง 19 ปี ทำให้นักดาราศาสตร์คำนวณวงโคจรของวัตถุดวงนี้ได้อย่างแม่นยำ

แผนภูมิแสดงวงโคจรของ แอมโมไนต์ (2023 KQ14) สีแดง เทียบกับวงโคจรของวัตถุเซดนอยด์ดวงอื่น (สีขาว) (จาก NAOJ)

นักดาราศาสตร์ผู้ค้นพบตั้งชื่อเล่นให้แก่วัตถุดวงนี้ว่า "แอมโมไนต์" ตามชื่อสัตว์ทะเลดึกดำบรรพ์คล้ายหอยชนิดหนึ่งที่สูญพันธุ์ไปนานแล้ว วัตถุดวงนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับทะเลหรือหอย เพียงแต่นักดาราศาสตร์อยากจะตั้งชื่อให้ดูเก่าดึกดำบรรพ์ให้สอดคล้องกับชื่อโครงการที่ดำเนินอยู่ซึ่งมีชื่อว่า ฟอสซิล (FOSSIL--Formation of the Outer Solar System: An Icy Legacy)

ภาพสร้างจากเอไอของดาวแอมโมไนต์ (จาก Ying-Tung Chen (ASIAA))

แอมโมไนต์มีวงโคจรแปลกมาก นอกจากมีวงโคจรกว้างใหญ่กว่าวงโคจรของดาวเนปจูนแล้ว ยังมีวงโคจรรีมากอีกด้วย วงโคจรของแอมโมไนต์มีจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด 66 หน่วยดาราศาสตร์ และมีจุดไกลดวงอาทิตย์ที่สุด 252 หน่วยดาราศาสตร์  จนถึงปัจจุบันมีการพบวัตถุที่มีวงโคจรแบบนี้เพียงสี่ดวงเท่านั้น ดวงแรกคือ เซดนา ซึ่งค้นพบในปี 2547 ดวงที่สองคือ 2012 วีพี 113 (2012 VP113) และดวงที่สามคือ เลลียาคูโฮนูอา เนื่องจากวัตถุกลุ่มนี้มีดาวเซดนาเป็นดวงแรกที่รู้จัก จึงใช้เซดนาเป็นต้นแบบและเรียกชื่อวัตถุประเภทนี้ว่า วัตถุเซดนา หรือ เซดนอยด์

วงโคจรของวัตถุเซดนอยด์ทั้งสี่ วงกลมเส้นประตรงกลางภาพคือวงโคจรของดาวเนปจูน (จาก Ying-Tung Chen (ASIAA))

การประเมินขนาดจากความสว่างปรากฏ คาดว่าแอมโมไนต์มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 220-380 กิโลเมตร ซึ่งใหญ่พอที่จะทำให้มีสัญฐานกลม จึงจัดเป็นวัตถุประเภทดาวเคราะห์แคระด้วย 

การค้นพบวัตถุประเภทที่หายากอย่างวัตถุเซดนาถือว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นพอสมควรแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้แอมโมไนต์น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือ วงโคจรที่รียาวของแอมโมไนต์ ไม่ได้เกาะกลุ่มไปกับสามดวงที่พบก่อนหน้า แต่กลับชี้ไปในทิศตรงข้าม การค้นพบนี้ส่งแรงกระแทกเข้ากับทฤษฎีหนึ่งอย่างจัง นั่นคือ ทฤษฎีดาวเคราะห์หมายเลขเก้า

ดาวเคราะห์หมายเลขเก้า คือดาวเคราะห์ในทฤษฎีที่ยังไม่มีการพบจริง แนวคิดเรื่องดาวเคราะห์ดวงนี้เกิดขึ้นในปี 2559 เมื่อนักดาราศาสตร์คณะหนึ่งได้ศึกษาวงโคจรของวัตถุไคเปอร์จำนวนหนึ่งแล้วพบว่าวงโคจรของวัตถุเหล่านั้นมีการเกาะกลุ่มกันอย่างผิดสังเกต กล่าวคือแกนด้านยาวของวงโคจรชี้ไปในทางเดียวกันหรือใกล้เคียงกันแทนที่จะชี้กระจัดกระจายไปในทิศทางต่าง ๆ อย่างที่ควรจะเป็น จึงมีการตั้งสมมุติฐานว่าอาจเกิดจากความโน้มถ่วงจากวัตถุมวลสูงดวงหนึ่งคอยแต่งวงโคจรให้มีลักษณะดังกล่าว วัตถุดวงนี้คาดว่ามีมวลอยู่ในระดับดาวเนปจูนและโคจรอยู่ที่ระยะไกลกว่าระยะทางระหว่างดวงจันทร์กับดาวเนปจูน 20-30 เท่า วัตถุที่มีมวลระดับนั้นจะต้องจัดอยู่ในระดับดาวเคราะห์อย่างไม่ต้องสงสัย และเมื่อใดที่มีการค้นพบก็จะได้เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่เก้าของระบสุริยะ แม้จะยังไม่มีการพบวัตถุดวงนี้ แต่นักดาราศาสตร์ก็ตั้งชื่อไว้ล่วงหน้าว่า ดาวเคราะห์หมายเลขเก้า (Planet Nine)

แต่ทฤษฎีนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับวัตถุแบบแอมโมไนต์ แอมโมไนต์จะมีวงโคจรแบบนี้ไม่ได้หากมีดาวเคราะห์หมายเลขเก้า และดาวเคราะห์หมายเลขเก้าจะมีไม่ได้หากมีวัตถุที่มีวงโคจรแบบแอมโมไนต์ ทฤษฎีดาวเคราะห์หมายเลขเก้ามีปัญหาเสียแล้ว


ภาพที่ค้นพบแอมโมไนต์ ถ่ายเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566  (จาก NAOJ ASIAA)

เดวิด จีวิตต์ ศาสตราจารย์ด้านดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ณ ลอสแองเจลีส มีความเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยกล่าวว่าแม้จะผ่านมาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการพบหลักฐานเพิ่มเติมที่สนับสนุนทฤษฎีดาวเคราะห์หมายเลขเก้าเลย 

คริสโตเฟอร์ อิมเพย์ ศาสตราจารย์ด้านดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแอริโซนา ก็กล่าวเช่นกันว่า "แอมโมไนต์มีวงโคจรไม่เหมือนวัตถุอีกหกดวงที่เหลือที่อยู่ในการศึกษาเรื่องดาวเคราะห์หมายเลขเก้า ทำให้ทฤษฎีดาวเคราะห์หมายเลขเก้าอ่อนลง" แต่อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีดาวเคราะห์หมายเลขเก้าสำหรับอิมเพย์ก็ยังไม่ถูกปิดตาย โดยเขายังมีความหวังว่า ถ้ามีดาวเคราะห์หมายเลขเก้าจริง กล้องวีรา ซี. รูบิน น่าจะตรวจพบได้ในเวลาอันรวดเร็ว