สมาคมดาราศาสตร์ไทย
สุริยุปราคา 21 มิถุนายน 2563

สุริยุปราคา 21 มิถุนายน 2563

1 มิถุนายน 2563 โดย: วรเชษฐ์ บุญปลอด
ปรับปรุงครั้งล่าสุด 21 มิถุนายน 2563
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2563 เกิดสุริยุปราคาวงแหวน ดวงจันทร์อยู่ห่างโลกจนมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ บังดวงอาทิตย์ไม่มิด มีลักษณะปรากฏคล้ายวงแหวน เราเห็นสุริยุปราคาชนิดนี้ได้เมื่ออยู่ในแนวเส้นทางแคบ ๆ ตามศูนย์กลางเงาดวงจันทร์ที่ลากผ่านผิวโลก สุริยุปราคาครั้งนี้แนวคราสวงแหวนเริ่มต้นที่สาธารณรัฐคองโกในทวีปแอฟริกา ผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซูดานใต้ เอธิโอเปีย เอริเทรีย จากนั้นลงสู่ทะเลแดง ผ่านตะวันออกกลาง เยเมน ซาอุดีอาระเบีย และโอมาน

แนวคราสวงแหวนเคลื่อนผ่านปากอ่าวโอมานซึ่งเชื่อมกับอ่าวเปอร์เซียและมหาสมุทรอินเดีย แล้วเข้าสู่ปากีสถาน อินเดีย จีน และไต้หวัน แล้วไปสิ้นสุดในมหาสมุทรแปซิฟิก นอกชายฝั่งทางทิศใต้ของเกาะกวม จุดกลางคราสของสุริยุปราคาวงแหวนครั้งนี้อยู่ในรัฐอุตตราขัณฑ์ทางตอนเหนือของอินเดีย ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 38 วินาที สำหรับที่จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของแนวคราสเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนานประมาณ 1 นาทีเศษ

สุริยุปราคาครั้งนี้เงามัวของดวงจันทร์สัมผัสผิวโลกระหว่างเวลา 10:46 - 16:34 น. ตามเวลาประเทศไทย ศูนย์กลางเงาที่ทำให้เกิดคราสวงแหวนสัมผัสผิวโลกระหว่างเวลา 11:48 - 15:32 น. บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วน ได้แก่ ส่วนใหญ่ของแอฟริกา ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป เอเชีย ตอนเหนือของมหาสมุทรอินเดีย บางส่วนทางเหนือของออสเตรเลีย ด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก


ขั้นตอนการเกิดสุริยุปราคา 21 มิถุนายน 2563
เหตุการณ์เวลาพิกัด
1. เงามัวเริ่มสัมผัสผิวโลก10:45:59.9ละติจูด 1° 02.1′ S ลองจิจูด 34° 24.7′ E
2. ศูนย์กลางเงาคราสวงแหวนเริ่มสัมผัสผิวโลก11:48:27.4ละติจูด 1° 16.1′ N ลองจิจูด 17° 48.0′ E
3. กึ่งกลางคราส (ขนาดอุปราคา = 0.99401)13:40:05.4ละติจูด 30° 31.2′ N ลองจิจูด 79° 40.0′ E
4. ศูนย์กลางเงาคราสวงแหวนออกจากผิวโลก15:31:41.7ละติจูด 11° 28.2′ N ลองจิจูด 147° 35.3′ E
5. เงามัวออกจากผิวโลก16:34:03.8ละติจูด 9° 10.5′ N ลองจิจูด 130° 58.0′ E


ประเทศไทยสามารถสังเกตสุริยุปราคาในวันนี้ได้โดยเห็นเป็นแบบบางส่วน คือ ดวงอาทิตย์แหว่งเนื่องจากถูกดวงจันทร์บังไปบางส่วน โดยต้องใช้แผ่นกรองแสงสำหรับดูดวงอาทิตย์ หรืออาศัยการฉายแสงอาทิตย์ลงบนฉากรับภาพ เส้นทางคราสวงแหวนอยู่ห่างไปทางทิศเหนือของประเทศไทย ภาคเหนือจึงเห็นดวงอาทิตย์แหว่งลึกมากกว่าภาคอื่น กรุงเทพฯ เกิดสุริยุปราคาบางส่วนระหว่างเวลา 13:11 – 16:10 น. โดยดวงอาทิตย์แหว่งลึกที่สุดเวลา 14:49 น. หากวัดตามแนวเส้นผ่านศูนย์กลางของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์จะบังดวงอาทิตย์ไปครึ่งดวง หรือคิดเป็นพื้นที่ 39.5% ของวงกลมดวงอาทิตย์

ภาพจำลองสุริยุปราคาขณะดวงอาทิตย์ถูกบังลึกที่สุด (เวลาประเทศไทย)

ตารางต่อไปนี้แสดงผลการคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเมื่อสังเกตที่กรุงเทพฯ และอำเภอเมืองของทุกจังหวัด

ขั้นตอนการเกิดสุริยุปราคา 21 มิถุนายน 2563
สถานที่ เริ่ม บังเต็มที่ สิ้นสุด
เวลามุมเงยเวลามุมเงยมุมทิศขนาดพื้นที่เวลามุมเงย
กระบี่13:21 70°14:47 53° 299° 0.321 20.7%15:59 37°
กรุงเทพมหานคร13:11 74°14:49 54° 291° 0.505 39.5%16:10 35°
กาญจนบุรี13:07 76°14:46 55° 291° 0.506 39.6%16:08 36°
กาฬสินธุ์13:16 73°14:54 50° 287° 0.612 51.7%16:16 32°
กำแพงเพชร13:02 79°14:44 56° 288° 0.580 48.0%16:09 37°
ขอนแก่น13:13 74°14:53 51° 287° 0.606 51.0%16:15 33°
จันทบุรี13:19 71°14:54 50° 292° 0.485 37.3%16:12 33°
ฉะเชิงเทรา13:13 74°14:50 53° 291° 0.509 39.9%16:11 34°
ชลบุรี13:13 73°14:50 53° 291° 0.498 38.7%16:10 34°
ชัยนาท13:07 76°14:47 55° 289° 0.546 44.1%16:10 36°
ชัยภูมิ13:12 74°14:51 52° 288° 0.580 48.0%16:14 33°
ชุมพร13:14 72°14:47 54° 296° 0.396 28.0%16:04 36°
เชียงราย12:58 81°14:43 57° 283° 0.687 60.7%16:10 37°
เชียงใหม่12:57 81°14:41 58° 285° 0.647 55.9%16:09 38°
ตรัง13:25 68°14:49 52° 299° 0.311 19.8%16:00 36°
ตราด13:21 70°14:55 50° 292° 0.477 36.5%16:12 32°
ตาก13:00 79°14:43 57° 287° 0.590 49.1%16:09 37°
นครนายก13:12 74°14:50 53° 290° 0.525 41.7%16:11 34°
นครปฐม13:09 75°14:47 54° 291° 0.504 39.4%16:09 36°
นครพนม13:18 71°14:57 49° 286° 0.653 56.5%16:18 30°
นครราชสีมา13:14 73°14:52 52° 289° 0.556 45.2%16:13 33°
นครศรีธรรมราช13:24 69°14:50 52° 297° 0.341 22.6%16:02 35°
นครสวรรค์13:06 77°14:46 55° 289° 0.561 45.8%16:10 36°
นนทบุรี13:11 75°14:49 54° 291° 0.508 39.8%16:10 35°
นราธิวาส13:37 64°14:56 48° 298° 0.298 18.6%16:03 33°
น่าน13:03 79°14:46 55° 284° 0.660 57.5%16:12 36°
บึงกาฬ13:13 74°14:53 51° 285° 0.671 58.7%16:16 32°
บุรีรัมย์13:17 72°14:55 50° 289° 0.565 46.3%16:15 32°
ปทุมธานี13:10 75°14:49 54° 291° 0.514 40.5%16:10 35°
ประจวบคีรีขันธ์13:13 73°14:48 54° 294° 0.441 32.7%16:07 36°
ปราจีนบุรี13:13 74°14:51 52° 290° 0.522 41.4%16:12 34°
ปัตตานี13:33 65°14:55 49° 298° 0.305 19.3%16:03 33°
พระนครศรีอยุธยา13:10 75°14:48 54° 290° 0.524 41.6%16:10 35°
พะเยา12:59 80°14:43 57° 284° 0.666 58.1%16:11 37°
พังงา13:18 71°14:46 54° 299° 0.330 21.6%15:59 37°
พัทลุง13:27 68°14:51 51° 298° 0.317 20.4%16:01 35°
พิจิตร13:05 77°14:47 55° 288° 0.586 48.7%16:11 36°
พิษณุโลก13:04 78°14:46 55° 287° 0.597 50.0%16:11 36°
เพชรบุรี13:10 74°14:48 54° 292° 0.481 36.9%16:08 36°
เพชรบูรณ์13:08 76°14:49 54° 288° 0.591 49.3%16:12 35°
แพร่13:01 79°14:45 56° 285° 0.636 54.6%16:11 36°
ภูเก็ต13:20 70°14:45 54° 299° 0.312 19.8%15:57 38°
มหาสารคาม13:15 73°14:54 50° 288° 0.603 50.6%16:16 32°
มุกดาหาร13:19 71°14:57 49° 287° 0.626 53.4%16:18 30°
แม่ฮ่องสอน12:52 83°14:38 60° 284° 0.655 56.8%16:07 40°
ยโสธร13:19 71°14:56 49° 288° 0.599 50.2%16:17 31°
ยะลา13:35 65°14:55 48° 298° 0.296 18.4%16:02 33°
ร้อยเอ็ด13:17 72°14:55 50° 288° 0.602 50.6%16:16 31°
ระนอง13:14 72°14:45 54° 297° 0.376 26.0%16:02 37°
ระยอง13:16 72°14:52 52° 292° 0.479 36.7%16:11 34°
ราชบุรี13:09 75°14:47 54° 292° 0.493 38.2%16:08 36°
ลพบุรี13:09 75°14:48 54° 290° 0.538 43.2%16:11 35°
ลำปาง12:59 80°14:43 57° 285° 0.636 54.6%16:10 37°
ลำพูน12:57 81°14:41 58° 285° 0.641 55.2%16:09 38°
เลย13:08 76°14:49 53° 286° 0.628 53.6%16:13 34°
ศรีสะเกษ13:21 70°14:57 48° 289° 0.580 48.0%16:17 30°
สกลนคร13:16 72°14:55 50° 286° 0.640 55.0%16:17 31°
สงขลา13:30 66°14:52 50° 298° 0.309 19.6%16:02 34°
สตูล13:30 66°14:51 50° 299° 0.287 17.6%15:59 35°
สมุทรปราการ13:12 74°14:49 53° 291° 0.502 39.2%16:10 35°
สมุทรสงคราม13:10 75°14:47 54° 292° 0.491 38.0%16:09 36°
สมุทรสาคร13:11 75°14:48 54° 291° 0.497 38.7%16:09 35°
สระแก้ว13:16 72°14:53 51° 290° 0.521 41.3%16:13 33°
สระบุรี13:11 75°14:49 53° 290° 0.532 42.6%16:11 35°
สิงห์บุรี13:08 76°14:48 54° 290° 0.539 43.3%16:10 35°
สุโขทัย13:02 79°14:45 56° 287° 0.599 50.2%16:10 37°
สุพรรณบุรี13:08 76°14:47 54° 290° 0.524 41.7%16:10 36°
สุราษฎร์ธานี13:19 71°14:48 53° 297° 0.356 24.1%16:02 36°
สุรินทร์13:19 71°14:56 50° 289° 0.565 46.3%16:16 31°
หนองคาย13:11 75°14:52 52° 286° 0.649 56.1%16:15 33°
หนองบัวลำภู13:11 75°14:51 52° 286° 0.625 53.3%16:14 33°
อ่างทอง13:09 75°14:48 54° 290° 0.530 42.3%16:10 35°
อำนาจเจริญ13:20 70°14:58 48° 288° 0.605 50.9%16:18 30°
อุดรธานี13:12 74°14:52 52° 286° 0.635 54.4%16:15 33°
อุตรดิตถ์13:02 79°14:45 56° 286° 0.620 52.7%16:11 36°
อุทัยธานี13:06 77°14:46 55° 289° 0.551 44.7%16:10 36°
อุบลราชธานี13:22 69°14:59 48° 288° 0.589 49.0%16:18 30°


หมายเหตุ :
- มุมเงย คือ มุมที่วัดจากขอบฟ้า จุดจอมฟ้าหรือจุดเหนือศีรษะมีมุมเงย = 90°
- มุมทิศ คือ มุมที่วัดจากทิศเหนือ กวาดไปทางขวามือ ทิศเหนือ = 0° ทิศตะวันออก = 90° ทิศใต้ = 180° และทิศตะวันตก = 270°
- ขนาด คือ ขนาดความลึกของสุริยุปราคา แสดงสัดส่วนที่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์โดยวัดตามแนวเส้นผ่านศูนย์กลางของดวงอาทิตย์ ยิ่งมีค่ามากแสดงว่าดวงอาทิตย์ยิ่งแหว่งเว้ามาก (0.5 หมายถึงดวงอาทิตย์ถูกบังครึ่งดวง เป็นต้น)
- พื้นที่ คือ พื้นที่วงกลมของดวงอาทิตย์ในส่วนที่ถูกดวงจันทร์บัง


การสังเกตสุริยุปราคา


โดยทั่วไป ไม่ว่าในยามปรกติ ขณะเกิดสุริยุปราคาบางส่วน หรือสุริยุปราคาวงแหวน ห้ามดูดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า เนื่องจากแสงอาทิตย์ที่สว่างเจิดจ้าสามารถทำอันตรายต่อดวงตาของเราได้ แต่บางครั้งเราอาจสังเกตดวงอาทิตย์ได้เป็นเวลาสั้น ๆ ขณะที่ดวงอาทิตย์เพิ่งขึ้นเหนือขอบฟ้าหรือใกล้ตกลับขอบฟ้า ซึ่งเป็นช่วงที่แสงอาทิตย์ต้องเดินทางผ่านบรรยากาศเป็นระยะทางไกลกว่าเมื่ออยู่สูงบนท้องฟ้า

สุริยุปราคาบางส่วน 26 ธันวาคม 2562 (จาก วิมุติ วสะหลาย)

สุริยุปราคาบางส่วนในวันที่ 21 มิถุนายน 2563 ประเทศไทยเกิดสุริยุปราคาขณะดวงอาทิตย์อยู่สูงจากขอบฟ้า มีความสว่างมาก จึงห้ามดูด้วยตาเปล่า และอย่าดูผ่านกล้องที่ไม่มีแผ่นกรองแสงปิดหน้ากล้อง หากมีเมฆเป็นม่านมาบังให้ดูเหมือนจะสังเกตได้ก็ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยง เนื่องจากเมฆมีความหนาไม่คงที่ เมื่อลมพัดเมฆผ่านไป แสงสว่างของดวงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นอันตรายต่อดวงตา

วิธีการสังเกตที่ปลอดภัยคือใช้แผ่นกรองแสง ได้แก่ แว่นสุริยะ หน้ากากหรือแว่นตาที่ช่างเชื่อมโลหะใช้ (ต้องทึบมากพอ ดูแล้วสบายตา - ที่แนะนำคือเบอร์ 14 ขึ้นไป) ฟิล์มเอกซ์เรย์ซ้อนกันหลายชั้น (ใช้ได้เฉพาะส่วนมืดที่ไม่มีภาพเท่านั้น) และอย่าดูต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรดูครั้งละไม่เกิน 1 นาที แล้วหยุดพัก

แว่นสุริยะของสมาคมดาราศาสตร์ไทย

วัสดุกรองแสงที่ไม่ปลอดภัยและควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ กระจกรมควัน (เป็นวิธีหนึ่งที่แนะนำกันในอดีต แต่ในทางปฏิบัติ การรมควันอาจไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดรอยขีดข่วน หรือเสี่ยงต่อการแตก) แว่นกันแดด กระดาษห่อลูกอม แผ่นดิสเก็ตต์ แผ่นซีดี ฟิล์มเอกซ์เรย์ส่วนที่มีภาพ ฟิล์มถ่ายรูป ฯลฯ อย่านำมาใช้ดูดวงอาทิตย์ แม้ว่าวัสดุเหล่านี้จะมีความสามารถในการกรองแสงย่านแสงขาว แต่รังสีอินฟราเรดสามารถทะลุผ่านได้ ไม่ปลอดภัยต่อดวงตา รวมทั้งให้ภาพที่ไม่คมชัด


นอกจากการสังเกตทางตรง ยังมีวิธีสังเกตทางอ้อม คือการให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตาไปตกที่ฉากรับภาพ หากไม่มีกล้องโทรทรรศน์ สามารถสังเกตได้ด้วยหลักการของกล้องรูเข็ม โดยนำกระดาษมาเจาะเป็นรูขนาด 1 เซนติเมตร แล้วเอาไปประกบกับกระจกเงาด้วยเทปกาว จากนั้นนำกระจกที่ปิดให้เหลือช่องขนาดเล็กนี้ไปรับแสงอาทิตย์ ให้แสงสะท้อนไปที่ผนัง ดวงกลมที่ปรากฏบนผนังคือภาพดวงอาทิตย์ มีลักษณะแหว่งเว้าตามสุริยุปราคาที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า


ขนาดของภาพดวงอาทิตย์บนฉากแปรผันตามระยะห่างระหว่างกระจกกับฉากรับภาพ โดยที่ระยะ 1 เมตรจะได้ภาพดวงอาทิตย์ขนาดประมาณ 9 มิลลิเมตร ดังนั้นที่ระยะห่าง 10 เมตร จะได้ภาพดวงอาทิตย์ขนาด 9 เซนติเมตร วิธีนี้ทำให้เราสามารถสังเกตสุริยุปราคาได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นอันตรายต่อดวงตา แต่พึงระวังอย่าให้ใครที่เดินผ่านไปมามีโอกาสหันมามองแสงอาทิตย์ที่สะท้อนออกมาจากกระจก

สถิติการเกิดสุริยุปราคาวงแหวน


สุริยุปราคาวงแหวนมีโอกาสเกิดได้มากกว่าสุริยุปราคาเต็มดวง สถิติสุริยุปราคาในระยะเวลา 5,000 ปี นับตั้งแต่ 2000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึง ค.ศ. 3000 มีสุริยุปราคาเกิดขึ้นทั้งหมด 11,898 ครั้ง เป็นสุริยุปราคาบางส่วน 35.3% สุริยุปราคาวงแหวน 33.2% สุริยุปราคาเต็มดวง 26.7% และแบบผสม (พื้นที่บางส่วนในแนวเส้นทางสุริยุปราคาเห็นเป็นแบบเต็มดวง ที่เหลือเห็นเป็นแบบวงแหวน) 4.8% ส่วนระยะเวลาที่เกิดสุริยุปราคาวงแหวนนานที่สุดคือ 12.4 นาที

สุริยุปราคาวงแหวนเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 (จาก Brocken Inaglory)

สุริยุปราคาวงแหวนอาจไม่น่าสนใจเท่าสุริยุปราคาเต็มดวง เนื่องจากไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า ต้องใช้แผ่นกรองแสงช่วยลดทอนแสงอาทิตย์ ท้องฟ้าไม่มืดสลัวลงอย่างในช่วงที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง แต่ก็มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ อย่างในช่วงที่เริ่มและสิ้นสุดการเป็นวงแหวน ขณะที่ขอบดวงจันทร์แตะขอบดวงอาทิตย์ หลายครั้งเราจะสังเกตได้ว่าพื้นผิวที่ไม่เรียบบนดวงจันทร์ก่อให้เกิดแนวสว่างของขอบดวงอาทิตย์ที่ไม่ต่อเนื่อง ในสุริยุปราคาเต็มดวงรู้จักกันดีในชื่อลูกปัดเบลี โดยมองเห็นจุดสว่างหลายจุดตรงบริเวณแนวรอยต่อระหว่างขอบดวงจันทร์กับขอบดวงอาทิตย์เรียงต่อกันดูคล้ายลูกปัด

สุริยุปราคาวงแหวนในประเทศไทย


ประเทศไทยเห็นสุริยุปราคาวงแหวนครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 โดยแนวคราสวงแหวนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดสุริยุปราคาวงแหวนที่เส้นกลางแนวคราสในประเทศไทยนานประมาณ 3 นาทีครึ่ง ครั้งถัดไปจะเห็นได้ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2574 โดยบริเวณที่เห็นสุริยุปราคาวงแหวนอยู่ทางภาคใต้ตอนล่าง ผ่านตอนล่างสุดของตรัง ส่วนใหญ่ของสตูลและสงขลา ทางใต้ของปัตตานี ยะลา และเกือบทั้งหมดของนราธิวาส เกิดสุริยุปราคาวงแหวนที่เส้นกลางแนวคราสในยะลานานประมาณ 4 นาทีครึ่ง

แนวคราสวงแหวนผ่านประเทศไทยอีกครั้งในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2585 โดยแนวคราสเกือบจะซ้อนทับกับเมื่อปี 2574 แต่เห็นได้เป็นบริเวณกว้างกว่า เริ่มตั้งแต่บริเวณตอนใต้ของสุราษฎร์ธานีลงไป และเกิดหลังจากดวงอาทิตย์ขึ้นไม่นาน ที่เส้นกลางแนวคราสบริเวณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เห็นสุริยุปราคาวงแหวนนานประมาณ 6 นาทีเศษ

แนวสุริยุปราคาวงแหวนที่ผ่านประเทศไทย เราจะเห็นสุริยุปราคาวงแหวนได้เมื่ออยู่ภายในแนวนี้

สุริยุปราคาครั้งถัดไป


หลังจากครั้งนี้ สุริยุปราคาที่เห็นได้ในประเทศไทยครั้งถัดไปเป็นสุริยุปราคาในวันที่ 20 เมษายน 2566 โดยเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน มีเพียงส่วนน้อยของประเทศที่เห็นได้ เช่น ภาคใต้ตอนล่าง บางส่วนของตราด และด้านตะวันออกเฉียงใต้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (กรุงเทพฯ และส่วนใหญ่ของประเทศไม่สามารถเห็นได้) และดวงอาทิตย์แหว่งไม่มาก หลังจากนั้นต้องรออีก 4 ปี คนไทยทั่วประเทศจึงจะมีโอกาสเห็นสุริยุปราคาอีกครั้งในวันที่ 2 สิงหาคม 2570 จากข้อมูลนี้ แสดงว่าสุริยุปราคาในวันที่ 21 มิถุนายน 2563 จะเป็นโอกาสสุดท้ายในรอบหลายปีสำหรับคนในกรุงเทพฯ และคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะหลังจากนั้นต้องรอนานถึง 7 ปี จึงจะมีโอกาสสังเกตสุริยุปราคาได้อีกครั้ง

ดูเพิ่ม


สุริยุปราคาและจันทรุปราคาในปี 2563
เชิญชมสุริยุปราคาบางส่วน เหนือท้องฟ้าเมืองไทย จุดสูงสุดอาคาร คิง เพาเวอร์ มหานคร