สมาคมดาราศาสตร์ไทย
อีลอน มัสก์ กลับลำ หยุดพุ่งเป้าไปดาวอังคาร หันมาทุ่มเทให้ดวงจันทร์

อีลอน มัสก์ กลับลำ หยุดพุ่งเป้าไปดาวอังคาร หันมาทุ่มเทให้ดวงจันทร์

12 ก.พ. 2569
รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ ผู้ก่อนตั้งสเปซเอกซ์ ได้ประกาศว่า สเปซเอกซ์จะไม่ได้มุ่งความสนใจไปที่ดาวอังคารแล้ว และจะหันมาจริงจังกับการสร้างถิ่นฐานบนดวงจันทร์แทน

มัสก์ก่อตั้งสเปซเอกซ์ในปี 2545 โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือต้องการให้ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ดวงที่สองของมนุษยชาติ มัสก์เคยแสดงวิสัยทัศน์ในปี 2555 ถึงการสร้างนิคมที่พึ่งพาตนเองได้บนดาวอังคารที่มีประชากรมากถึง 80,000 คน และเริ่มเผยแพร่แผนการสร้างจรวดขนาดใหญ่สำหรับคนส่งผู้คนระหว่างโลกกับดาวอังคาร

จรวดนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ มาร์สคอโลเนียลทรานสพอร์เตอร์ (Mars Colonial Transporter (MCT)) ซึ่งมีชื่อเล่นกว่า บิกฟัลคอน ต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเป็น อินเทอร์พลาเนตารีทรานสปอร์ตซิสเท็ม (Interplanetary Transport System (ITS)) และเปลี่ยนชื่ออีกครั้งมาเป็น สตาร์ชิป/ซูเปอร์เฮฟวี ดังที่รู้จักกันในปัจจุบัน

จรวดสตาร์ชิป/ซูเปอร์เฮฟวีมีสองส่วน ส่วนล่างเป็นจรวดขับดันอย่างเดียว เรียกว่า ซูเปอร์เฮฟวี ส่วนบนคือส่วนที่เป็นยานอวกาศ เรียกว่า สตาร์ชิป อาจมีห้องผู้โดยสาร และห้องเก็บสัมภาระ และมีระบบขับดันด้วย จรวดระบบนี้จะต้องมีการเติมเชื้อเพลิงในวงโคจรเพื่อเดินทางไปยังดาวอังคาร สเปซเอกซ์คาดว่าจะส่งจรวดสตาร์ชิปขึ้นฟ้าได้ราวปีละ 1,000 เที่ยวบิน แต่ละเที่ยวบินบรรทุกผู้โดยสารได้ 100 คน หรือใช้ขนส่งสัมภาระอื่นได้ราว 100 ตัน

ยานบิ๊กฟัลคอนกับภารกิจการก่อสร้างนิคมบนดวงจันทร์
ยานบิ๊กฟัลคอนกับภารกิจการก่อสร้างนิคมบนดวงจันทร์ (ภาพในจินตนาการของศิลปินตามวิสัยทัศน์สมัยปี 2558) (จาก SpaceX)

ที่ผ่านมา สเปซเอกซ์ไม่ได้มองว่าดวงจันทร์เป็นเป้าหมายหลัก แม้จะได้งานสำคัญในโครงการอาร์เทมิสในการสร้างยานลงดวงจันทร์ และยังมีแผนจะทำธุรกิจท่องเที่ยวดวงจันทร์ แต่มัสก์ก็มองว่าดวงจันทร์เป็นเพียงทางผ่าน หรือเป็นเพียงสนามซ้อมสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อจะนำไปใช้ในการเดินทางและตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคารเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น เมื่อปีก่อนนี้เอง มัสก์เริ่มมีแนวคิดที่จะมองข้ามดวงจันทร์ไป โดยมองไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อไปดาวอังคารโดยตรงเลย

แต่แล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน มัสก์ก็ทำให้ชาวโลกต้องประหลาดใจเมื่อเขาประกาศในเอกซ์ (ทวิตเตอร์เดิม) ว่าสเปซเอกซ์ไม่ได้วางเป้าหมายหลักที่ดาวอังคารอีกแล้ว แต่จะหันมาจริงจังกับการสร้างถิ่นฐานบนดวงจันทร์แทน

มัสก์ได้อธิบายว่า สาเหตุสำคัญคือ การสร้างถิ่นฐานบนดวงจันทร์เป็นสิ่งที่ทำได้ในเวลารวดเร็ว อาจใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบปี ในขณะที่ถ้าทำบนดาวอังคารอาจต้องใช้เวลามากกว่า 20 ปี นอกจากนี้ การเดินทางไปดวงจันทร์ยังใช้เวลาสั้นกว่ามาก ภารกิจอะพอลโลใช้เวลาเดินทางเพียง 4 วันก็ไปถึงดวงจันทร์ (สเปซเอกซ์เชื่อว่าตนจะทำได้ภายใน 2 วัน) ส่วนการเดินทางไปดาวอังคารจะใช้เวลา 6-9 เดือน

ยานบิ๊กฟัลคอนกำลังบรรทุกผู้โดยสารไปอวกาศ
ยานบิ๊กฟัลคอนกำลังบรรทุกผู้โดยสารไปอวกาศ (ภาพในจินตนาการของศิลปิน) (จาก SpaceX)

นอกจากนี้โอกาสในการเดินทางไปดวงจันทร์ก็เกิดบ่อยครั้งกว่ามาก การเดินทางไปยังดาวเคราะห์ดวงอื่น จะต้องกระทำในช่วงที่โลกและดาวเคราะห์ปลายทางอยู่ในตำแหน่งสัมพัทธ์ที่เหมาะสม ซึ่งในกรณีของดาวอังคารจะเกิดขึ้นทุก 26 เดือน ส่วนกรณีของดวงจันทร์จะเกิดขึ้นเดือนละหลายครั้ง

ยานมาร์สคอโลเนียลทรานสพอร์เตอร์ หรือ เอ็มซีที
ยานมาร์สคอโลเนียลทรานสพอร์เตอร์ หรือ เอ็มซีที (จาก Stanley Von Medvey (bagtaggar))

นักวิเคราะห์มองว่ามีเหตุผลมากกว่าที่มัสก์อธิบายไว้ที่ทำให้เขาตัดสินใจเช่นนั้น ประการแรกคือ การพัฒนายานลงดวงจันทร์สำหรับภารกิจอาร์เทมิส 3 ที่ชื่อเอชแอลเอส ซึ่งสเปซเอกซ์ได้งานไป ยังคืบหน้าไปได้น้อย ยานเอชแอลเอสเป็นยานสตาร์ชิปรุ่นดัดแปลงสำหรับใช้ลงดวงจันทร์ แต่ยานสตาร์ชิปก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนา จนถึงขณะนี้ มีการทดสอบส่งยานสตาร์ชิปขึ้นอวกาศแล้ว 11 ครั้ง ล้มเหลว 5 ครั้ง และยังโคจรรอบโลกจริง ๆ ไม่ได้เลย นอกจากการโคจรรอบโลกแล้ว ยังมีงานหินอีกก็คือการเติมเชื้อเพลิงในวงโคจร ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญของภารกิจอาร์เทมิส 3

ภาพยานสตาร์ชิปขณะทะยานขึ้นจากพื้นดินของดาวอังคาร
ภาพยานสตาร์ชิปขณะทะยานขึ้นจากพื้นดินของดาวอังคาร ภาพในจินตนาการของศิลปิน (จาก SpaceX)

ภารกิจอาร์เทมิส 3 มีกำหนดจะส่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในปีหน้า แต่หัวข้อของสิ่งที่ต้องทำสำหรับสเปซเอกซ์ยังมีอยู่ยาวเหยียด สิ่งนี้สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อสเปซเอกซ์ และนาซาก็ไม่แน่ใจว่าสเปซเอกซ์จะทำได้ทัน จนถึงกับมีการทบทวนสัญญาที่ทำไว้กับสเปซเอกซ์ เพื่อเปิดทางให้มีผู้พัฒนารายอื่นมาแข่งขันกันอีกครั้ง แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่เป็นผลดีต่อสเปซเอกซ์ ยิ่งตอนนี้คู่แข่งรายสำคัญอย่างบลูออริจินส์ก็มาแย่งงานสร้างยานลงดวงจันทร์สำหรับภารกิจอาร์เทมิส 5 และ อาร์เทมิส 6 ไปได้แล้ว โดยยานลงดวงจันทร์ของบลูออริจินส์จะมีชื่อว่า บลูมูนแลนเดอร์

นอกจากนี้สเปซเอกซ์กำลังเผชิญกับความท้าทายในสมรภูมิอื่นจากคู่แข่ง เช่นในธุรกิจขนส่งอวกาศ ซึ่งสเปซเอกซ์ครองตลาดถึง 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่แน่ว่าบัลลังก์ของสเปซเอกซ์จะคงอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะปีที่ผ่านมาบริษัทคู่แข่งบลูออริจินส์ก็ประสบความเร็จอย่างงามกับจรวดนิวเกลน ร็อกเก็ตแลบก็เป็นคู่แข่งอีกเจ้าหนึ่งที่ดีวันดีคืน

สถานการณ์ที่ดูจะบีบรัดสเปซเอกซ์จากรอบด้านเช่นนี้ อาจเป็นปัจจัยให้มัสก์ต้องพักความฝันแล้วหันมาบรรลุเป้าหมายระยะใกล้อย่างดวงจันทร์เอาไว้ก่อน

ส่วนเป้าหมายใหญ่อย่างดาวอังคารนั้น พักไปก่อน