สมาคมดาราศาสตร์ไทย
ดาวหางลิเนียร์ แตก

ดาวหางลิเนียร์ แตก

1 ส.ค. 2543
ปรับปรุงครั้งล่าสุด 7 มกราคม 2560
รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
ความสว่างที่น้อยกว่าความคาดหมายของดาวหางลิเนียร์ ทำให้มันเป็นดาวหางแห่งความผิดหวังไปอีกดวงหนึ่ง แต่ดาวหางดวงนี้ได้ทำให้วงการดาราศาสตร์ตกตะลึงด้วยการแตกตัวเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

การแตกของลิเนียร์เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ความผิดปรกติของมันได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน โดยในวันที่ 5 กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลได้สังเกตเห็นว่ามันสว่างมากขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ภายในระยะเวลาเพียง 4 ชั่วโมง และหลังจากนั้น 1 วัน ก็พบว่ามีเศษวัตถุมีขนาดเท่าบ้านหลังหนึ่งหลุดออกมากจากส่วนหัวและปลิวออกไปพร้อม ๆ กับหาง

วันที่ 25 กรกฎาคม ส่วนที่แน่นทึบของหัวดาวหางเริ่มยืดยาวออกมา พร้อม ๆ กับลดความสว่างลง โดยส่วนแน่นทึบนี้มีความสว่างสม่ำเสมอ ไม่ปรากฏจุดที่สว่างกว่าที่อื่น ๆ ในคืนต่อมาส่วนหัวก็ยืดยาวออกมามากขึ้นอีก

วันที่ 27 พบว่า ส่วนสว่างของหัวกำลังขยายตัวออกไปด้วยความเร็ว 40 เมตรต่อวินาที ซึ่งแสดงว่าส่วนสว่างนั้นประกอบด้วยฝุ่นอัดแน่น ไม่ใช่ก๊าซ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าหัวของดาวหางนี้กำลังแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นักดาราศาสตร์หลายคน รวมทั้ง มาร์ก คิดเจอร์ จาก สถาบันดาราศาสตร์ ณ เกาะคานารี ของสเปน คาดว่าลิเนียร์อาจจะแตกตัวออกจนหมดไม่เหลือชิ้นส่วนลงเหลือเลย แต่พอถึงวันที่ 29 กรกฎาคม กล้องฮับเบิลได้ถ่ายภาพของดาวหางดวงนี้และพบชิ้นส่วนของดาวหางไม่น้อยกว่า 6 ชิ้น ซึ่งน่าจะเป็นส่วนของนิวเคลียสที่ได้แตกไปก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นมีขนาดเล็ก อาจมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงไม่กี่สิบเมตร และมีส่วนประกอบเป็นฝุ่นเกือบทั้งหมด หรือถ้ามีองค์ประกอบเป็นน้ำแข็งก็อาจมีขนาดเล็กกว่านั้นเพียงไม่ถึงสิบเมตรเท่านั้น

นักดาราศาสตร์หลายคน รวมทั้งคิดเจอร์ ซึ่งเป็นผู้ที่พบเห็นการแตกตัวเป็นคนแรก ๆ สันนิษฐานว่า การแตกของดาวหางนี้เกิดจากการที่น้ำและน้ำแข็งในนิวเคลียสได้ระเหิดหมดไป เนื่องจากน้ำแข็งในนิวเคลียสทำหน้าที่เหมือนกาวที่เชื่อมเม็ดฝุ่นต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน การสังเกตการณ์อย่างละเอียดในช่วงที่ผ่านมาได้สนับสนุนแนวคิดนี้เป็นอย่างดี อัตราการคายไอน้ำของดาวหางลิเนียร์ได้ลดลงจาก 3.6 ตันต่อวินาทีในวันที่ 6 เหลือเพียง 1 ตันต่อวินาที ทั้ง ๆ อัตรานี้ควรจะเพิ่มขึ้นเพราะในขณะนั้นลิเนียร์กำลังเข้าใกล้ดวงอาทิตย์เรื่อย ๆ และในวันที่ 29 อัตราการคายไอน้ำเหลือเพียง 120 กิโลกรัมต่อวินาทีเท่านั้น

ดาวหางลิเนียร์ ถูกค้นพบในเดือนกันยายนปีที่แล้วโดยหอสังเกตการณ์ลิเนียร์ (LINEAR -- Lincoln Near-Earth Astroid Research) ที่ตั้งอยู่ในนิวเม็กซิโก ได้รับการตั้งชื่อว่า C/1999 S4 นักดาราศาสตร์เชื่อว่าดาวหางดวงนี้เป็นดาวหางใหม่ ที่เพิ่งจะเข้ามาในระบบสุริยะชั้นในเป็นครั้งแรก เนื่องจากลิเนียร์ไม่เคยเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มาก่อน จึงน่าจะมีน้ำแข็งอยู่ในอัตราส่วนที่มากกว่าดาวหางเก่า

นักดาราศาสตร์เคยประมาณว่านิวเคลียสของดาวหางดวงนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 กิโลเมตร แต่อัตราการคายไอน้ำที่ต่ำนี้ ทำให้นักดาราศาสตร์เชื่อว่าขนาดจริง ๆ คงจะเล็กกว่านั้นมาก ไม่เกิน 200 หรือ 300 เมตรเท่านั้น

ถึงแม้ลิเนียร์อาจทำให้นักดูดาวส่วนใหญ่ต้องผิดหวัง แต่สำหรับนักดาราศาสตร์แล้ว พฤติกรรมที่แปลกประหลาดของมันทำให้นักดาราศาสตร์ได้เข้าใจถึงธรรมชาติของดาวหางได้ดียิ่งขึ้น
การแตกของนิวเคลียสดาวหางลิเนียร์ ทำให้เกิดการระเบิดของฝุ่นจนทำให้ดาวหางสว่างจ้าขึ้นหลายเท่าภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง กล้องเอสทีเอเอสของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลสามารถจับภาพกระบวนการนี้ได้ทุกขั้นตอน และยังสามารถถ่ายภาพชิ้นส่วนจากการระเบิดในหางของดาวหางได้อีกด้วย<br />
ภาพโดย : NASA, H. Weaver and P. Feldman (Johns Hopkins University), M. A'Hearn (University of Maryland), C. Arpigny (Liege University), M. Combi (University of Michigan), M. Festou (Observatoire Midi-Pyrenees), and G.-P. Tozzi (Arcetri Observatory)

การแตกของนิวเคลียสดาวหางลิเนียร์ ทำให้เกิดการระเบิดของฝุ่นจนทำให้ดาวหางสว่างจ้าขึ้นหลายเท่าภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง กล้องเอสทีเอเอสของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลสามารถจับภาพกระบวนการนี้ได้ทุกขั้นตอน และยังสามารถถ่ายภาพชิ้นส่วนจากการระเบิดในหางของดาวหางได้อีกด้วย
ภาพโดย : NASA, H. Weaver and P. Feldman (Johns Hopkins University), M. A'Hearn (University of Maryland), C. Arpigny (Liege University), M. Combi (University of Michigan), M. Festou (Observatoire Midi-Pyrenees), and G.-P. Tozzi (Arcetri Observatory)

(บน) ภาพดาวหางลิเนียร์ที่ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์บนพื้นโลก ไม่ปรากฏชิ้นส่วนของนิวเคลียสเลย (ล่าง) ภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล พบชิ้นส่วนหลายชิ้นจากนิวเคลียสหลังจากการระเบิด (ภาพจาก NASA, H. Weaver (JHU))

(บน) ภาพดาวหางลิเนียร์ที่ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์บนพื้นโลก ไม่ปรากฏชิ้นส่วนของนิวเคลียสเลย (ล่าง) ภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล พบชิ้นส่วนหลายชิ้นจากนิวเคลียสหลังจากการระเบิด (ภาพจาก NASA, H. Weaver (JHU))

ภาพนิวเคลียสของดาวหางลิเนียร์ จากกล้องโทรทรรศน์ Jacobus Kapteyn ถ่ายเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม แสดงถึงส่วนที่ยืดยาวออกมากจากส่วนหัว เป็นหลักฐานแรกที่แสดงว่าหัวของดาวหางมีการแตกออก (ภาพโดย Dr. Mark Kidger, Instituto de Astrofisica de Canarias)<br />
<br />

ภาพนิวเคลียสของดาวหางลิเนียร์ จากกล้องโทรทรรศน์ Jacobus Kapteyn ถ่ายเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม แสดงถึงส่วนที่ยืดยาวออกมากจากส่วนหัว เป็นหลักฐานแรกที่แสดงว่าหัวของดาวหางมีการแตกออก (ภาพโดย Dr. Mark Kidger, Instituto de Astrofisica de Canarias)

ที่มา: