ดวงจันทร์บังดาวอังคาร : 10 พฤษภาคม 2551

3 พฤษภาคม 2551 วรเชษฐ์ บุญปลอด

คืนวันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม 2551 หากท้องฟ้าเปิด ไม่มีเมฆมาก เราจะมีโอกาสสังเกตการบังกันระหว่างวัตถุท้องฟ้า เป็นปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวอังคารที่สามารถมองเห็นได้ในประเทศไทย และนับเป็นปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวเคราะห์ที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศสามารถสังเกตการณ์ได้ด้วยตาเปล่าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ดวงจันทร์บังดาวเสาร์เมื่อปี 2545

วันที่ 10 พฤษภาคม ดวงจันทร์อยู่ในช่วงข้างขึ้น สว่างเกือบครึ่งดวง การบังเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณสี่ทุ่ม ขณะนั้นดวงจันทร์อยู่สูงเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกประมาณ 20 องศา หลังจากนั้นอีกเกือบหนึ่งชั่วโมง ดาวอังคารจะโผล่ออกมาที่ขอบด้านสว่างของดวงจันทร์ แต่เป็นเวลาที่ดวงจันทร์และดาวอังคารอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า

แต่ละพื้นที่ของประเทศไทยเห็นปรากฏการณ์ได้ไม่พร้อมกัน รวมทั้งการเคลื่อนที่ของดาวอังคารเบื้องหลังดวงจันทร์ก็แตกต่างกัน (ดูภาพประกอบ) เวลาคาดหมายของบางจังหวัดแสดงในตาราง

ดวงจันทร์บังดาวอังคาร : 10 พฤษภาคม 2551
สถานที่ เริ่มบัง สิ้นสุด
เวลา มุมเงย เวลา มุมเงย
กรุงเทพฯ 21:56.0 น. 23° 22:42.5 น. 12°
ขอนแก่น 21:59.1 น. 21° 22:33.9 น. 13°
เชียงใหม่ 21:54.5 น. 26° 22:30.8 น. 18°
นครราชสีมา 21:57.7 น. 22° 22:38.5 น. 12°
นครศรีธรรมราช 21:57.5 น. 22° 22:52.7 น.
ประจวบคีรีขันธ์ 21:55.8 น. 23° 22:47.0 น. 11°
ภูเก็ต 21:56.9 น. 23° 22:54.1 น. 10°
ระยอง 21:56.9 น. 22° 22:44.3 น. 11°
สงขลา 21:58.6 น. 20° 22:54.3 น.
อุดรธานี 21:59.6 น. 21° 22:31.0 น. 14°
อุบลราชธานี 22:00.9 น. 18° 22:35.3 น. 11°

หมายเหตุ: คำนวณสำหรับอำเภอเมืองของแต่ละจังหวัด (จาก Occult 3.6 โดย D. Herald) จังหวัดอื่น ๆ สามารถคาดคะเนเวลาได้จากจังหวัดใกล้เคียงที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน

ช่วงที่ดวงจันทร์เริ่มบังดาวอังคารคาดว่าสามารถสังเกตการณ์ได้ด้วยตาเปล่า แต่จะชัดเจนมากยิ่งขึ้นเมื่อใช้ทัศนูปกรณ์ช่วย อย่างกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ที่มีฐานยึดและขาตั้งที่มั่นคง

เนื่องจากดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ มันอยู่ใกล้มากพอที่เราจะเห็นเป็นดวงกลมได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายสูง แตกต่างจากดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลมากจนเป็นจุดสว่าง ดังนั้นเมื่อเกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวอังคารขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคม ช่วงที่ดาวอังคารกำลังหายไปที่ขอบด้านมืดของดวงจันทร์ กล้องจะสามารถส่องเห็นดวงจันทร์ใช้เวลาประมาณ 12-13 วินาที นับตั้งแต่จังหวะที่ขอบดวงจันทร์เริ่มแตะขอบดาวอังคาร จนกระทั่งดวงจันทร์ค่อย ๆ บังดาวอังคารจนมิดหมดทั้งดวง ส่วนการสังเกตด้วยตาเปล่าหรือกล้องสองตาน่าจะพบว่าดาวอังคารหรี่แสงลงแล้วหายลับไปเบื้องหลังด้านมืดของดวงจันทร์

ช่วงสิ้นสุดปรากฏการณ์เมื่อดาวอังคารโผล่ออกมาจากด้านสว่างของดวงจันทร์ ตาเปล่าจะสังเกตได้ไม่ชัดเจนเนื่องจากพื้นผิวด้านสว่างของดวงจันทร์ที่สะท้อนแสงอาทิตย์ทำให้ดวงจันทร์สว่างจนแทบจะกลบแสงของดาวอังคารไปเสียหมด อุปสรรคอีกประการหนึ่งก็คือดวงจันทร์กับดาวอังคารจะเคลื่อนลงต่ำเข้าใกล้ขอบฟ้ามาก

นอกจากประเทศไทยแล้ว บางประเทศในเอเชียก็มีโอกาสสังเกตปรากฏการณ์ในวันนี้ได้ด้วยเช่นกัน อาทิ ปากีสถาน อินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ เนปาล พม่า กัมพูชา ดินแดนทิเบต เกาะน้อยใหญ่ทางตอนเหนือของมหาสมุทรอินเดีย พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศลาวและเวียดนาม รวมไปถึงตะวันตกของมาเลเซียและอินโดนีเซีย

สำหรับประเทศไทย ดวงจันทร์บังดาวอังคารครั้งต่อไปจะเกิดในวันที่ 17 เมษายน 2564 ซึ่งเห็นได้ทั่วประเทศอีกเช่นเดียวกัน แต่ก่อนหน้านั้นเราจะมีโอกาสเห็นดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดีได้ในเช้ามืดวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 (อยู่ใกล้ขอบฟ้ามากจนอาจสังเกตได้ยาก) และดวงจันทร์บังดาวศุกร์ในค่ำวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2553

ดวงจันทร์บังดาวอังคาร พ.ศ. 2501-2600
วันที่ ภูมิภาคที่มองเห็น
16 สิงหาคม 2529 ทั่วประเทศ
10 พฤษภาคม 2551 ทั่วประเทศ
17 เมษายน 2564 ทั่วประเทศ
21 มีนาคม 2583 เกือบทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ตอนล่าง

หมายเหตุ: เลือกเฉพาะที่เห็นในพื้นที่ประเทศไทยและเกิดขึ้นในเวลากลางคืน

ดูเพิ่ม