สมาคมดาราศาสตร์ไทย

3I/ATLAS ดาวหางหรือยานเอเลียน?

3I/ATLAS ดาวหางหรือยานเอเลียน?

โดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com) 17 พฤศจิกายน 2568
ปรับปรุงครั้งล่าสุด 2 มกราคม 2569
ที่เคยกล่าวว่า ปี 2568 นี้เป็นปีแห่งดาวหางนั้นคงไม่ผิดแน่แท้แล้ว เพราะปีนี้มีดาวหางให้เป็นข่าวไม่ต่ำกว่าสี่ดวง และหนึ่งในนั้นก็เกือบมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือในบางพื้นที่ก็มองเห็นด้วยตาเปล่าจริง ๆ นั่นคือดาวหางเลมมอน

ดาวหางเลมมอนผ่านไปแล้ว แต่กระแสดาวหางยังไม่ซา ดาวหางดวงใหม่ได้เข้ามาอยู่ในหน้าข่าวแทน และดูจะโด่งดังยิ่งกว่าดาวหางเลมมอนเสียอีก ดาวหางดวงนี้คือ ดาวหาง ไอ/แอตลัส (3I/ATLAS)  ซึ่งต่อไปจะเรียกสั้น ๆ ว่า ไอ

ดาวหางดวงนี้ครองพื้นที่หน้าข่าวได้มากกว่าดาวหางดวงอื่น แต่ข่าวส่วนใหญ่กลับมุ่งไปยังประเด็นที่ออกจะแปลกสักหน่อย ข่าวไม่ได้เน้นว่าจะเข้าใกล้โลกวันไหน วงโคจรเป็นอย่างไร ใกล้ดวงอาทิตย์วันไหน มองเห็นด้วยตาเปล่าหรือไม่ แต่กลับไปพูดว่า วัตถุดวงนี้อาจเป็นสิ่งอื่นที่พิลึกยิ่งกว่าดาวหาง

3I/ATLAS


ดาวหาง ไอ/แอตลัส (3I/ATLAS) ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (จาก NASA/ESA)

ภาพถ่ายต่อเนื่องที่เป็นที่มาของการค้นพบ ไอ/แอตลัส ภาพในช่วงแรกนี้ยังไม่แสดงลักษณะของดาวหาง (จาก ATLAS/University of Hawaii/NASA)

ดาวหาง ไอถูกค้นพบเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมปี 2568 โดยโครงการค้นหาวัตถุแปลกปลอมที่มีชื่อว่า แอตลัส (ATLAS -- Asteroid Terrestrial-impact Last Alert System)  ขณะที่ค้นพบ วัตถุดวงนี้ยังอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มาก นักดาราศาสตร์จึงไม่แน่ใจว่าเป็นวัตถุชนิดใด แม้จะมีเหตุให้สันนิษฐานได้ว่าเป็นดาวหาง แต่ ณ ขณะนั้นสมบัติความเป็นดาวหาง เช่น การทอดหาง หรือความฟุ้งของโคม่ายังไม่แสดงออกมา จึงยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นดาวหางจริง

ก่อนที่จะยืนยันได้ว่าเป็นดาวหางจริงหรือไม่ นักดาราศาสตร์พบสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือ ความเร็วที่ไม่ธรรมดาของวัตถุดวงนี้ ไอ พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสัมพัทธ์เทียบกับดวงอาทิตย์ถึง 58  กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งเร็วเกินกว่าที่จะเป็นบริวารของดวงอาทิตย์ นั่นแสดงว่าวัตถุดวงนี้เป็นวัตถุจากนอกระบบสุริยะที่ผ่านเข้ามา การที่เคลื่อนที่เร็วมากและแนววิถีไม่เฉียดใกล้ดวงอาทิตย์ แนววิถีของ ไอ จึงแทบเป็นเส้นตรง ไม่โค้งโอบดวงอาทิตย์อย่างวัตถุดวงอื่นที่คุ้นเคย มีเพียงการเบี่ยงเบนเล็กน้อยที่จุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดเท่านั้น นั่นคือมีแนววิถีเป็นรูปเส้นโค้งไฮเพอร์โบลาที่กว้างมาก

ชื่อตามระบบของวัตถุดวงนี้มีชื่อว่า 3I/ATLAS ตัว หมายถึง Interstellar แปลว่า วัตถุระหว่างดาว หมายความว่ามันรอนแรมมาท่ามกลางดวงดาวจนเข้ามายังชายคาบ้านของเราให้เราตรวจจับได้

ต่อมาไม่นาน เมื่อ ไอมุ่งหน้าเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อย ๆ ภาพจากกล้องโทรทรรศน์ทั่วโลกก็ตรวจพบการคายแก๊สและเริ่มมีความฟุ้งรอบ ๆ เป็นการยืนยันว่า ไอ เป็นดาวหางจริง

การที่พบว่าเป็นดาวหางจากต่างระบบสุริยะ ทำให้วัตถุดวงนี้เป็นวัตถุที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ปกติวัตถุจำพวกดาวหางมีความน่าสนใจอยู่ในตัวอยู่แล้ว เพราะดาวหางมีต้นกำเนิดมาจากบริเวณรอบนอกของระบบสุริยะ ซึ่งมีความหนาวเย็นและมีความ "ดิบ" ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักนับจากการกำเนิดระบบสุริยะ ดาวหางจึงเปรียบเสมือนจารึกดึกดำบรรพ์ที่ยังรักษาสภาพเมื่อครั้งระบบสุริยะกำเนิดขึ้น การศึกษาดาวหางจึงช่วยให้นักดาราศาสตร์รู้จักสภาพดั้งเดิมของระบบสุริยะและทำให้เข้าใจกระบวนการกำเนิดระบบสุริยะได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อทราบว่าดาวหางดวงใดหลุดมาจากระบบสุริยะอื่น ก็ยิ่งน่าสนใจยิ่งขึ้น เพราะจะได้มีโอกาสศึกษาสภาพแวดล้อมและการกำเนิดระบบสุริยะอื่นได้ด้วย นอกจากนี้วัตถุระหว่างดาวแบบนี้มีน้อยมาก นักดาราศาสตร์เคยพบมาเพียงสามดวงเท่านั้น สองดวงแรกคือ โอมูอามูอา (1I/'Oumuamua) กับ ดาวหางบอริซอฟ (2I/Borisov) 

วัตถุระหว่างดาวสองดวงแรกที่ค้นพบ ดวงแรก (ซ้าย) คือ โอมูอามูอา (1I/'Omuamua) (เป็นภาพวาดตามจินตนาการ ไม่ใช่ภาพจริง ดวงที่สอง (ขวา) คือ ดาวหางบอริซอฟ (2I/Borisov)  

ยานเอเลียน


ดังที่เกริ่นไว้ตอนต้น ว่าเหตุหนึ่งที่ดาวหางดวงนี้เป็นที่จับตาเป็นพิเศษ นอกจากการเป็นวัตถุที่มาจากระบบสุริยะอื่นแล้ว มีบางกระแสกล่าวว่า มันไม่ใช่ดาวหาง แต่เป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว! 

การอ้างนี้ไม่ใช่แค่คำพูดลอย ๆ ยังมีหลักฐานเป็นภาพประกอบที่ดูเหมือนกับถ่ายผ่านกล้องโทรทรรศน์ เป็นภาพที่พร่ามัวของสิ่งที่ดูเหมือนยานอวกาศ จานบิน หรือกึ่งยานอวกาศกึ่งดาวหาง บางกระแสอ้างชื่ออีลอน มัสก์ โดยกล่าวว่ามัสก์ก็ยืนยันว่าเป็นยูเอฟโอด้วย ลองค้นหาด้วยคำว่า 3I/ATLAS ในอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะในติ๊กต็อกจะพบเนื้อหาแบบนี้เต็มไปหมด 

ในเวลาต่อมา ภาพถ่ายของ ไอที่ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์ต่าง ๆ นับวันก็ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเป็นดาวหาง แต่ก็ไม่อาจทำให้กระแสความเชื่อว่า ไอเป็นยานอวกาศจากต่างดาวลดลงเลย ซ้ำเมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลหรือพยายามจะอธิบายให้ความรู้จากหน่วยงานทางดาราศาสตร์ว่าแท้จริงวัตถุดวงนี้ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าดาวหาง ก็ดูเหมือนจะทำได้เพียงโหมความโกรธเคืองของกลุ่มคนเชื่อเรื่องยูเอฟโอเท่านั้น 

สาเหตุของความเชื่อ


ต้นตอของความเชื่อนี้ อาจเริ่มจากนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดคนหนึ่ง ชื่อ อาวี โลบ ที่ได้ให้ข่าวในช่วงแรกที่ ไอยังไม่แสดงอาการของดาวหางว่า วัตถุดวงนี้อาจเป็นยานอวกาศจากมนุษย์ต่างดาวก็ได้ เรื่องมนุษย์ต่างดาวเป็นเรื่องที่น่าหลงใหลอยู่แล้ว ยิ่งถ้าหลุดมาจากปากนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้เรื่องน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก คงเป็นคำพูดของโลบนี้เองที่ทำให้เกิดการตอบรับครั้งมโหฬารในหมู่คนชื่นชอบเรื่องมนุษย์ต่างดาว ในอินเทอร์เน็ตมีการแชร์ภาพกราฟิกหรือภาพที่สร้างจากเอไอที่แสดงภาพของยานอวกาศ หรือกึ่งยานอวกาศกึ่งดาวหาง แล้วบอกว่าเป็นภาพของ ไอ กันกลาดเกลื่อน

อาวี โลบ เป็นนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชื่อดัง มีผลงานวิจัยมากมายทั้งด้านฟิสิกส์อนุภาค เอกภพวิทยา หลุมดำ เลนส์จุลภาค การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก เป็นต้น แต่ในขณะเดียวกัน โลบก็เป็นคนที่หมกมุ่นเรื่องมนุษย์ต่างดาวมาก เมื่อใดที่เขาออกมาพูดหรือเขียนเรื่องมนุษย์ต่างดาว ก็มักจะหลุดกรอบจนกลายเป็นเพียงทฤษฎีสมคบคิดที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ คำอธิบายของเขาเต็มไปด้วยตัวเลขที่ยกมาลอย ๆ และการโยงเหตุโยงผลแบบไม่สมเหตุสมผล นักวิทยาศาสตร์บางคนวิจารณ์ว่าทฤษฎีเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวของโลบไร้สาระพอ ๆ กับทฤษฎีที่บอกว่าดวงจันทร์ทำมาจากชีส

อาวี โลบ 

ไอ ไม่ใช่วัตถุดวงแรกที่โลบตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็นยานของมนุษย์ต่างดาว เมื่อครั้งที่โอมูอามูอามาเยือนระบบสุริยะในปี 2560 โลบก็ได้ให้ความเห็นว่าโอมูอามูอาอาจเป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวเหมือนกัน  นอกจากนี้ ดาวตกอีกดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า ซีนีโอส์ 2014-01-08 (CNEOS 2014-01-08) ซึ่งการคำนวณความเร็วของดาวตกก็แสดงว่าเป็นวัตถุระหว่างดาวเหมือนกัน วัตถุดวงนี้ก็หนีไม่พ้นถูกโลบตั้งทฤษฎีว่าดาวตกนั้นไม่ได้มาจากสะเก็ดดาวธรรมดา แต่เป็นยานอวกาศจากต่างดาวอีกดวงหนึ่ง 

นอกจากนี้ โลบมักชิงตีพิมพ์ผลงานของตนเองโดยไม่ผ่านกระบวนการพิชญพิจารณ์ การกระทำนี้เป็นการลดคุณค่าทางวิชาการของตนเองอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่วงการดาราศาสตร์จะไม่ให้ความสนใจกับทฤษฎียานอวกาศของโลบนัก คงมีแต่เพียงกลุ่มคนชอบเรื่องยูเอฟโอและสำนักข่าวแทบลอยด์เท่านั้นที่ตอบรับด้วยความยินดี

นักดาราศาสตร์ (ยกเว้นโลบ) ยืนยันได้ว่า ไอ เป็นดาวหาง ไม่ใช่ยานอวกาศ ไม่ใช่เป็นเพราะโลบเป็นคนไม่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่เป็นเพราะนักดาราศาสตร์ส่วนใหญ่ไม่เชื่อเขา สองข้อนี้คือผล ไม่ใช่เหตุ เหตุคือเพราะหลักฐานที่ปรากฏล้วนแสดงชัดว่าเป็นดาวหาง และไม่มีสิ่งใดที่บอกว่าเป็นยานอวกาศ ดาวหาง ไอมีสมบัติบางข้อแปลกไปจากดาวหางทั่วไปจริง เช่น มีสัดส่วนเหล็กต่อนิกเกิลต่างจากดาวหางทั่วไป มีปริมาณน้ำ (H2O) น้อยกว่าดาวหางทั่วไป แต่ความแปลกเหล่านี้ก็ไม่ได้ลดความน่าจะเป็นดาวหาง และไม่ได้เพิ่มความน่าจะเป็นยานอวกาศจากต่างดาวเลยแม้แต่น้อย 


อีกเหตุผลหนึ่งที่อาจมีสวนทำให้มีคนตีความว่าเป็นยานมนุษย์ต่างดาว เพราะในแหล่งข่าวด้านดาราศาสตร์หลายแห่งก็มีการใช้คำว่า alien กับดาวหางดวงนี้ เช่น เรียกว่า alien comet หรือ alien object ซึ่งอาจทำให้บางคนแปลความไปได้ว่า ดาวหางหรือวัตถุของมนุษย์ต่างดาว 

คำว่า alien แปลว่า ต่างถิ่น, ต่างด้าว, ต่างประเทศ หรืออาจรวมถึงต่างดาวด้วย ในชีวิตประจำวันเราก็มีโอกาสพบเห็นคำว่า alien ในหลายบริบท เช่น alien species ก็แปลว่าชนิดพันธุ์ต่างถิ่น อย่างกระถินยักษ์ก็เป็นเอเลียน อีกัวนาก็เป็นเอเลียน ปลาหมอคางดำก็เป็นเอเลียน ที่เรียกว่าเอเลียนเพราะมันไม่ใช่ชนิดพันธุ์ท้องถิ่นของไทย ไม่ได้เรียกเอเลียนเพราะเป็นเผ่าพันธุ์ต่างดาว, alien's passport ก็คือหนังสือเดินทางของคนต่างด้าว ไม่ใช่หนังสือเดินทางของมนุษย์ต่างดาว การที่เรียก ไอ ว่าเป็น alien object หรือ alien comet ก็หมายความว่าเป็นวัตถุต่างด้าว มาจากต่างระบบสุริยะ เป็นบริวารของดาวฤกษ์ดวงอื่นมาก่อน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมนุษย์ต่างดาว  แต่คนส่วนใหญ่พอได้ยินคำว่าเอเลียนก็นึกไปถึงมนุษย์ต่างดาวก่อนเลย พอไปพบเห็นว่ามีการเรียก ไอว่าเป็น alien object ก็ทึกทักไปว่าหมายถึงวัตถุของมนุษย์ต่างดาว 

ปลาหมอคางดำ เป็นปลาเอเลียน แต่ไม่ได้มาจากต่างดาว  (จาก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร)


ดังนั้นจะเรียก ไอ ว่า alien object หรือ alien comet ก็ถูก เพราะมาจากต่างระบบสุริยะ แต่จะเรียกว่าเป็น alien spaceship ไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ยานอวกาศ

เรื่องนี้ไม่ตลก


ผู้เขียนไม่ทราบหรอกว่า คนที่เชื่อว่า ไอเป็นยานมนุษย์ต่างดาวจริงมีมากน้อยแค่ไหน แล้วก็ไม่ทราบว่าในจำนวนคนที่โพสต์หรือแสดงความเห็นในโซเชียลมีเดียที่สนับสนุนว่าเป็นยานมนุษย์ต่างดาวมีกี่คนกันที่เชื่อเช่นนั้นจริง ๆ อาจมีส่วนหนึ่งที่เชื่ออย่างสนิทใจ และอีกส่วนหนึ่งแค่โพสต์เล่นสนุก ๆ โดยที่ตนก็ไม่เชื่อเช่นนั้น มีเหตุผลมากมายที่บางคนจะโพสต์หรือแสดงความเห็นโดยที่ตนก็ไม่ได้เชื่อตามที่เขียน  เช่น เพื่อเอายอดไลก์ ยอดวิว เพิ่มการมีส่วนร่วมกับสมาชิก หรือเพื่อความสนุกสนานตลกขบขันเท่านั้นเอง

จะว่าไป เวลาอ่านเรื่องที่หลุดโลกอย่างเรื่องยานอวกาศ ไอ ถ้าไม่คิดอะไรมากมันก็ตลกดี อารมณ์เดียวกับดูร่างทรงหรือผู้วิเศษมาออกรายการโทรทัศน์ แต่ถ้าคิดเยอะสักนิด บางทีก็ขำไม่ออก

ขอเล่าเหตุการณ์หนึ่งให้ฟัง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน หลายคนอาจลืมไปแล้วหรืออาจเกิดไม่ทัน ในปี 2538 นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวหางดวงใหม่ดวงหนึ่ง มีชื่อว่า C/1995 O2 มีชื่อสามัญที่ทุกคนคุ้นเคยว่า ดาวหางเฮล-บอปป์ ในช่วงนั้นวงการดาราศาสตร์ต่างตื่นเต้นเพราะนักดาราศาสตร์พบว่าดาวหางดวงนี้มีขนาดใหญ่มาก จึงเชื่อได้ว่าจะเป็นดาวหางที่สว่างมากอย่างแน่นอน แล้วเฮล-บอปป์ก็ไม่ทำให้ชาวโลกผิดหวัง ดาวหางดวงนี้ได้ทวีความสว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมองเห็นได้สบาย ๆ ด้วยตาเปล่าแม้แต่ในเมืองที่มีแสงรบกวนมากมายอย่างกรุงเทพฯ ดาวหางเฮล-บอปป์นับเป็นดาวหางที่สว่างไสวที่สุดดวงหนึ่งที่คนในยุคปัจจุบันเคยเห็น 

ในช่วงเวลาที่ดาวหางเฮล-บอปป์กำลังเข้าใกล้โลกมากขึ้น ขณะที่คนส่วนใหญ่กำลังตื่นเต้นที่จะได้ดูดาวหางสว่าง ลัทธิหนึ่งในสหรัฐอเมริกาชื่อ ประตูสวรรค์ (Heaven's Gate) เชื่อว่ามียานอวกาศแอบมากับดาวหางดวงนี้ ยานลำนี้จะเป็นพาหนะที่จะนำพาเหล่าสาวกไปสู่ "แดนสวรรค์" ซึ่งเป็นเป้าหมายของลัทธินี้ ดังนั้นการจะให้จิตวิญญาณของเหล่าสมาชิกจะได้เดินทางไปจุดหมายด้วยกัน  ก็ต้อง "สละสังขาร" เพื่อเดินทาง

การสละสังขารที่เขากล่าวถึงคือการปลิดชีพตัวเอง มีสมาชิก 39 คนรวมถึงหนึ่งในเจ้าลัทธิก็ตายไปในเหตุการณ์นี้ด้วย 

ดาวหางเฮล-บอปป์ ก็เคยถูกนำไปโยงกับยานอวกาศจากต่างดาวมาแล้ว  


ตอนได้ยินว่ามีคนพูดว่ามียานอวกาศเกาะดาวหางเฮล-บอปป์มา มันก็น่าหัวเราะดีใช่ไหม แต่พอมีคนตายจากความเชื่อนี้ด้วยมันก็ขำไม่ออกใช่ไหม

กรณีของเฮล-บอปป์กับ ไอ มีอะไรหลายอย่างคล้ายกัน คือมีวัตถุทางดาราศาสตร์ซึ่งมีอยู่จริง แล้วรวมกับเรื่องแต่งเกี่ยวกับยานอวกาศจากต่างดาว ต่างเพียงตอนนี้ยังไม่มีคนตายในกรณีของ ไอ และหวังว่าจะไม่เลยเถิดไปถึงขั้นนั้น 

ส่งท้าย


การเชื่อเรื่องสิ่งมีชีวิตในดาวดวงอื่นไม่ใช่เรื่องเหลวไหล ในวิชาดาราศาสตร์มีการศึกษาด้านสิ่งมีชีวิตในดาวดวงอื่นกันอย่างกว้างขวาง มีโครงการทางวิทยาศาสตร์หลายโครงการที่ดำเนินการค้นหาหรือพยายามสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตในดาวดวงอื่นอยู่ การค้นพบดาวเคราะห์ต่างระบบจำนวนมากที่เป็นข่าวกันบ่อย ๆ ก็เป็นผลพวงจากการพยายามมองหาดาวเคราะห์บริวารดาวฤกษ์ดวงอื่นเพื่อดูว่าจะมีดาวเคราะห์ดวงใดบ้างที่จะมีสภาพแวดล้อมที่พอจะมีสิ่งมีชีวิตได้ ดาราศาสตร์แขนงนี้เรียกว่า ชีววิทยานอกโลก (exobiology) ที่นักดาราศาสตร์เขาศึกษากันจริงจังเช่นนี้ ก็เพราะเขาเชื่อว่าเป็นไปได้ที่จะมีอยู่จริง และยังพยายามพัฒนาเทคโนโลยีที่จะใช้เดินทางไปสำรวจอารยธรรมต่างแดนอีกด้วย

การตั้งสมมุติฐานว่าวัตถุที่เดินทางมาจากนอกระบบสุริยะของเราอาจเป็นสิ่งประดิษฐ์ของอารยธรรมต่างดาวไม่ใช่เรื่องผิดจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด แต่เมื่อหลักฐานกระจ่างชัดว่าวัตถุดวงนั้นเป็นดาวหาง ก็ควรจะยอมรับในข้อเท็จจริง การดึงดันที่จะยืนยันในสมมุติฐานดั้งเดิมว่าถูกต้องโดยการบิดเบือนข้อมูลหรือสร้างเหตุผลวิบัติเป็นเรื่องต่ำช้าที่ผู้ที่ฝักใฝ่วิทยาศาสตร์ไม่ควรทำอย่างยิ่ง 

เช่นเดียวกับการแชร์ข่าวเท็จ ข่าวลวง โดยเจตนา โดยหวังเพียงความสนุกสนานหรือแค่ยอดผู้ชม ก็ควรละอายเช่นกัน