สมาคมดาราศาสตร์ไทย

ดาวเคราะห์น้อยที่หมุนเร็วที่สุด

ดาวเคราะห์น้อยที่หมุนเร็วที่สุด

14 ม.ค. 2569
รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
เมื่อวันที่ มกราคม โครงการสำรวจชื่อแอลเอสเอสที (Legacy Survey of Space and Time) ได้เผยแพร่รายงานลงในวารสารแอสโทรฟิสิคัลเจอร์นัลเลตเทอรส์ เป็นรายงานผลการสำรวจที่ดำเนินการในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2568 ซึ่งอยู่ในช่วงการทดสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ของกล้องรูบิน 

รายงานฉบับดังกล่าวแสดงถึงการค้นพบวัตถุหมุนเร็วมากถึง 19 ดวง  แต่มีดวงหนึ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ นั่นคือ 2025 เอ็มเอ็น 45 (2025 MN45) เป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 710 เมตร โคจรอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยหลัก ซึ่งอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวพฤหัสบดีกับดาวอังคาร ความน่าสนใจของวัตถุดวงนี้คือ มันหมุนรอบตัวเองครบรอบทุก 1.88 นาที! 

โดยปกติ วัตถุในแถบดาวเคราะห์น้อยมีอัตราการหมุนไม่เร็วไปกว่า 2.2 ชั่วโมงต่อรอบ เพราะถ้าหมุนเร็วกว่านี้อาจแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หรือไม่ก็หลุดออกไปเป็นสองดวง 

2025 MN45
ภาพในจินตนาการของศิลปินของดาวเคราะห์น้อย 2525 เอ็มเอ็น 45 (2025 MN45) ดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดเกิน 500 เมตรที่หมุนรอบตัวเองเร็วที่สุด (จาก NSF–DOE Vera C. Rubin Observatory/NOIRLab/SLAC/AURA/P. Marenfeld)

ขีดจำกัด 2.2 ชั่วโมงต่อรอบนี้กำหนดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งอัตราส่วนระหว่างน้ำแข็งกับหินในเนื้อดาวเคราะห์น้อย ขนาด และโครงสร้างของเนื้อว่าเป็นวัตถุแข็งตันหรือเป็นก้อนหินเล็ก ๆ จำนวนมากที่มาเกาะกันอย่างหลวม ๆ แบบที่เรียกกันว่า "กองหิน" นักดาราศาสตร์คาดว่าดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่มีโครงสร้างแบบกองหิน แต่สำหรับ 2025 เอ็มเอ็น 45 ย่อมไม่ใช่แบบนี้อย่างแน่นอน  การที่ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ทนอยู่กับอัตราหมุนเร็วขนาดนี้ได้ แสดงว่าต้องเป็นวัตถุตันที่มีแรงยึดเกาะกันอย่างแน่นหนา 

กราฟความสว่างของ 2025 เอ็มเอ็น 45 (2025 MN45)
กราฟความสว่างของดาวเคราะห์น้อย 2025 เอ็มเอ็น 45 (2025 MN45) แกนตั้งแสดงความสว่าง แกนนอนแสดงเวลา ความสว่างที่ผันแปรรายคาบแสดงถึงผลที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเอง คาบของการแปรแสงก็คือคาบการหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์น้อย กราฟความสว่างยังช่วยให้นักดาราศาสตร์ได้ทราบถึงขนาด รูปร่าง และสมบัติทางกายภาพของพื้นผิวได้ด้วย (จาก NSF–DOE Vera C. Rubin Observatory/NOIRLab/SLAC/AURA/J. Pollard Acknowledgement: PI: Sarah Greenstreet (NSF NOIRLab/Rubin Observatory))

ดาวเคราะห์น้อยอีกดวงหนึ่งที่ถูกค้นพบในเวลาไล่เลี่ยกันก็มีอัตราหมุนเร็วมากเช่นกัน คือ 2025 เอ็มเจ 71 (2025 MJ71) มีอัตราหมุน 1.9 นาทีต่อรอบ

ก่อนที่กล้องรูบินจะเข้าประจำการ ดาวเคราะห์น้อยหมุนเร็วเกือบทั้งหมดเป็นดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก เพราะอยู่ใกล้พอจะวัดสมบัติทางกายภาพได้ แต่ด้วยกล้องรูบินที่มีความไวสูงมาก ทำให้นักดาราศาสตร์วัดสมบัติทางกายภาพของวัตถุที่อยู่ห่างไกลได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น

นอกจากความไวแสงที่สูงมากแล้ว ข้อได้เปรียบของกล้องรูบินก็คือ กล้องรูบินสำรวจท้องฟ้าซ้ำ ๆ จึงจับความสว่างที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างละเอียดและแม่นยำ นอกจากความสามารถนี้จะเป็นผลดีในการตรวจวัดสมบัติทางกายภาพของดาวเคราะห์น้อยแล้ว ยังเป็นประโยชน์ในการตรวจจับดาวเคราะห์ดวงใหม่ รวมถึงซูเปอร์โนวา ดาวแปรแสง ภายในสิบปีข้างหน้า โครงการแอลเอสเอสทีจะทำแผนที่ทางช้างเผือกที่มีความละเอียดสูงมากซึ่งจะช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจเรื่องของสสารมืดได้ดียิ่งขึ้น 

ที่มา: