อุปราคาในปี 2556
พ.ศ. 2556 มีอุปราคาทั้งหมด 5 ครั้ง เป็นสุริยุปราคา 2 ครั้ง จันทรุปราคา 3 ครั้ง ปีนี้ประเทศไทยมีโอกาสเห็นจันทรุปราคาบางส่วนได้ 1 ครั้ง กับจันทรุปราคาเงามัวอีก 1 ครั้ง เมื่อเกิดอุปราคาขึ้นครั้งใด อีกราว 6,585.32 วัน (18 ปี กับ 10 หรือ 11 วัน) ถัดไปหรือก่อนหน้านั้น จะมีโอกาสเกิดอุปราคาขึ้นด้วย เรียกคาบเวลานี้ว่าซารอส (saros) แบ่งได้เป็นชุดต่าง ๆ กำหนดลำดับชุดด้วยตัวเลข
ระนาบวงโคจรของดวงจันทร์รอบโลกกับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ เอียงทำมุมกันราว 5° อุปราคาจะเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์และดวงอาทิตย์มีตำแหน่งอยู่ใกล้จุดตัดระหว่างระนาบทั้งสอง จุดที่ดวงจันทร์เคลื่อนจากใต้ระนาบวงโคจรโลกขึ้นมาเหนือระนาบเรียกว่าจุดโหนดขึ้น (ascending node) จุดที่อยู่ตรงกันข้ามเรียกว่าจุดโหนดลง (descending node) เกี่ยวข้องกับซารอสด้วย กล่าวคือ สุริยุปราคาในชุดซารอสที่เป็นเลขคู่ เกิดที่จุดโหนดลง สุริยุปราคาในชุดซารอสที่เป็นเลขคี่ เกิดที่จุดโหนดขึ้น ส่วนของจันทรุปราคาจะสลับกัน
อุปราคาครั้งแรกของปีเป็นจันทรุปราคาที่เห็นดวงจันทร์แหว่งครั้งเดียวของปีนี้ (ที่เหลืออีก 2 ครั้งเป็นจันทรุปราคาเงามัว) โดยเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางดึก ก่อนรุ่งอรุณของวันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2556 ตามเวลาประเทศไทย ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวในเวลา 01:04 น. แต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ดวงจันทร์เริ่มหมองคล้ำจนสังเกตได้ในเวลาประมาณตี 2 จากนั้นขอบดวงจันทร์เริ่มแหว่งเวลา 02:54 น. ดวงจันทร์จะถูกเงาของโลกบังลึกที่สุดเวลา 03:07 น. คิดเป็นขนาดความลึกเพียง 1.5% ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงจันทร์ ขณะนั้นดวงจันทร์อยู่สูงเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 40° สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 03:21 น. และสิ้นสุดจันทรุปราคาเงามัวในเวลา 05:11 น.
พื้นที่บนโลกที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้พร้อมประเทศไทยคือด้านตะวันออกของอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย ผู้ที่อยู่ทางตะวันออกของอเมริกาใต้ ยุโรป และแอฟริกา จะเกิดจันทรุปราคาขณะดวงจันทร์เคลื่อนสูงขึ้นในค่ำวันที่ 25 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนเอเชียและออสเตรเลีย เกิดจันทรุปราคาขณะดวงจันทร์เคลื่อนต่ำลงในเวลาเช้ามืดของวันที่ 26 เมษายน
ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา 26 เมษายน 2556
1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 01:03:38 น.
2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน 02:54:05 น.
3. กึ่งกลางของปรากฏการณ์ 03:07:29 น.
4. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน 03:21:02 น.
5. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 05:11:24 น.
เมื่อสังเกตจากประเทศไทยจะเห็นดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว โดยมีดาวเสาร์อยู่สูงเหนือดวงจันทร์ 5° ส่วนดาวรวงข้าวอยู่ห่างดวงจันทร์ประมาณ 11°-12° ดวงจันทร์เฉียดทางทิศใต้ของเงาโลก ขณะบังลึกที่สุดจึงเห็นขอบด้านทิศเหนือของดวงจันทร์ (ขวามือ เยื้องไปทางด้านบน) มีลักษณะมืดคล้ำ และแหว่งเล็กน้อย
จันทรุปราคาครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 65 ใน 72 ครั้ง ของชุดซารอสที่ 112 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 859 - 2139 ประกอบด้วยจันทรุปราคาเงามัว 7 ครั้ง บางส่วน 21 ครั้ง เต็มดวง 15 ครั้ง บางส่วน 22 ครั้ง และเงามัว 7 ครั้ง ตามลำดับ จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดของชุดซารอสนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1490 นาน 1 ชั่วโมง 39.9 นาที
สุริยุปราคาครั้งแรกของปีนี้เกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2556 ตามเวลาประเทศไทย นับเป็นเวลา 3 วัน ก่อนดวงจันทร์จะผ่านตำแหน่งไกลโลกที่สุด ดวงจันทร์จึงอยู่ห่างโลกจนมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ ปรากฏเป็นสุริยุปราคาวงแหวน เส้นทางคราสวงแหวนเริ่มต้นที่ออสเตรเลีย ผ่านปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน หมู่เกาะกิลเบิร์ต ไปสิ้นสุดในตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก ประเทศไทยไม่เห็นสุริยุปราคาในวันนี้
สุริยุปราคาเริ่มขึ้นเมื่อเงามัวแตะผิวโลกในเวลา 04:25 น. ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นเวลา 05:31 น. เงาคราสวงแหวนเริ่มสัมผัสผิวโลกในตอนกลางค่อนไปทางเหนือของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย บริเวณอุทยานแห่งชาติคอลลิเออร์เรนจ์ (Collier Range) เงากว้าง 222 กิโลเมตร เกิดสุริยุปราคาวงแหวนขณะดวงอาทิตย์ขึ้น นาน 4 นาที 11 วินาที เมืองนิวแมนซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ประชากรราว 4 พันกว่าคน อยู่ใกล้ขอบเขตด้านทิศเหนือของแนวคราส ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนานประมาณ 1 นาที 50 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงยเพียง 1°
เงาคราสวงแหวนเคลื่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออย่างรวดเร็ว เส้นกลางคราสลากผ่านทะเลสาบดิสแซปพอยต์เมนต์ (Lake Disappointment) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ปกติจะแห้งขอด จากนั้นผ่านตอนกลางของรัฐนอร์เทิร์นเทริทอรี เมืองเทนแนนต์ครีก (Tennant Creek) ประชากรราว 3 พันคน อยู่ใกล้ขอบเขตด้านทิศใต้ของแนวคราส เกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 3 นาที 6 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 16°
เงาคราสผ่านพื้นที่บางส่วนทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ ลงสู่อ่าวคาร์เพนแทเรีย เส้นกลางคราสผ่านเกาะมอร์นิงตันในอ่าวแห่งนี้ จากนั้นลากผ่านคาบสมุทรเคปยอร์ก ทางเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ ก่อนลงสู่ทะเลคอรัล
เวลาประมาณ 06:00 น. เงาคราสวงแหวนแตะแผ่นดินทางด้านตะวันออกของปาปัวนิวกินี บริเวณนี้มีเกาะที่อยู่ในแนวคราสวงแหวนหลายเกาะ เส้นกลางคราสผ่านเกาะบาซิลากี (Basilaki Island) ที่นั่นเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 4 นาที 59 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 39° จากนั้นผ่านทะเลโซโลมอนและมุ่งหน้าสู่หมู่เกาะโซโลมอน
เกาะชัวเซิล (Choiseul) ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ในหมู่เกาะโซโลมอน อยู่ในแนวคราส บนเส้นกลางคราสเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 5 นาที 16 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 49° หลังจากนั้น เงาคราสผ่านเส้นศูนย์สูตรในเวลาประมาณ 7 นาฬิกาเศษ เป็นเวลาไม่นานก่อนจะถึงหมู่เกาะกิลเบิร์ต อันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศคิริบาส เกาะตาระวา (Tarawa) ซึ่งเป็นอะทอลล์ อยู่ใกล้เส้นกลางคราส ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 6 นาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 74°
กึ่งกลางคราส (Greatest eclipse) ซึ่งเป็นเวลาที่ศูนย์กลางของเงาดวงจันทร์ผ่านใกล้ศูนย์กลางโลกมากที่สุด เกิดขึ้นเวลา 07:25:12 น. ตรงจุดที่อยู่ห่างหมู่เกาะกิลเบิร์ตไปทางทิศตะวันออกไม่ไกลนัก ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 6 นาที 3 วินาที เงากว้าง 173 กิโลเมตร ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 74°
เงาคราสวงแหวนเคลื่อนต่อไป ผ่านเกาะทาบูเอรันหรือเกาะแฟนนิง (Tabuaeran หรือ Fanning Island) เป็นอะทอลล์ส่วนหนึ่งของคิริบาส ชายฝั่งทางทิศใต้ของเกาะเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 4 นาที 49 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 40° จากนั้นเงาคราสวงแหวนเคลื่อนต่อไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในมหาสมุทรแปซิฟิกโดยไม่ผ่านเกาะอื่น ๆ อีก เงาคราสวงแหวนหลุดออกจากผิวโลกในเวลา 09:20 น. หลังจากนั้น สุริยุปราคาจะสิ้นสุดเมื่อเงามัวของดวงจันทร์ออกจากผิวโลกในเวลา 10:25 น.
บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนครอบคลุมพื้นที่บางส่วนทางด้านตะวันออกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย บางส่วนทางตอนเหนือของนิวซีแลนด์ ฮาวาย และส่วนใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิก สุริยุปราคาดำเนินอยู่ขณะดวงอาทิตย์ขึ้นเมื่อสังเกตจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกของออสเตรเลีย ดำเนินอยู่ขณะดวงอาทิตย์ตกเมื่อสังเกตจากด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก
สุริยุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาครั้งที่ 31 ใน 70 ครั้งของซารอสที่ 138 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1472 - 2716 ซารอสนี้ประกอบด้วยสุริยุปราคาบางส่วน 7 ครั้ง วงแหวน 50 ครั้ง ผสม 1 ครั้ง เต็มดวง 3 ครั้ง และบางส่วน 9 ครั้ง ตามลำดับ สุริยุปราคาวงแหวนครั้งที่นานที่สุดคือ 8 นาที 2 วินาที เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1869 สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดคือ 56 วินาที จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 2554
สุริยุปราคาครั้งถัดไปของชุดซารอสที่ 138 ในอีก 18 ปีข้างหน้า เกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2574 เป็นสุริยุปราคาวงแหวนที่เส้นทางคราสวงแหวนผ่านจังหวัดบริเวณชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย รวมถึงบางส่วนของมาเลเซีย โดยแนวกลางคราสผ่านเกาะลังกาวีและ อ.เบตง จ.ยะลา นับเป็นสุริยุปราคาวงแหวนครั้งแรกในรอบ 66 ปีที่เห็นได้ในประเทศไทย หลังจากครั้งที่แล้วซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508
3. จันทรุปราคาเงามัว 25 พฤษภาคม 2556
วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2556 เกิดจันทรุปราคาเงามัว ดวงจันทร์ถูกเงามัวของโลกบังลึกที่สุดเวลา 11:10 น. ด้วยความลึกเพียง 1.6% ของเส้นผ่านศูนย์กลาง ไม่เห็นในประเทศไทย และสังเกตไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ พื้นที่บนโลกหันเข้าหาดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคาครั้งนี้ ได้แก่ ส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ด้านตะวันตกของยุโรป และด้านตะวันตกของทวีปแอฟริกา
ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา 25 พฤษภาคม 2556
1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 10:53:17 น.
2. กึ่งกลางของปรากฏการณ์ 11:09:59 น.
3. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 11:26:49 น.
จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นจันทรุปราคาครั้งแรกใน 71 ครั้ง ของชุดซารอสที่ 150 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 2013 - 3275 ซารอสนี้ประกอบด้วยจันทรุปราคาเงามัว 8 ครั้ง บางส่วน 23 ครั้ง เต็มดวง 12 ครั้ง บางส่วน 15 ครั้ง และเงามัว 13 ครั้ง ตามลำดับ จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดของซารอสนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2680 นาน 1 ชั่วโมง 45.3 นาที
จันทรุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในเช้ามืดวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2556 ตรงกับวันออกพรรษา ดวงจันทร์ถูกเงามัวของโลกบังลึกที่สุดเวลา 06:50 น. พื้นที่บนโลกที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้ ได้แก่ ส่วนใหญ่ของอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เกือบทั้งหมดของเอเชีย ยกเว้นด้านตะวันออก
จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นชนิดเงามัว ซึ่งเราจะไม่เห็นดวงจันทร์แหว่ง เงามัวทำให้ดวงจันทร์คล้ำลงเล็กน้อย ยากที่จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าผิวดวงจันทร์ด้านทิศใต้หมองคล้ำลงเล็กน้อย เมื่อสังเกตจากประเทศไทย ดวงจันทร์ตกและดวงอาทิตย์ขึ้นขณะเกิดจันทรุปราคา กรุงเทพฯ ดวงจันทร์ตกเวลา 06:10 น.
ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา 19 ตุลาคม 2556
1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 04:50:36 น.
2. กึ่งกลางของปรากฏการณ์ 06:50:16 น.
3. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 08:49:48 น.
จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 52 ใน 71 ครั้ง ของชุดซารอสที่ 117 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1094 - 2356 ซารอสนี้ประกอบด้วยจันทรุปราคาเงามัว 8 ครั้ง บางส่วน 9 ครั้ง เต็มดวง 24 ครั้ง บางส่วน 7 ครั้ง และเงามัว 23 ครั้ง ตามลำดับ จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดของซารอสนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 1707 นาน 1 ชั่วโมง 45.7 นาที
อุปราคาครั้งสุดท้ายของปีเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2556 เป็นสุริยุปราคาผสม ช่วงเริ่มต้นเป็นสุริยุปราคาวงแหวน จากนั้นกลายเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง แนวคราสเริ่มต้นทางด้านตะวันตกของแอตแลนติกเหนือ จากนั้นเข้าสู่ตอนกลางของทวีปแอฟริกา ประเทศไทยไม่เห็นสุริยุปราคาในวันนี้
สุริยุปราคาเริ่มขึ้นเมื่อเงามัวของดวงจันทร์แตะผิวโลกในเวลา 17:05 น. ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นสุริยุปราคาวงแหวนเริ่มเมื่อเงาคราสวงแหวนแตะผิวโลกบริเวณตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติกในเวลา 18:05 น. จุดนั้นอยู่ห่างชายฝั่งรัฐฟลอริดาของสหรัฐอเมริกาไปทางทิศตะวันออกเกือบ 1,000 กิโลเมตร เกิดสุริยุปราคาวงแหวนขณะดวงอาทิตย์ขึ้น นานเพียง 4 วินาที โดยเงาคราสวงแหวนกว้างเพียง 4 กิโลเมตร
เงาคราสวงแหวนเคลื่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยเงามีขนาดเล็กลงจนเป็นศูนย์ภายในไม่เกิน 20 วินาที หลังจากเริ่มแตะผิวโลก แล้วเปลี่ยนเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง โดยขนาดของเงามืดขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ กึ่งกลางคราสเกิดขึ้นเวลา 19:46:28 น. จุดนั้นอยู่ในมหาสมุทร ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไลบีเรียราว 320 กิโลเมตร เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 1 นาที 39.5 วินาที เงามืดกว้าง 57.5 กิโลเมตร ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 71°
เงามืดของดวงจันทร์เคลื่อนตัวไปทางตะวันออก ประเทศเซาตูเมและพรินซีพี ซึ่งเป็นเกาะ อยู่ห่างไปทางเหนือของแนวคราสเต็มดวง เห็นดวงอาทิตย์เป็นเสี้ยวบาง ๆ ขณะบังลึกที่สุด จากนั้นเงามืดพาดผ่านตอนกลางของทวีปแอฟริกา แตะชายฝั่งประเทศกาบองในเวลาประมาณ 20:50 น. จุดนั้นเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 1 นาที 8 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 47° แล้วเข้าสู่สาธารณรัฐคองโก สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และยูกันดา เส้นกลางคราสผ่านใกล้เมืองกูลู (Gulu) บริเวณนั้นเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 20 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 16°
เงามืดเข้าสู่ตอนเหนือของเคนยา ถึงบริเวณทะเลสาบทูร์คานา (Lake Turkana) ในเวลา 21:25 น. ที่กลางคราสเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 16 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 13° เงามืดเคลื่อนต่อไปโดยผ่านทางใต้ของเอธิโอเปีย ที่เส้นกลางคราสมีโอกาสเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงในเวลาที่สั้นลงเรื่อย ๆ จนสิ้นสุดคราสเต็มดวงเวลา 21:28 น. ในประเทศโซมาเลีย ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงขณะดวงอาทิตย์ตกนานเพียง 1 วินาที หลังจากนั้น สุริยุปราคาจะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์เมื่อเงามัวของดวงจันทร์ออกจากผิวโลกในเวลา 22:28 น.
บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วน ได้แก่ ด้านตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาใต้ พื้นที่กว้างใหญ่ในมหาสมุทรแอตแลนติก ทางใต้ของทวีปยุโรป และเกือบทั้งหมดของแอฟริกา สุริยุปราคาดำเนินอยู่ขณะดวงอาทิตย์ขึ้นเมื่อสังเกตจากด้านตะวันออกของอเมริกาเหนือและตอนเหนือของอเมริกาใต้ ดำเนินอยู่ขณะดวงอาทิตย์ตกเมื่อสังเกตจากด้านตะวันออกของแอฟริกา
สุริยุปราคาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 23 ใน 72 ครั้งของชุดซารอสที่ 143 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1617 - 2897 ซารอสนี้ประกอบด้วยสุริยุปราคาบางส่วน 10 ครั้ง เต็มดวง 12 ครั้ง ผสม 4 ครั้ง วงแหวน 26 ครั้ง และบางส่วน 20 ครั้ง ตามลำดับ สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดคือ 3 นาที 50 วินาที เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 1887 สุริยุปราคาวงแหวนครั้งที่นานที่สุดของชุดซารอสนี้คือ 4 นาที 54 วินาที จะเกิดขึ้นในวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 2518
สุริยุปราคาครั้งที่ผ่านมาในชุดซารอสที่ 143 คือสุริยุปราคาเต็มดวงที่พาดผ่านประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงนำคณาจารย์และนักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ศึกษาปรากฏการณ์ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ วิทยาเขตสีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยสถานีโทรทัศน์ทุกช่องได้ถ่ายทอดสดสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนั้นด้วย
สุริยุปราคาในชุดซารอสนี้จะผ่านประเทศไทยอีกครั้งในอีก 90 ปีข้างหน้า โดยกลายเป็นสุริยุปราคาวงแหวน เห็นได้ในภาคใต้ของไทยในเวลาบ่ายของวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2646 โดยเงาคราสวงแหวนผ่านพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตรัง และนครศรีธรรมราช ผู้สังเกตที่แนวเส้นกลางคราสเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 1 นาที
● จันทรุปราคาเต็มดวง 15 เมษายน 2557 - ไม่เห็นในประเทศไทย
● สุริยุปราคาวงแหวน 29 เมษายน 2557 - แนวคราสวงแหวนผ่านทวีปแอนตาร์กติกา บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วน ได้แก่ ตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ออสเตรเลีย และบางส่วนของอินโดนีเซีย ประเทศไทยไม่เห็นสุริยุปราคาในวันนี้
● จันทรุปราคาเต็มดวง 8 ตุลาคม 2557 - จันทรุปราคาเต็มดวงดำเนินอยู่ขณะดวงจันทร์ขึ้นและดวงอาทิตย์ตกที่ประเทศไทย
● สุริยุปราคาบางส่วน 24 ตุลาคม 2557 - เห็นไดัในเกือบทั้งหมดของทวีปอเมริกาเหนือ และด้านตะวันออกเฉียงเหนือของรัสเซีย ประเทศไทยไม่เห็นสุริยุปราคาในวันนี้
● สารพันคำถามเกี่ยวกับดาราศาสตร์ : หมวดดวงอาทิตย์
● สารพันคำถามเกี่ยวกับดาราศาสตร์ : หมวดดวงจันทร์
ระนาบวงโคจรของดวงจันทร์รอบโลกกับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ เอียงทำมุมกันราว 5° อุปราคาจะเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์และดวงอาทิตย์มีตำแหน่งอยู่ใกล้จุดตัดระหว่างระนาบทั้งสอง จุดที่ดวงจันทร์เคลื่อนจากใต้ระนาบวงโคจรโลกขึ้นมาเหนือระนาบเรียกว่าจุดโหนดขึ้น (ascending node) จุดที่อยู่ตรงกันข้ามเรียกว่าจุดโหนดลง (descending node) เกี่ยวข้องกับซารอสด้วย กล่าวคือ สุริยุปราคาในชุดซารอสที่เป็นเลขคู่ เกิดที่จุดโหนดลง สุริยุปราคาในชุดซารอสที่เป็นเลขคี่ เกิดที่จุดโหนดขึ้น ส่วนของจันทรุปราคาจะสลับกัน
เงาดวงจันทร์ที่ทาบลงบนเมฆที่ปกคลุมเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ถ่ายโดยนักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ ขณะเกิดสุริยุปราคาวงแหวนเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2555 (ภาพ – Don Pettit/NASA)
1. จันทรุปราคาบางส่วน 26 เมษายน 2556
อุปราคาครั้งแรกของปีเป็นจันทรุปราคาที่เห็นดวงจันทร์แหว่งครั้งเดียวของปีนี้ (ที่เหลืออีก 2 ครั้งเป็นจันทรุปราคาเงามัว) โดยเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางดึก ก่อนรุ่งอรุณของวันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2556 ตามเวลาประเทศไทย ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวในเวลา 01:04 น. แต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ดวงจันทร์เริ่มหมองคล้ำจนสังเกตได้ในเวลาประมาณตี 2 จากนั้นขอบดวงจันทร์เริ่มแหว่งเวลา 02:54 น. ดวงจันทร์จะถูกเงาของโลกบังลึกที่สุดเวลา 03:07 น. คิดเป็นขนาดความลึกเพียง 1.5% ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงจันทร์ ขณะนั้นดวงจันทร์อยู่สูงเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 40° สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 03:21 น. และสิ้นสุดจันทรุปราคาเงามัวในเวลา 05:11 น.
พื้นที่บนโลกที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้พร้อมประเทศไทยคือด้านตะวันออกของอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย ผู้ที่อยู่ทางตะวันออกของอเมริกาใต้ ยุโรป และแอฟริกา จะเกิดจันทรุปราคาขณะดวงจันทร์เคลื่อนสูงขึ้นในค่ำวันที่ 25 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนเอเชียและออสเตรเลีย เกิดจันทรุปราคาขณะดวงจันทร์เคลื่อนต่ำลงในเวลาเช้ามืดของวันที่ 26 เมษายน
ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา 26 เมษายน 2556
1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 01:03:38 น.
2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน 02:54:05 น.
3. กึ่งกลางของปรากฏการณ์ 03:07:29 น.
4. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน 03:21:02 น.
5. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 05:11:24 น.
เมื่อสังเกตจากประเทศไทยจะเห็นดวงจันทร์อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว โดยมีดาวเสาร์อยู่สูงเหนือดวงจันทร์ 5° ส่วนดาวรวงข้าวอยู่ห่างดวงจันทร์ประมาณ 11°-12° ดวงจันทร์เฉียดทางทิศใต้ของเงาโลก ขณะบังลึกที่สุดจึงเห็นขอบด้านทิศเหนือของดวงจันทร์ (ขวามือ เยื้องไปทางด้านบน) มีลักษณะมืดคล้ำ และแหว่งเล็กน้อย
จันทรุปราคาครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 65 ใน 72 ครั้ง ของชุดซารอสที่ 112 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 859 - 2139 ประกอบด้วยจันทรุปราคาเงามัว 7 ครั้ง บางส่วน 21 ครั้ง เต็มดวง 15 ครั้ง บางส่วน 22 ครั้ง และเงามัว 7 ครั้ง ตามลำดับ จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดของชุดซารอสนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1490 นาน 1 ชั่วโมง 39.9 นาที
2. สุริยุปราคาวงแหวน 10 พฤษภาคม 2556
สุริยุปราคาครั้งแรกของปีนี้เกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2556 ตามเวลาประเทศไทย นับเป็นเวลา 3 วัน ก่อนดวงจันทร์จะผ่านตำแหน่งไกลโลกที่สุด ดวงจันทร์จึงอยู่ห่างโลกจนมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ ปรากฏเป็นสุริยุปราคาวงแหวน เส้นทางคราสวงแหวนเริ่มต้นที่ออสเตรเลีย ผ่านปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน หมู่เกาะกิลเบิร์ต ไปสิ้นสุดในตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก ประเทศไทยไม่เห็นสุริยุปราคาในวันนี้
สุริยุปราคาเริ่มขึ้นเมื่อเงามัวแตะผิวโลกในเวลา 04:25 น. ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นเวลา 05:31 น. เงาคราสวงแหวนเริ่มสัมผัสผิวโลกในตอนกลางค่อนไปทางเหนือของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย บริเวณอุทยานแห่งชาติคอลลิเออร์เรนจ์ (Collier Range) เงากว้าง 222 กิโลเมตร เกิดสุริยุปราคาวงแหวนขณะดวงอาทิตย์ขึ้น นาน 4 นาที 11 วินาที เมืองนิวแมนซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ประชากรราว 4 พันกว่าคน อยู่ใกล้ขอบเขตด้านทิศเหนือของแนวคราส ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนานประมาณ 1 นาที 50 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงยเพียง 1°
เงาคราสวงแหวนเคลื่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออย่างรวดเร็ว เส้นกลางคราสลากผ่านทะเลสาบดิสแซปพอยต์เมนต์ (Lake Disappointment) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ปกติจะแห้งขอด จากนั้นผ่านตอนกลางของรัฐนอร์เทิร์นเทริทอรี เมืองเทนแนนต์ครีก (Tennant Creek) ประชากรราว 3 พันคน อยู่ใกล้ขอบเขตด้านทิศใต้ของแนวคราส เกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 3 นาที 6 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 16°
เงาคราสผ่านพื้นที่บางส่วนทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ ลงสู่อ่าวคาร์เพนแทเรีย เส้นกลางคราสผ่านเกาะมอร์นิงตันในอ่าวแห่งนี้ จากนั้นลากผ่านคาบสมุทรเคปยอร์ก ทางเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ ก่อนลงสู่ทะเลคอรัล
เวลาประมาณ 06:00 น. เงาคราสวงแหวนแตะแผ่นดินทางด้านตะวันออกของปาปัวนิวกินี บริเวณนี้มีเกาะที่อยู่ในแนวคราสวงแหวนหลายเกาะ เส้นกลางคราสผ่านเกาะบาซิลากี (Basilaki Island) ที่นั่นเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 4 นาที 59 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 39° จากนั้นผ่านทะเลโซโลมอนและมุ่งหน้าสู่หมู่เกาะโซโลมอน
เกาะชัวเซิล (Choiseul) ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ในหมู่เกาะโซโลมอน อยู่ในแนวคราส บนเส้นกลางคราสเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 5 นาที 16 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 49° หลังจากนั้น เงาคราสผ่านเส้นศูนย์สูตรในเวลาประมาณ 7 นาฬิกาเศษ เป็นเวลาไม่นานก่อนจะถึงหมู่เกาะกิลเบิร์ต อันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศคิริบาส เกาะตาระวา (Tarawa) ซึ่งเป็นอะทอลล์ อยู่ใกล้เส้นกลางคราส ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 6 นาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 74°
กึ่งกลางคราส (Greatest eclipse) ซึ่งเป็นเวลาที่ศูนย์กลางของเงาดวงจันทร์ผ่านใกล้ศูนย์กลางโลกมากที่สุด เกิดขึ้นเวลา 07:25:12 น. ตรงจุดที่อยู่ห่างหมู่เกาะกิลเบิร์ตไปทางทิศตะวันออกไม่ไกลนัก ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 6 นาที 3 วินาที เงากว้าง 173 กิโลเมตร ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 74°
เงาคราสวงแหวนเคลื่อนต่อไป ผ่านเกาะทาบูเอรันหรือเกาะแฟนนิง (Tabuaeran หรือ Fanning Island) เป็นอะทอลล์ส่วนหนึ่งของคิริบาส ชายฝั่งทางทิศใต้ของเกาะเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 4 นาที 49 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 40° จากนั้นเงาคราสวงแหวนเคลื่อนต่อไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในมหาสมุทรแปซิฟิกโดยไม่ผ่านเกาะอื่น ๆ อีก เงาคราสวงแหวนหลุดออกจากผิวโลกในเวลา 09:20 น. หลังจากนั้น สุริยุปราคาจะสิ้นสุดเมื่อเงามัวของดวงจันทร์ออกจากผิวโลกในเวลา 10:25 น.
บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนครอบคลุมพื้นที่บางส่วนทางด้านตะวันออกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย บางส่วนทางตอนเหนือของนิวซีแลนด์ ฮาวาย และส่วนใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิก สุริยุปราคาดำเนินอยู่ขณะดวงอาทิตย์ขึ้นเมื่อสังเกตจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกของออสเตรเลีย ดำเนินอยู่ขณะดวงอาทิตย์ตกเมื่อสังเกตจากด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก
สุริยุปราคาครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาครั้งที่ 31 ใน 70 ครั้งของซารอสที่ 138 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1472 - 2716 ซารอสนี้ประกอบด้วยสุริยุปราคาบางส่วน 7 ครั้ง วงแหวน 50 ครั้ง ผสม 1 ครั้ง เต็มดวง 3 ครั้ง และบางส่วน 9 ครั้ง ตามลำดับ สุริยุปราคาวงแหวนครั้งที่นานที่สุดคือ 8 นาที 2 วินาที เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1869 สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดคือ 56 วินาที จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 2554
สุริยุปราคาครั้งถัดไปของชุดซารอสที่ 138 ในอีก 18 ปีข้างหน้า เกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2574 เป็นสุริยุปราคาวงแหวนที่เส้นทางคราสวงแหวนผ่านจังหวัดบริเวณชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย รวมถึงบางส่วนของมาเลเซีย โดยแนวกลางคราสผ่านเกาะลังกาวีและ อ.เบตง จ.ยะลา นับเป็นสุริยุปราคาวงแหวนครั้งแรกในรอบ 66 ปีที่เห็นได้ในประเทศไทย หลังจากครั้งที่แล้วซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508
3. จันทรุปราคาเงามัว 25 พฤษภาคม 2556
วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2556 เกิดจันทรุปราคาเงามัว ดวงจันทร์ถูกเงามัวของโลกบังลึกที่สุดเวลา 11:10 น. ด้วยความลึกเพียง 1.6% ของเส้นผ่านศูนย์กลาง ไม่เห็นในประเทศไทย และสังเกตไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ พื้นที่บนโลกหันเข้าหาดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคาครั้งนี้ ได้แก่ ส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ด้านตะวันตกของยุโรป และด้านตะวันตกของทวีปแอฟริกา
ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา 25 พฤษภาคม 2556
1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 10:53:17 น.
2. กึ่งกลางของปรากฏการณ์ 11:09:59 น.
3. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 11:26:49 น.
จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นจันทรุปราคาครั้งแรกใน 71 ครั้ง ของชุดซารอสที่ 150 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 2013 - 3275 ซารอสนี้ประกอบด้วยจันทรุปราคาเงามัว 8 ครั้ง บางส่วน 23 ครั้ง เต็มดวง 12 ครั้ง บางส่วน 15 ครั้ง และเงามัว 13 ครั้ง ตามลำดับ จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดของซารอสนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2680 นาน 1 ชั่วโมง 45.3 นาที
4. จันทรุปราคาเงามัว 19 ตุลาคม 2556
จันทรุปราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในเช้ามืดวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2556 ตรงกับวันออกพรรษา ดวงจันทร์ถูกเงามัวของโลกบังลึกที่สุดเวลา 06:50 น. พื้นที่บนโลกที่เห็นจันทรุปราคาครั้งนี้ ได้แก่ ส่วนใหญ่ของอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เกือบทั้งหมดของเอเชีย ยกเว้นด้านตะวันออก
จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นชนิดเงามัว ซึ่งเราจะไม่เห็นดวงจันทร์แหว่ง เงามัวทำให้ดวงจันทร์คล้ำลงเล็กน้อย ยากที่จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าผิวดวงจันทร์ด้านทิศใต้หมองคล้ำลงเล็กน้อย เมื่อสังเกตจากประเทศไทย ดวงจันทร์ตกและดวงอาทิตย์ขึ้นขณะเกิดจันทรุปราคา กรุงเทพฯ ดวงจันทร์ตกเวลา 06:10 น.
ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคา 19 ตุลาคม 2556
1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 04:50:36 น.
2. กึ่งกลางของปรากฏการณ์ 06:50:16 น.
3. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 08:49:48 น.
จันทรุปราคาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 52 ใน 71 ครั้ง ของชุดซารอสที่ 117 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1094 - 2356 ซารอสนี้ประกอบด้วยจันทรุปราคาเงามัว 8 ครั้ง บางส่วน 9 ครั้ง เต็มดวง 24 ครั้ง บางส่วน 7 ครั้ง และเงามัว 23 ครั้ง ตามลำดับ จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดของซารอสนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 1707 นาน 1 ชั่วโมง 45.7 นาที
5. สุริยุปราคาผสม 3 พฤศจิกายน 2556
อุปราคาครั้งสุดท้ายของปีเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2556 เป็นสุริยุปราคาผสม ช่วงเริ่มต้นเป็นสุริยุปราคาวงแหวน จากนั้นกลายเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง แนวคราสเริ่มต้นทางด้านตะวันตกของแอตแลนติกเหนือ จากนั้นเข้าสู่ตอนกลางของทวีปแอฟริกา ประเทศไทยไม่เห็นสุริยุปราคาในวันนี้
สุริยุปราคาเริ่มขึ้นเมื่อเงามัวของดวงจันทร์แตะผิวโลกในเวลา 17:05 น. ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นสุริยุปราคาวงแหวนเริ่มเมื่อเงาคราสวงแหวนแตะผิวโลกบริเวณตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติกในเวลา 18:05 น. จุดนั้นอยู่ห่างชายฝั่งรัฐฟลอริดาของสหรัฐอเมริกาไปทางทิศตะวันออกเกือบ 1,000 กิโลเมตร เกิดสุริยุปราคาวงแหวนขณะดวงอาทิตย์ขึ้น นานเพียง 4 วินาที โดยเงาคราสวงแหวนกว้างเพียง 4 กิโลเมตร
เงาคราสวงแหวนเคลื่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยเงามีขนาดเล็กลงจนเป็นศูนย์ภายในไม่เกิน 20 วินาที หลังจากเริ่มแตะผิวโลก แล้วเปลี่ยนเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง โดยขนาดของเงามืดขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ กึ่งกลางคราสเกิดขึ้นเวลา 19:46:28 น. จุดนั้นอยู่ในมหาสมุทร ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไลบีเรียราว 320 กิโลเมตร เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 1 นาที 39.5 วินาที เงามืดกว้าง 57.5 กิโลเมตร ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 71°
เงามืดของดวงจันทร์เคลื่อนตัวไปทางตะวันออก ประเทศเซาตูเมและพรินซีพี ซึ่งเป็นเกาะ อยู่ห่างไปทางเหนือของแนวคราสเต็มดวง เห็นดวงอาทิตย์เป็นเสี้ยวบาง ๆ ขณะบังลึกที่สุด จากนั้นเงามืดพาดผ่านตอนกลางของทวีปแอฟริกา แตะชายฝั่งประเทศกาบองในเวลาประมาณ 20:50 น. จุดนั้นเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 1 นาที 8 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 47° แล้วเข้าสู่สาธารณรัฐคองโก สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และยูกันดา เส้นกลางคราสผ่านใกล้เมืองกูลู (Gulu) บริเวณนั้นเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 20 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 16°
เงามืดเข้าสู่ตอนเหนือของเคนยา ถึงบริเวณทะเลสาบทูร์คานา (Lake Turkana) ในเวลา 21:25 น. ที่กลางคราสเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงนาน 16 วินาที ดวงอาทิตย์มีมุมเงย 13° เงามืดเคลื่อนต่อไปโดยผ่านทางใต้ของเอธิโอเปีย ที่เส้นกลางคราสมีโอกาสเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงในเวลาที่สั้นลงเรื่อย ๆ จนสิ้นสุดคราสเต็มดวงเวลา 21:28 น. ในประเทศโซมาเลีย ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงขณะดวงอาทิตย์ตกนานเพียง 1 วินาที หลังจากนั้น สุริยุปราคาจะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์เมื่อเงามัวของดวงจันทร์ออกจากผิวโลกในเวลา 22:28 น.
บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วน ได้แก่ ด้านตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาใต้ พื้นที่กว้างใหญ่ในมหาสมุทรแอตแลนติก ทางใต้ของทวีปยุโรป และเกือบทั้งหมดของแอฟริกา สุริยุปราคาดำเนินอยู่ขณะดวงอาทิตย์ขึ้นเมื่อสังเกตจากด้านตะวันออกของอเมริกาเหนือและตอนเหนือของอเมริกาใต้ ดำเนินอยู่ขณะดวงอาทิตย์ตกเมื่อสังเกตจากด้านตะวันออกของแอฟริกา
สุริยุปราคาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 23 ใน 72 ครั้งของชุดซารอสที่ 143 ซึ่งดำเนินอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1617 - 2897 ซารอสนี้ประกอบด้วยสุริยุปราคาบางส่วน 10 ครั้ง เต็มดวง 12 ครั้ง ผสม 4 ครั้ง วงแหวน 26 ครั้ง และบางส่วน 20 ครั้ง ตามลำดับ สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่นานที่สุดคือ 3 นาที 50 วินาที เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 1887 สุริยุปราคาวงแหวนครั้งที่นานที่สุดของชุดซารอสนี้คือ 4 นาที 54 วินาที จะเกิดขึ้นในวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 2518
สุริยุปราคาครั้งที่ผ่านมาในชุดซารอสที่ 143 คือสุริยุปราคาเต็มดวงที่พาดผ่านประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงนำคณาจารย์และนักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ศึกษาปรากฏการณ์ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ วิทยาเขตสีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยสถานีโทรทัศน์ทุกช่องได้ถ่ายทอดสดสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนั้นด้วย
สุริยุปราคาในชุดซารอสนี้จะผ่านประเทศไทยอีกครั้งในอีก 90 ปีข้างหน้า โดยกลายเป็นสุริยุปราคาวงแหวน เห็นได้ในภาคใต้ของไทยในเวลาบ่ายของวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2646 โดยเงาคราสวงแหวนผ่านพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตรัง และนครศรีธรรมราช ผู้สังเกตที่แนวเส้นกลางคราสเห็นสุริยุปราคาวงแหวนนาน 1 นาที
พ.ศ. 2557
● จันทรุปราคาเต็มดวง 15 เมษายน 2557 - ไม่เห็นในประเทศไทย
● สุริยุปราคาวงแหวน 29 เมษายน 2557 - แนวคราสวงแหวนผ่านทวีปแอนตาร์กติกา บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วน ได้แก่ ตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ออสเตรเลีย และบางส่วนของอินโดนีเซีย ประเทศไทยไม่เห็นสุริยุปราคาในวันนี้
● จันทรุปราคาเต็มดวง 8 ตุลาคม 2557 - จันทรุปราคาเต็มดวงดำเนินอยู่ขณะดวงจันทร์ขึ้นและดวงอาทิตย์ตกที่ประเทศไทย
● สุริยุปราคาบางส่วน 24 ตุลาคม 2557 - เห็นไดัในเกือบทั้งหมดของทวีปอเมริกาเหนือ และด้านตะวันออกเฉียงเหนือของรัสเซีย ประเทศไทยไม่เห็นสุริยุปราคาในวันนี้
ดูเพิ่ม
● สารพันคำถามเกี่ยวกับดาราศาสตร์ : หมวดดวงอาทิตย์
● สารพันคำถามเกี่ยวกับดาราศาสตร์ : หมวดดวงจันทร์








