สุริยุปราคาและจันทรุปราคาในปี 2566
พ.ศ. 2566 มีสุริยุปราคาและจันทรุปราคาเกิดขึ้นอย่างละ 2 ครั้ง รวมเป็น 4 ครั้ง ประเทศไทยมีโอกาสเห็นจันทรุปราคาทั้งสองครั้ง แต่เป็นจันทรุปราคาเงามัวซึ่งสังเกตได้ยาก และจันทรุปราคาบางส่วน นอกจากนี้ พื้นที่บางส่วนของประเทศไทยสามารถสังเกตสุริยุปราคาได้หนึ่งครั้ง
วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน 2566 เกิดสุริยุปราคาผสม สุริยุปราคาชนิดนี้ พื้นที่ส่วนหนึ่งตามแนวเส้นกลางคราส ดวงจันทร์มีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์เล็กน้อย จึงเป็นสุริยุปราคาวงแหวน อีกส่วนหนึ่งเห็นดวงจันทร์มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าดวงอาทิตย์เล็กน้อย จึงเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง เรียกปรากฏการณ์ที่มีสุริยุปราคาทั้งสองชนิดนี้ในคราวเดียวกันว่าสุริยุปราคาผสม
เงาดวงจันทร์เริ่มสัมผัสผิวโลกตั้งแต่เวลา 08:34 น. ตามเวลาประเทศไทย ศูนย์กลางเงาเริ่มแตะผิวโลก หรือเริ่มเกิดสุริยุปราคาวงแหวนในเวลา 09:37 น. เกิดขึ้นทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย หลังจากนั้นไม่นาน สุริยุปราคาวงแหวนจะเปลี่ยนเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง แนวคราสเต็มดวงพาดผ่านแนวชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียในประเทศออสเตรเลีย บริเวณที่สังเกตสุริยุปราคาเต็มดวงได้ดีอยู่บริเวณเมืองเอกซ์มัทซึ่งตั้งอยู่บนแหลมนอร์ทเวสต์ รวมถึงเกาะบาร์โรว์ที่อยู่ถัดไปทางตะวันออกของแหลมนี้ ผู้ที่อยู่กลางแนวคราสสามารถเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงได้นานประมาณ 1 นาที
เงามืดของดวงจันทร์เคลื่อนผ่านทะเลติมอร์ บางส่วนของติมอร์-เลสเตสามารถเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงได้ จากนั้นเงามืดเข้าสู่ทะเลบันดาของอินโดนีเซีย จุดที่เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงนานที่สุดอยู่ในทะเล เกิดขึ้นเวลา 11:17 น. เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 1 นาที 16 วินาที โดยดวงจันทร์มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ราว 1.3% และเงามืดบนผิวโลกมีความกว้างราว 49 กิโลเมตร
เงามืดของดวงจันทร์พาดผ่านปาปัวตะวันตกของอินโดนีเซีย แล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ตอนปลายของแนวกลางคราส สุริยุปราคาเต็มดวงจะเปลี่ยนไปเป็นสุริยุปราคาวงแหวนอีกครั้ง เวลา 12:57 น. แนวคราสวงแหวนออกจากผิวโลกในตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก ปรากฏการณ์สิ้นสุดลงเมื่อเงามัวของดวงจันทร์ออกจากผิวโลกเวลา 13:59 น.
บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนครอบคลุมบางส่วนของมหาสมุทรอินเดีย บางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก
สำหรับประเทศไทย พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เห็นสุริยุปราคาวันนี้ แต่สามารถสังเกตได้ในบางส่วนทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของศรีสะเกษและอุบลราชธานี ด้านตะวันออกของจังหวัดตราด ตรงบริเวณชายแดนด้านที่ติดกับกัมพูชา หลายจังหวัดในภาคใต้ตอนล่างก็มีโอกาสเห็นสุริยุปราคา ดวงอาทิตย์ที่ปรากฏบนฟ้ามีลักษณะแหว่งเว้าเล็กน้อย อาจสังเกตได้ยากหากใช้เพียงแว่นสุริยะซึ่งเป็นแผ่นกรองแสงสำหรับดูดวงอาทิตย์ เนื่องจากดวงอาทิตย์มีขนาดปรากฏเล็ก
ผลการคำนวณสำหรับอำเภอเมืองของจังหวัดต่าง ๆ แสดงในตาราง (ยกเว้นอุบลราชธานี) เช่น อ.เมืองนราธิวาส เกิดสุริยุปราคาบางส่วนลึกที่สุดเวลา 11:02 น. ดวงอาทิตย์แหว่งเป็นสัดส่วน 0.106 หรือราว 1 ใน 10 ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงอาทิตย์ ขณะเกิดปรากฏการณ์ ดวงอาทิตย์อยู่สูงประมาณ 60°-85°
คืนวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม 2566 เกิดจันทรุปราคาเงามัว บริเวณที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้ ได้แก่ แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย และแอนตาร์กติกา ประเทศไทยสามารถเห็นจันทรุปราคาครั้งนี้ได้ แต่การที่ดวงจันทร์ผ่านเข้าไปในเงามัวเท่านั้นโดยไม่ผ่านเงามืด ทำให้ดวงจันทร์ยังคงเต็มดวงอยู่ตลอดระยะเวลาของปรากฏการณ์ โดยมีความสว่างลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สังเกตได้ยาก ช่วงที่ดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกที่สุด อาจสังเกตได้ว่าขอบด้านทิศเหนือของดวงจันทร์มืดสลัวลงเล็กน้อย
วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2566 เกิดสุริยุปราคาวงแหวน ดวงจันทร์อยู่ห่างโลกจนมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ สุริยุปราคาบางส่วนเริ่มขึ้นเมื่อเงามัวของดวงจันทร์สัมผัสผิวโลกที่บริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกในเวลา 22:04 น. จากนั้นศูนย์กลางเงาเริ่มแตะผิวโลกในเวลา 23:12 น ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดสุริยุปราคาวงแหวน เงาคราสวงแหวนเคลื่อนผ่านทวีปอเมริกาเหนือ โดยผ่านพื้นที่บางส่วนในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกา เช่น ออริกอน แคลิฟอร์เนีย เนวาดา ยูทาห์ โคโลราโด แอริโซนา นิวเม็กซิโก และเทกซัส โดยเคลื่อนจากด้านตะวันตกเฉียงเหนือไปยังตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ
เงาคราสวงแหวนลงสู่อ่าวเม็กซิโก แล้วเข้าสู่อเมริกากลาง ผ่านรัฐทางตะวันออกของเม็กซิโก ได้แก่ ยูกาตัง กัมเปเช และกินตานาโร จากนั้นผ่านบางส่วนของประเทศกัวเตมาลา เบลีซ ฮอนดูรัส นิการากัว คอสตาริกา และปานามา จุดที่เห็นสุริยุปราคาวงแหวนนานที่สุดอยู่ในทะเลแคริบเบียน เกิดสุริยุปราคาวงแหวนด้วยระยะเวลา 5 นาที 17 วินาที เงาคราสวงแหวนบนผิวโลกมีความกว้างราว 187 กิโลเมตร ดวงจันทร์มีเส้นผ่านศูนย์กลางปรากฏราว 95.2% ของดวงอาทิตย์
เงาคราสวงแหวนเคลื่อนต่อไปยังทวีปอเมริกาใต้ ผ่านประเทศโคลอมเบียและบราซิล ลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก สิ้นสุดคราสวงแหวนเมื่อศูนย์กลางเงาเคลื่อนออกจากผิวโลกในเวลา 02:47 น. ของวันที่ 15 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย (ยังเป็นวันที่ 14 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่นที่เกิดคราสวงแหวน) ปรากฏการณ์สิ้นสุดเมื่อเงามัวของดวงจันทร์ออกจากผิวโลกเวลา 03:55 น.
บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วน ได้แก่ ทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง เกือบทั้งหมดของอเมริกาใต้ (ยกเว้นด้านทิศใต้) บางส่วนของกรีนแลนด์ บางส่วนทางด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก บางส่วนของมหาสมุทรแอตแลนติก และบางส่วนทางด้านตะวันตกของทวีปแอฟริกา ประเทศไทยไม่เห็นสุริยุปราคาในวันนี้
หลังเที่ยงคืนของคืนวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม เข้าสู่เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566 จะเกิดจันทรุปราคาบางส่วน ทำให้พื้นผิวด้านทิศใต้ของดวงจันทร์มีลักษณะแหว่งเว้าไปเล็กน้อย บริเวณที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้ ได้แก่ ด้านตะวันออกของอเมริกา ยุโรป แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย มหาสมุทรแอตแลนติก และมหาสมุทรแปซิฟิก ขณะเกิดจันทรุปราคา ดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาวแกะ มองเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่สูงเหนือดวงจันทร์ประมาณ 7° ประเทศไทยสามารถสังเกตจันทรุปราคาครั้งนี้ได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด ขณะบังลึกที่สุด เงามืดของโลกบดบังดวงจันทร์ราว 12 เปอร์เซนต์ เมื่อวัดตามแนวเส้นผ่านศูนย์กลาง
หมายเหตุ: ผลการคำนวณเวลาเกิดจันทรุปราคาขั้นตอนต่าง ๆ ในที่นี้ ใช้วิธีซึ่งคำนึงถึงสัณฐานที่เป็นทรงกลมแป้นของโลก (เส้นผ่านศูนย์กลางในแนวเส้นศูนย์สูตรยาวกว่าในแนวขั้ว) อันส่งผลให้เงามีรูปร่างเป็นวงรีเล็กน้อย โดยอ้างอิงจากผลงานวิจัยที่ได้จากการวัดเวลาของการเกิดจันทรุปราคาหลายครั้งในอดีต เวลาที่คำนวณได้จึงต่างกันเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผลการคำนวณที่ตีพิมพ์ใน Astronomical Almanac ซึ่งใช้วิธีดั้งเดิมโดยกำหนดให้เงาโลกเป็นวงกลม นอกจากนี้ยังมีพารามิเตอร์ที่ต่างกันในการชดเชยผลจากบรรยากาศโลก และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอนของคาบการหมุนของโลก ซึ่งส่งผลต่อการพยากรณ์เวลาของปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ทั้งหมด
สถานีอวกาศนานาชาติผ่านหน้าดวงอาทิตย์ขณะเกิดสุริยุปราคา 21 สิงหาคม 2560 (จาก NASA/Joel Kowsky)
1. สุริยุปราคาผสม 20 เมษายน 2566
วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน 2566 เกิดสุริยุปราคาผสม สุริยุปราคาชนิดนี้ พื้นที่ส่วนหนึ่งตามแนวเส้นกลางคราส ดวงจันทร์มีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์เล็กน้อย จึงเป็นสุริยุปราคาวงแหวน อีกส่วนหนึ่งเห็นดวงจันทร์มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าดวงอาทิตย์เล็กน้อย จึงเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง เรียกปรากฏการณ์ที่มีสุริยุปราคาทั้งสองชนิดนี้ในคราวเดียวกันว่าสุริยุปราคาผสม
เงาดวงจันทร์เริ่มสัมผัสผิวโลกตั้งแต่เวลา 08:34 น. ตามเวลาประเทศไทย ศูนย์กลางเงาเริ่มแตะผิวโลก หรือเริ่มเกิดสุริยุปราคาวงแหวนในเวลา 09:37 น. เกิดขึ้นทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย หลังจากนั้นไม่นาน สุริยุปราคาวงแหวนจะเปลี่ยนเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง แนวคราสเต็มดวงพาดผ่านแนวชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียในประเทศออสเตรเลีย บริเวณที่สังเกตสุริยุปราคาเต็มดวงได้ดีอยู่บริเวณเมืองเอกซ์มัทซึ่งตั้งอยู่บนแหลมนอร์ทเวสต์ รวมถึงเกาะบาร์โรว์ที่อยู่ถัดไปทางตะวันออกของแหลมนี้ ผู้ที่อยู่กลางแนวคราสสามารถเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงได้นานประมาณ 1 นาที
เงามืดของดวงจันทร์เคลื่อนผ่านทะเลติมอร์ บางส่วนของติมอร์-เลสเตสามารถเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงได้ จากนั้นเงามืดเข้าสู่ทะเลบันดาของอินโดนีเซีย จุดที่เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงนานที่สุดอยู่ในทะเล เกิดขึ้นเวลา 11:17 น. เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 1 นาที 16 วินาที โดยดวงจันทร์มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ราว 1.3% และเงามืดบนผิวโลกมีความกว้างราว 49 กิโลเมตร
เงามืดของดวงจันทร์พาดผ่านปาปัวตะวันตกของอินโดนีเซีย แล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ตอนปลายของแนวกลางคราส สุริยุปราคาเต็มดวงจะเปลี่ยนไปเป็นสุริยุปราคาวงแหวนอีกครั้ง เวลา 12:57 น. แนวคราสวงแหวนออกจากผิวโลกในตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก ปรากฏการณ์สิ้นสุดลงเมื่อเงามัวของดวงจันทร์ออกจากผิวโลกเวลา 13:59 น.
บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนครอบคลุมบางส่วนของมหาสมุทรอินเดีย บางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก
| เหตุการณ์ | เวลา | พิกัด |
|---|---|---|
| 1. เงามัวเริ่มสัมผัสผิวโลก | 08:34:24.4 | ละติจูด 40° 17.4′ S ลองจิจูด 75° 59.3′ E |
| 2. ศูนย์กลางเงาคราสวงแหวนเริ่มสัมผัสผิวโลก | 09:37:08.4 | ละติจูด 48° 27.1′ S ลองจิจูด 63° 37.2′ E |
| 3. กึ่งกลางคราส (ขนาดอุปราคา = 0.94350) | 11:16:45.9 | ละติจูด 9° 35.7′ S ลองจิจูด 125° 46.6′ E |
| 4. ศูนย์กลางเงาคราสวงแหวนออกจากผิวโลก | 12:56:37.3 | ละติจูด 2° 55.8′ N ลองจิจูด 178° 48.7′ W |
| 5. เงามัวออกจากผิวโลก | 13:59:21.8 | ละติจูด 11° 16.8′ N ลองจิจูด 167° 13.4′ E |
สำหรับประเทศไทย พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เห็นสุริยุปราคาวันนี้ แต่สามารถสังเกตได้ในบางส่วนทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของศรีสะเกษและอุบลราชธานี ด้านตะวันออกของจังหวัดตราด ตรงบริเวณชายแดนด้านที่ติดกับกัมพูชา หลายจังหวัดในภาคใต้ตอนล่างก็มีโอกาสเห็นสุริยุปราคา ดวงอาทิตย์ที่ปรากฏบนฟ้ามีลักษณะแหว่งเว้าเล็กน้อย อาจสังเกตได้ยากหากใช้เพียงแว่นสุริยะซึ่งเป็นแผ่นกรองแสงสำหรับดูดวงอาทิตย์ เนื่องจากดวงอาทิตย์มีขนาดปรากฏเล็ก
ผลการคำนวณสำหรับอำเภอเมืองของจังหวัดต่าง ๆ แสดงในตาราง (ยกเว้นอุบลราชธานี) เช่น อ.เมืองนราธิวาส เกิดสุริยุปราคาบางส่วนลึกที่สุดเวลา 11:02 น. ดวงอาทิตย์แหว่งเป็นสัดส่วน 0.106 หรือราว 1 ใน 10 ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงอาทิตย์ ขณะเกิดปรากฏการณ์ ดวงอาทิตย์อยู่สูงประมาณ 60°-85°
| จังหวัด | เวลาเริ่ม | บังลึกที่สุด | ขนาดอุปราคา | เวลาสิ้นสุด |
|---|---|---|---|---|
| กระบี่ | 10:53 | 11:00 | 0.003 | 11:07 |
| ตรัง | 10:39 | 11:00 | 0.030 | 11:23 |
| นครศรีธรรมราช | 10:45 | 11:03 | 0.019 | 11:21 |
| นราธิวาส | 10:22 | 11:02 | 0.106 | 11:44 |
| ปัตตานี | 10:26 | 11:02 | 0.083 | 11:39 |
| พัทลุง | 10:36 | 11:02 | 0.039 | 11:27 |
| ยะลา | 10:24 | 11:02 | 0.091 | 11:40 |
| สงขลา | 10:31 | 11:02 | 0.060 | 11:33 |
| สตูล | 10:29 | 10:59 | 0.060 | 11:31 |
| อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี | 11:13 | 11:26 | 0.011 | 11:40 |
2. จันทรุปราคาเงามัว 5-6 พฤษภาคม 2566
คืนวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม 2566 เกิดจันทรุปราคาเงามัว บริเวณที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้ ได้แก่ แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย และแอนตาร์กติกา ประเทศไทยสามารถเห็นจันทรุปราคาครั้งนี้ได้ แต่การที่ดวงจันทร์ผ่านเข้าไปในเงามัวเท่านั้นโดยไม่ผ่านเงามืด ทำให้ดวงจันทร์ยังคงเต็มดวงอยู่ตลอดระยะเวลาของปรากฏการณ์ โดยมีความสว่างลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สังเกตได้ยาก ช่วงที่ดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกที่สุด อาจสังเกตได้ว่าขอบด้านทิศเหนือของดวงจันทร์มืดสลัวลงเล็กน้อย
| เหตุการณ์ | เวลา |
|---|---|
| 1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก | 22:13:41 (ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง) |
| 2. ดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกที่สุด | 00:22:54 (ขนาดอุปราคาเงามัว = 0.9654) |
| 3. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก | 02:31:54 (สิ้นสุดปรากฏการณ์) |
3. สุริยุปราคาวงแหวน 14-15 ตุลาคม 2566
วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2566 เกิดสุริยุปราคาวงแหวน ดวงจันทร์อยู่ห่างโลกจนมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ สุริยุปราคาบางส่วนเริ่มขึ้นเมื่อเงามัวของดวงจันทร์สัมผัสผิวโลกที่บริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกในเวลา 22:04 น. จากนั้นศูนย์กลางเงาเริ่มแตะผิวโลกในเวลา 23:12 น ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดสุริยุปราคาวงแหวน เงาคราสวงแหวนเคลื่อนผ่านทวีปอเมริกาเหนือ โดยผ่านพื้นที่บางส่วนในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกา เช่น ออริกอน แคลิฟอร์เนีย เนวาดา ยูทาห์ โคโลราโด แอริโซนา นิวเม็กซิโก และเทกซัส โดยเคลื่อนจากด้านตะวันตกเฉียงเหนือไปยังตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ
เงาคราสวงแหวนลงสู่อ่าวเม็กซิโก แล้วเข้าสู่อเมริกากลาง ผ่านรัฐทางตะวันออกของเม็กซิโก ได้แก่ ยูกาตัง กัมเปเช และกินตานาโร จากนั้นผ่านบางส่วนของประเทศกัวเตมาลา เบลีซ ฮอนดูรัส นิการากัว คอสตาริกา และปานามา จุดที่เห็นสุริยุปราคาวงแหวนนานที่สุดอยู่ในทะเลแคริบเบียน เกิดสุริยุปราคาวงแหวนด้วยระยะเวลา 5 นาที 17 วินาที เงาคราสวงแหวนบนผิวโลกมีความกว้างราว 187 กิโลเมตร ดวงจันทร์มีเส้นผ่านศูนย์กลางปรากฏราว 95.2% ของดวงอาทิตย์
เงาคราสวงแหวนเคลื่อนต่อไปยังทวีปอเมริกาใต้ ผ่านประเทศโคลอมเบียและบราซิล ลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก สิ้นสุดคราสวงแหวนเมื่อศูนย์กลางเงาเคลื่อนออกจากผิวโลกในเวลา 02:47 น. ของวันที่ 15 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย (ยังเป็นวันที่ 14 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่นที่เกิดคราสวงแหวน) ปรากฏการณ์สิ้นสุดเมื่อเงามัวของดวงจันทร์ออกจากผิวโลกเวลา 03:55 น.
บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วน ได้แก่ ทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง เกือบทั้งหมดของอเมริกาใต้ (ยกเว้นด้านทิศใต้) บางส่วนของกรีนแลนด์ บางส่วนทางด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก บางส่วนของมหาสมุทรแอตแลนติก และบางส่วนทางด้านตะวันตกของทวีปแอฟริกา ประเทศไทยไม่เห็นสุริยุปราคาในวันนี้
| เหตุการณ์ | เวลา | พิกัด |
|---|---|---|
| 1. เงามัวเริ่มสัมผัสผิวโลก | 22:03:48.0 | ละติจูด 41° 19.9′ N ลองจิจูด 132 09.5′ W |
| 2. ศูนย์กลางเงาคราสวงแหวนเริ่มสัมผัสผิวโลก | 23:12:25.3 | ละติจูด 49° 20.8′ N ลองจิจูด 146° 55.1′ W |
| 3. กึ่งกลางคราส (ขนาดอุปราคา = 0.94350) | 00:59:30.4 | ละติจูด 11° 22.1′ N ลองจิจูด 83° 06.4′ W |
| 4. ศูนย์กลางเงาคราสวงแหวนออกจากผิวโลก | 02:46:49.0 | ละติจูด 5° 41.1′ S ลองจิจูด 29° 22.9′ W |
| 5. เงามัวออกจากผิวโลก | 03:55:16.5 | ละติจูด 13° 48.0′ S ลองจิจูด 45° 16.8′ W |
4. จันทรุปราคาบางส่วน 29 ตุลาคม 2566
หลังเที่ยงคืนของคืนวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม เข้าสู่เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566 จะเกิดจันทรุปราคาบางส่วน ทำให้พื้นผิวด้านทิศใต้ของดวงจันทร์มีลักษณะแหว่งเว้าไปเล็กน้อย บริเวณที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้ ได้แก่ ด้านตะวันออกของอเมริกา ยุโรป แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย มหาสมุทรแอตแลนติก และมหาสมุทรแปซิฟิก ขณะเกิดจันทรุปราคา ดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาวแกะ มองเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่สูงเหนือดวงจันทร์ประมาณ 7° ประเทศไทยสามารถสังเกตจันทรุปราคาครั้งนี้ได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด ขณะบังลึกที่สุด เงามืดของโลกบดบังดวงจันทร์ราว 12 เปอร์เซนต์ เมื่อวัดตามแนวเส้นผ่านศูนย์กลาง
| เหตุการณ์ | เวลา |
|---|---|
| 1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก | 01:01:19 (ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง) |
| 2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน | 02:34:43 (ดวงจันทร์เริ่มแหว่ง) |
| 4. ดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกที่สุด | 03:14:07 (ขนาดอุปราคาเงามืด = 0.1238) |
| 6. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน | 03:52:50 (ดวงจันทร์กลับมาเต็มดวง) |
| 7. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก | 05:26:33 (สิ้นสุดปรากฏการณ์) |
หมายเหตุ: ผลการคำนวณเวลาเกิดจันทรุปราคาขั้นตอนต่าง ๆ ในที่นี้ ใช้วิธีซึ่งคำนึงถึงสัณฐานที่เป็นทรงกลมแป้นของโลก (เส้นผ่านศูนย์กลางในแนวเส้นศูนย์สูตรยาวกว่าในแนวขั้ว) อันส่งผลให้เงามีรูปร่างเป็นวงรีเล็กน้อย โดยอ้างอิงจากผลงานวิจัยที่ได้จากการวัดเวลาของการเกิดจันทรุปราคาหลายครั้งในอดีต เวลาที่คำนวณได้จึงต่างกันเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผลการคำนวณที่ตีพิมพ์ใน Astronomical Almanac ซึ่งใช้วิธีดั้งเดิมโดยกำหนดให้เงาโลกเป็นวงกลม นอกจากนี้ยังมีพารามิเตอร์ที่ต่างกันในการชดเชยผลจากบรรยากาศโลก และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอนของคาบการหมุนของโลก ซึ่งส่งผลต่อการพยากรณ์เวลาของปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ทั้งหมด





