ดาวเคราะห์ในปี 2558
ดาวเคราะห์สว่างที่เห็นได้ง่ายด้วยตาเปล่าจากโลกมี 5 ดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ อีก 2 ดวง คือ ดาวยูเรนัสและเนปจูน ต้องอาศัยกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ นอกจากดาวเคราะห์แล้ว ยังสามารถส่องเห็นดาวบริวารบางดวงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริวารของดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์
ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์และเคลื่อนที่เร็วที่สุด ด้วยมุมห่างที่จำกัด จึงมีโอกาสสังเกตดาวพุธได้เฉพาะในเวลาพลบค่ำหรือรุ่งสาง ปีนี้มีช่วงที่สังเกตดาวพุธได้ดีในเวลาเช้ามืดอยู่ 3 ช่วง ช่วงแรกตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม ช่วงที่ 2 คือกลางเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ช่วงที่ 3 คือกลางเดือนตุลาคม โดยมีดาวอังคาร ดาวศุกร์ และดาวพฤหัสบดี เกาะกลุ่มกันอยู่สูงเหนือดาวพุธ
ช่วงเวลาที่สังเกตดาวพุธได้ดีในเวลาหัวค่ำมี 4 ช่วง ช่วงแรกเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนถึงปลายเดือนมกราคม โดยมีดาวศุกร์อยู่ใกล้ สามารถสังเกตเห็นเป็นดาวสว่างอยู่คู่กัน ช่วงที่ 2 คือปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม โดยผ่านใกล้ดาวอังคารในวันที่ 22-23 เมษายน ช่วงที่ 3 คือต้นเดือนสิงหาคมถึงกลางเดือนกันยายน โดยผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดีในวันที่ 7 สิงหาคม ช่วงสุดท้ายคือกลางเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม 2559
ตลอดครึ่งแรกของปี 2558 ดาวศุกร์เป็นดาวประจำเมืองอยู่บนท้องฟ้าด้านทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ วันที่ 5-16 มกราคม ดาวพุธผ่านมาใกล้ดาวศุกร์ภายในระยะ 2° เข้าใกล้กันที่สุดในค่ำวันที่ 11 มกราคม ที่ระยะ 0.6° คืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ดาวศุกร์อยู่ใกล้ดาวเนปจูนที่ระยะ 0.8° คืนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ดาวศุกร์อยู่ใกล้ดาวอังคารที่ระยะ 0.4°
วันที่ 4 มีนาคม ดาวศุกร์ผ่านใกล้ดาวยูเรนัสที่ระยะ 0.3° วันที่ 11 เมษายน มองเห็นดาวศุกร์อยู่ทางซ้ายมือของกระจุกดาวลูกไก่ 3° วันที่ 7 มิถุนายน ดาวศุกร์อยู่ห่างดวงอาทิตย์ที่สุดด้วยมุม 45° จากนั้นวันที่ 13 มิถุนายน ดาวศุกร์ผ่านทางขวามือของกระจุกดาวรังผึ้ง ห่าง 0.8°
ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ดาวศุกร์กับดาวพฤหัสบดีอยู่เคียงคู่กัน ใกล้กันที่สุดในค่ำวันที่ 1 กรกฎาคม ห่างกัน 0.4° กลางเดือนกรกฎาคม ดาวศุกร์ผ่านใกล้ดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโตที่ระยะ 2.4° ต้นเดือนสิงหาคม ดาวศุกร์เคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นจนสังเกตได้ยาก
ปลายเดือนสิงหาคม ดาวศุกร์เริ่มเป็นดาวประกายพรึกอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด ผ่านทางทิศใต้ (ขวามือ) ของดาวหัวใจสิงห์ในต้นเดือนตุลาคม ปลายเดือนนี้ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงที่ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี และดาวอังคาร อยู่ใกล้กัน ดาวศุกร์ผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดีในวันที่ 26 ตุลาคม ที่ระยะ 1.0° เป็นวันที่ดาวศุกร์ห่างดวงอาทิตย์ที่สุดด้วยมุม 46° จากนั้นดาวศุกร์จะผ่านใกล้ดาวอังคารในวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ระยะ 0.7°
ดาวศุกร์ปรากฏบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2559 โดยจะผ่านใกล้ดาวเสาร์ในเช้ามืดวันที่ 9 มกราคม 2559 ห่างกันเพียง 0.3°
เดือนสิงหาคม ดาวอังคารกลับมาปรากฏบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด โดยออกจากกลุ่มดาวคนคู่ เข้าสู่กลุ่มดาวปู ผ่านกระจุกดาวรังผึ้งในวันที่ 20-21 สิงหาคม ต้นดือนกันยายนเข้าสู่กลุ่มดาวสิงโต โดยมีดาวศุกร์ปรากฏอยู่ทางขวามือของดาวอังคาร เช้ามืดวันที่ 25 กันยายน ดาวอังคารผ่านใกล้ดาวหัวใจสิงห์ จากนั้นดาวอังคารจะเคลื่อนไปอยู่เคียงดาวพฤหัสบดีในวันที่ 17-19 ตุลาคม โดยมีดาวศุกร์อยู่สูงเหนือดาวทั้งสองไม่มากนัก สองสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคมจะเห็นดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวศุกร์ เกาะกลุ่มเรียงกันเป็นแนวอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด
ต้นเดือนพฤศจิกายน ดาวอังคารผ่านใกล้ดาวศุกร์ขณะเคลื่อนเข้าสู่กลุ่มดาวหญิงสาว ปลายเดือนธันวาคม ดาวอังคารอยู่ทางซ้ายมือของดาวรวงข้าว ยังคงอยู่ในกลุ่มดาวนี้ไปถึงกลางเดือนมกราคม 2559
ต้นปี 2558 ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต จากนั้นเคลื่อนถอยหลังเข้าสู่กลุ่มดาวปู วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 ดาวพฤหัสบดีผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ สว่างที่สุดในรอบปี มีขนาดปรากฏตามแนวศูนย์สูตร 45.4 พิลิปดา สว่างที่โชติมาตร –2.6 หลังจากนั้นจะเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำของทุกวันไปจนถึงเดือนสิงหาคม
ต้นเดือนพฤษภาคม ดาวพฤหัสบดีทำมุม 90°กับดวงอาทิตย์ จึงเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่เหนือศีรษะขณะดวงอาทิตย์ตก และตกลับขอบฟ้าราวเที่ยงคืน ต้นเดือนมิถุนายน ดาวพฤหัสบดีเคลื่อนเข้าสู่กลุ่มดาวสิงโต ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ดาวพฤหัสบดีอยู่เคียงคู่ดาวศุกร์
ต้นเดือนสิงหาคม ดาวพฤหัสบดีเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นจนปรากฏอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ ขณะนั้นดาวพุธจะผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดีและมีดาวหัวใจสิงห์อยู่ใกล้ ๆ ดาวพฤหัสบดีหายไปในแสงจ้าของดวงอาทิตย์โดยอยู่ในทิศทางเดียวกันในปลายเดือนสิงหาคม
กลางเดือนกันยายน หากท้องฟ้าเปิดอาจเริ่มเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด ดาวพฤหัสบดีเคลื่อนห่างดวงอาทิตย์มากขึ้น ผ่านใกล้ดาวอังคารในวันที่ 18 ตุลาคม และใกล้ดาวศุกร์ในวันที่ 26 ตุลาคม ดาวพฤหัสบดีอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดต่อไปจนถึงต้นปีหน้า โดยทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อย ๆ และเข้าใกล้กลุ่มดาวหญิงสาวมากขึ้น กลางเดือนธันวาคม ดาวพฤหัสบดีทำมุมฉากกับดวงอาทิตย์ ขึ้นเหนือขอบฟ้าในเวลาประมาณเที่ยงคืน แล้วอยู่เหนือศีรษะในเวลาเช้ามืด
ดาวพฤหัสบดีมีดวงจันทร์บริวารที่ค้นพบแล้วมากกว่า 60 ดวง ดวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 4 ดวง สามารถเห็นได้ด้วยกล้องสองตา ได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด และคัลลิสโต ช่วงที่อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ แกนีมีดจะสว่างที่สุดด้วยโชติมาตรประมาณ +4.4 คัลลัสโตจางที่สุด โดยจางกว่าแกนีมีดราว 1 อันดับ
ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในระบบสุริยะ มีรูปร่างเป็นทรงกลมแป้น เส้นผ่านศูนย์กลางในแนวขั้วสั้นกว่าในแนวศูนย์สูตรราวร้อยละ 10 บรรยากาศของดาวเสาร์ถูกแบ่งเป็นแถบและเขตต่าง ๆ แบบเดียวกับดาวพฤหัสบดี บางครั้งเกิดแถบเมฆสีขาวขึ้นในบรรยากาศ เรียกว่าจุดขาวใหญ่ (Great White Spot) ครั้งล่าสุดพบเมื่อปลายปี 2553
ดาวเสาร์มีวงแหวนสว่างล้อมรอบอยู่ในแนวระนาบศูนย์สูตร กล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กสามารถแบ่งวงแหวนดาวเสาร์ออกได้เป็น 3 วง ได้แก่วงแหวนเอ (A), บี (B), และซี (C) เรียงลำดับจากวงนอกถึงวงในสุด เมื่อสังเกตจากโลก ขอบวงแหวนจะหันเข้าหาโลกทุก ๆ 15-16 ปี ครั้งล่าสุดเมื่อปลายปี 2552 ปัจจุบันดาวเสาร์กำลังหันขั้วเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อย ๆ วงแหวนดาวเสาร์จึงมีแนวโน้มขยายกว้างขึ้นในแนวเหนือ-ใต้ โดยจะกว้างที่สุดใน พ.ศ. 2560
ต้นปี 2558 ดาวเสาร์อยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด โดยอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่ง ค่อนไปทางกลุ่มดาวแมงป่อง วันที่ 23 พฤษภาคม ดาวเสาร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ มีขนาดปรากฏตามแนวศูนย์สูตร 18.5 พิลิปดา สว่างที่โชติมาตร +0.0 หลังจากนั้นจะเริ่มเห็นดาวเสาร์บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ดาวเสาร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยเข้าสู่กลุ่มดาวแมงป่องตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม
กลางเดือนพฤศจิกายน ดาวเสาร์เคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนไม่สามารถสังเกตได้ กลางเดือนธันวาคม ดาวเสาร์ออกห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้น น่าจะเริ่มเห็นได้บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู
ดาวเสาร์มีดาวบริวารที่ค้นพบแล้วมากกว่า 60 ดวง ไททัน (Titan) มีขนาดใหญ่ที่สุด ขณะดาวเสาร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ไททันจะสว่างที่สุดราวโชติมาตร 8 ดาวบริวารดวงที่สว่างรองลงมา ได้แก่ เรีย (Rhea), ทีทิส (Tethys), ไดโอนี (Dione), เอนเซลาดัส (Enceladus), และไอยาพิตัส (Iapetus) บริวาร 5 ดวงนี้มีโชติมาตรอยู่ในช่วง 9 ถึง 12 โดยโชติมาตรของไอยาพิตัสแปรผันระหว่าง 10 ถึง 12 เนื่องจากพื้นผิว 2 ด้านสะท้อนแสงไม่เท่ากัน สว่างกว่าเมื่อปรากฏอยู่ทางทิศตะวันตกของดาวเสาร์
ดาวยูเรนัสอยู่ในกลุ่มดาวปลา เดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคม 2558 สังเกตได้บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก ซึ่งช่วงท้ายดาวศุกร์และดาวอังคารจะผ่านใกล้ดาวยูเรนัส หลังจากนั้น ดาวยูเรนัสเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น กลับมาสังเกตได้อีกครั้งในเวลาเช้ามืด เริ่มตั้งแต่ราวกลางเดือนพฤษภาคม กลางเดือนกรกฎาคม ดาวยูเรนัสทำมุม 90°กับดวงอาทิตย์ จากนั้นจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 12 ตุลาคม 2558 สว่างที่โชติมาตร +5.7 มีขนาดเชิงมุมตามแนวศูนย์สูตร 3.7 พิลิปดา
ดาวเนปจูนอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ สังเกตได้ด้วยกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ ครึ่งแรกของเดือนมกราคม 2558 ดาวเนปจูนอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก ดาวอังคารจะผ่านใกล้ดาวเนปจูนโดยเข้าใกล้กันที่สุดในคืนวันที่ 20 มกราคม 2558 ที่ระยะ 0.4° จากนั้นดาวศุกร์จะผ่านใกล้ดาวเนปจูนในคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ระยะ 0.8° ทั้งสองช่วง โดยเฉพาะช่วงแรก อาจเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการสังเกตดาวเนปจูนด้วยกล้องโทรทรรศน์
หลังจากใกล้ดาวศุกร์แล้ว ดาวเนปจูนจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นจนไม่สามารถสังเกตได้ ต้นเดือนเมษายน เริ่มปรากฏบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด ทำมุมฉากกับดวงอาทิตย์ในปลายเดือนพฤษภาคม แล้วอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 1 กันยายน 2558 สว่างที่สุดด้วยโชติมาตร +7.8 มีขนาดเชิงมุมตามแนวศูนย์สูตร 2.4 พิลิปดา
ปลายเดือนพฤศจิกายน ดาวเนปจูนทำมุมฉากกับดวงอาทิตย์ขณะอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ และคงอยู่บนท้องฟ้าเวลานี้ต่อไปถึงต้นปี 2559
แผนที่แสดงตำแหน่งดาวยูเรนัสและดาวเนปจูน โดยมีเส้นบอกตำแหน่งทุกวันแรกของเดือน (1 = มกราคม 2558, 2 = กุมภาพันธ์ 2558, ..., 13 = มกราคม 2559, 14 = กุมภาพันธ์ 2559) ขนาดของวงกลมดาวในภาพ กำหนดตามความสว่าง ดาวดวงเล็กที่สุดในแผนที่สำหรับดาวเนปจูนมีโชติมาตร 9
แผนภาพแสดงตำแหน่งดาวเคราะห์ตามมุมห่างจากดวงอาทิตย์ตลอดปี 2558 ช่วยให้เห็นภาพรวมคร่าว ๆ ของการปรากฏของดาวเคราะห์ในแต่ละวัน เส้นตรงกลางในแนวดิ่งคือตำแหน่งดวงอาทิตย์ แถบที่แผ่ออกไปสองข้างจากแนวกลางเป็นส่วนที่มีแสงอาทิตย์รบกวน แกนนอนบอกมุมห่างจากดวงอาทิตย์ แกนตั้งบอกวันในแต่ละเดือน แถบที่พาดในแนวเฉียงบอกขอบเขตของกลุ่มดาวจักรราศี เมื่อดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางตะวันตก (ขวามือ) แสดงว่ามองเห็นได้ดีในเวลาเช้ามืด เมื่อดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางตะวันออก (ซ้ายมือ) แสดงว่ามองเห็นได้ดีในเวลาหัวค่ำ ดาวเคราะห์วงนอกจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เมื่อทำมุม 180° แสดงว่าเป็นช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นสว่างและใกล้โลกที่สุดในรอบปี
ดาวพุธ
ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์และเคลื่อนที่เร็วที่สุด ด้วยมุมห่างที่จำกัด จึงมีโอกาสสังเกตดาวพุธได้เฉพาะในเวลาพลบค่ำหรือรุ่งสาง ปีนี้มีช่วงที่สังเกตดาวพุธได้ดีในเวลาเช้ามืดอยู่ 3 ช่วง ช่วงแรกตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม ช่วงที่ 2 คือกลางเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ช่วงที่ 3 คือกลางเดือนตุลาคม โดยมีดาวอังคาร ดาวศุกร์ และดาวพฤหัสบดี เกาะกลุ่มกันอยู่สูงเหนือดาวพุธ
ช่วงเวลาที่สังเกตดาวพุธได้ดีในเวลาหัวค่ำมี 4 ช่วง ช่วงแรกเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนถึงปลายเดือนมกราคม โดยมีดาวศุกร์อยู่ใกล้ สามารถสังเกตเห็นเป็นดาวสว่างอยู่คู่กัน ช่วงที่ 2 คือปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม โดยผ่านใกล้ดาวอังคารในวันที่ 22-23 เมษายน ช่วงที่ 3 คือต้นเดือนสิงหาคมถึงกลางเดือนกันยายน โดยผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดีในวันที่ 7 สิงหาคม ช่วงสุดท้ายคือกลางเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม 2559
| ร่วมทิศแนววงนอก | - | 10 เม.ย. | 24 ก.ค. | 17 พ.ย. |
| ห่างดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันออกมากที่สุด | 15 ม.ค. (19°) | 7 พ.ค. (21°) | 4 ก.ย. (27°) | 29 ธ.ค. (20°) |
| ร่วมทิศแนววงใน | 30 ม.ค. | 30 พ.ค. | 30 ก.ย. | - |
| ห่างดวงอาทิตย์ไปทางทิศตะวันตกมากที่สุด | 24 ก.พ. (27°) | 25 มิ.ย. (23°) | 16 ต.ค. (18°) |
ดาวศุกร์
ตลอดครึ่งแรกของปี 2558 ดาวศุกร์เป็นดาวประจำเมืองอยู่บนท้องฟ้าด้านทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ วันที่ 5-16 มกราคม ดาวพุธผ่านมาใกล้ดาวศุกร์ภายในระยะ 2° เข้าใกล้กันที่สุดในค่ำวันที่ 11 มกราคม ที่ระยะ 0.6° คืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ดาวศุกร์อยู่ใกล้ดาวเนปจูนที่ระยะ 0.8° คืนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ดาวศุกร์อยู่ใกล้ดาวอังคารที่ระยะ 0.4°
วันที่ 4 มีนาคม ดาวศุกร์ผ่านใกล้ดาวยูเรนัสที่ระยะ 0.3° วันที่ 11 เมษายน มองเห็นดาวศุกร์อยู่ทางซ้ายมือของกระจุกดาวลูกไก่ 3° วันที่ 7 มิถุนายน ดาวศุกร์อยู่ห่างดวงอาทิตย์ที่สุดด้วยมุม 45° จากนั้นวันที่ 13 มิถุนายน ดาวศุกร์ผ่านทางขวามือของกระจุกดาวรังผึ้ง ห่าง 0.8°
ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ดาวศุกร์กับดาวพฤหัสบดีอยู่เคียงคู่กัน ใกล้กันที่สุดในค่ำวันที่ 1 กรกฎาคม ห่างกัน 0.4° กลางเดือนกรกฎาคม ดาวศุกร์ผ่านใกล้ดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโตที่ระยะ 2.4° ต้นเดือนสิงหาคม ดาวศุกร์เคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นจนสังเกตได้ยาก
ปลายเดือนสิงหาคม ดาวศุกร์เริ่มเป็นดาวประกายพรึกอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด ผ่านทางทิศใต้ (ขวามือ) ของดาวหัวใจสิงห์ในต้นเดือนตุลาคม ปลายเดือนนี้ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงที่ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี และดาวอังคาร อยู่ใกล้กัน ดาวศุกร์ผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดีในวันที่ 26 ตุลาคม ที่ระยะ 1.0° เป็นวันที่ดาวศุกร์ห่างดวงอาทิตย์ที่สุดด้วยมุม 46° จากนั้นดาวศุกร์จะผ่านใกล้ดาวอังคารในวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ระยะ 0.7°
ดาวศุกร์ปรากฏบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2559 โดยจะผ่านใกล้ดาวเสาร์ในเช้ามืดวันที่ 9 มกราคม 2559 ห่างกันเพียง 0.3°
ดาวอังคาร
ปี 2558 ดาวอังคารไม่ผ่านจุดตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ จึงไม่ใช่ปีที่ดีนักสำหรับการสังเกตดาวอังคาร ต้นปีดาวอังคารอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ เคลื่อนผ่านกลุ่มดาวแพะทะเล คนแบกหม้อน้ำ ปลา และแกะ โดยผ่านใกล้ดาวพุธในวันที่ 22-23 เมษายน เดือนพฤษภาคมดาวอังคารอยู่ต่ำจนสังเกตได้ยาก ดาวอังคารจะอยู่ในทิศทางเดียวกับดวงอาทิตย์ในกลางเดือนมิถุนายนเดือนสิงหาคม ดาวอังคารกลับมาปรากฏบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด โดยออกจากกลุ่มดาวคนคู่ เข้าสู่กลุ่มดาวปู ผ่านกระจุกดาวรังผึ้งในวันที่ 20-21 สิงหาคม ต้นดือนกันยายนเข้าสู่กลุ่มดาวสิงโต โดยมีดาวศุกร์ปรากฏอยู่ทางขวามือของดาวอังคาร เช้ามืดวันที่ 25 กันยายน ดาวอังคารผ่านใกล้ดาวหัวใจสิงห์ จากนั้นดาวอังคารจะเคลื่อนไปอยู่เคียงดาวพฤหัสบดีในวันที่ 17-19 ตุลาคม โดยมีดาวศุกร์อยู่สูงเหนือดาวทั้งสองไม่มากนัก สองสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคมจะเห็นดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวศุกร์ เกาะกลุ่มเรียงกันเป็นแนวอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด
ต้นเดือนพฤศจิกายน ดาวอังคารผ่านใกล้ดาวศุกร์ขณะเคลื่อนเข้าสู่กลุ่มดาวหญิงสาว ปลายเดือนธันวาคม ดาวอังคารอยู่ทางซ้ายมือของดาวรวงข้าว ยังคงอยู่ในกลุ่มดาวนี้ไปถึงกลางเดือนมกราคม 2559
ดาวอังคารจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเมื่อ พ.ศ. 2542 (ภาพ – Jim Bell (Cornell University), Justin Maki (JPL), Mike Wolff (Space Sciences Institute), NASA)
ดาวอังคารขณะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในปีต่าง ๆ (เวลาประเทศไทย) ตัวเลขที่ระบุไว้ข้างเส้นซึ่งเชื่อมระหว่างโลกกับดาวอังคารคือระยะห่างขณะใกล้กันที่สุด มีหน่วยเป็นล้านกิโลเมตร ในวงเล็บคือวันที่ใกล้กันที่สุด ซึ่งอาจไม่ตรงกับวันที่ดาวอังคารทำมุม 180° กับดวงอาทิตย์
ดาวพฤหัสบดี
ต้นปี 2558 ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต จากนั้นเคลื่อนถอยหลังเข้าสู่กลุ่มดาวปู วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 ดาวพฤหัสบดีผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ สว่างที่สุดในรอบปี มีขนาดปรากฏตามแนวศูนย์สูตร 45.4 พิลิปดา สว่างที่โชติมาตร –2.6 หลังจากนั้นจะเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำของทุกวันไปจนถึงเดือนสิงหาคม
ต้นเดือนพฤษภาคม ดาวพฤหัสบดีทำมุม 90°กับดวงอาทิตย์ จึงเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่เหนือศีรษะขณะดวงอาทิตย์ตก และตกลับขอบฟ้าราวเที่ยงคืน ต้นเดือนมิถุนายน ดาวพฤหัสบดีเคลื่อนเข้าสู่กลุ่มดาวสิงโต ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ดาวพฤหัสบดีอยู่เคียงคู่ดาวศุกร์
ต้นเดือนสิงหาคม ดาวพฤหัสบดีเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นจนปรากฏอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ ขณะนั้นดาวพุธจะผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดีและมีดาวหัวใจสิงห์อยู่ใกล้ ๆ ดาวพฤหัสบดีหายไปในแสงจ้าของดวงอาทิตย์โดยอยู่ในทิศทางเดียวกันในปลายเดือนสิงหาคม
บรรยากาศของดาวพฤหัสบดีแบ่งได้เป็นหลายส่วนตามริ้วที่พาดในแนวขนานกับเส้นศูนย์สูตร ริ้วคล้ำเรียกว่าแถบ (belt) ริ้วสว่างเรียกว่าเขต (zone) ซ้อนกับบริเวณต่าง ๆ ได้แก่ เขตศูนย์สูตร (equatorial) เขตร้อน (tropical) เขตอบอุ่น (temperate) และเขตขั้วดาว (polar) ทั้งซีกเหนือและใต้
กลางเดือนกันยายน หากท้องฟ้าเปิดอาจเริ่มเห็นดาวพฤหัสบดีอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด ดาวพฤหัสบดีเคลื่อนห่างดวงอาทิตย์มากขึ้น ผ่านใกล้ดาวอังคารในวันที่ 18 ตุลาคม และใกล้ดาวศุกร์ในวันที่ 26 ตุลาคม ดาวพฤหัสบดีอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดต่อไปจนถึงต้นปีหน้า โดยทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อย ๆ และเข้าใกล้กลุ่มดาวหญิงสาวมากขึ้น กลางเดือนธันวาคม ดาวพฤหัสบดีทำมุมฉากกับดวงอาทิตย์ ขึ้นเหนือขอบฟ้าในเวลาประมาณเที่ยงคืน แล้วอยู่เหนือศีรษะในเวลาเช้ามืด
ดาวพฤหัสบดีมีดวงจันทร์บริวารที่ค้นพบแล้วมากกว่า 60 ดวง ดวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 4 ดวง สามารถเห็นได้ด้วยกล้องสองตา ได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด และคัลลิสโต ช่วงที่อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ แกนีมีดจะสว่างที่สุดด้วยโชติมาตรประมาณ +4.4 คัลลัสโตจางที่สุด โดยจางกว่าแกนีมีดราว 1 อันดับ
| ดาวเคราะห์ | วันที่ | โชติมาตร (อันดับความสว่าง) |
|---|---|---|
| ดาวพฤหัสบดี | 7 กุมภาพันธ์ | -2.6 |
| ดาวเสาร์ | 23 พฤษภาคม | +0.0 |
| ดาวเนปจูน | 1 กันยายน | +7.8 |
| ดาวยูเรนัส | 12 ตุลาคม | +5.7 |
| ดาวอังคาร | - | - |
ดาวเสาร์
ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในระบบสุริยะ มีรูปร่างเป็นทรงกลมแป้น เส้นผ่านศูนย์กลางในแนวขั้วสั้นกว่าในแนวศูนย์สูตรราวร้อยละ 10 บรรยากาศของดาวเสาร์ถูกแบ่งเป็นแถบและเขตต่าง ๆ แบบเดียวกับดาวพฤหัสบดี บางครั้งเกิดแถบเมฆสีขาวขึ้นในบรรยากาศ เรียกว่าจุดขาวใหญ่ (Great White Spot) ครั้งล่าสุดพบเมื่อปลายปี 2553
ดาวเสาร์มีวงแหวนสว่างล้อมรอบอยู่ในแนวระนาบศูนย์สูตร กล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กสามารถแบ่งวงแหวนดาวเสาร์ออกได้เป็น 3 วง ได้แก่วงแหวนเอ (A), บี (B), และซี (C) เรียงลำดับจากวงนอกถึงวงในสุด เมื่อสังเกตจากโลก ขอบวงแหวนจะหันเข้าหาโลกทุก ๆ 15-16 ปี ครั้งล่าสุดเมื่อปลายปี 2552 ปัจจุบันดาวเสาร์กำลังหันขั้วเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อย ๆ วงแหวนดาวเสาร์จึงมีแนวโน้มขยายกว้างขึ้นในแนวเหนือ-ใต้ โดยจะกว้างที่สุดใน พ.ศ. 2560
ต้นปี 2558 ดาวเสาร์อยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด โดยอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่ง ค่อนไปทางกลุ่มดาวแมงป่อง วันที่ 23 พฤษภาคม ดาวเสาร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ มีขนาดปรากฏตามแนวศูนย์สูตร 18.5 พิลิปดา สว่างที่โชติมาตร +0.0 หลังจากนั้นจะเริ่มเห็นดาวเสาร์บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ดาวเสาร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยเข้าสู่กลุ่มดาวแมงป่องตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม
ภาพถ่ายวงแหวนดาวเสาร์จากยานแคสซีนี แสดงวงหลัก A, B, C กับวงที่ไม่ชัดนัก คือวง D ที่อยู่ด้านใน และวง F ที่อยู่ด้านนอก
กลางเดือนพฤศจิกายน ดาวเสาร์เคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนไม่สามารถสังเกตได้ กลางเดือนธันวาคม ดาวเสาร์ออกห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้น น่าจะเริ่มเห็นได้บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู
ดาวเสาร์มีดาวบริวารที่ค้นพบแล้วมากกว่า 60 ดวง ไททัน (Titan) มีขนาดใหญ่ที่สุด ขณะดาวเสาร์อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ไททันจะสว่างที่สุดราวโชติมาตร 8 ดาวบริวารดวงที่สว่างรองลงมา ได้แก่ เรีย (Rhea), ทีทิส (Tethys), ไดโอนี (Dione), เอนเซลาดัส (Enceladus), และไอยาพิตัส (Iapetus) บริวาร 5 ดวงนี้มีโชติมาตรอยู่ในช่วง 9 ถึง 12 โดยโชติมาตรของไอยาพิตัสแปรผันระหว่าง 10 ถึง 12 เนื่องจากพื้นผิว 2 ด้านสะท้อนแสงไม่เท่ากัน สว่างกว่าเมื่อปรากฏอยู่ทางทิศตะวันตกของดาวเสาร์
ดาวยูเรนัส
ดาวยูเรนัสอยู่ในกลุ่มดาวปลา เดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคม 2558 สังเกตได้บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก ซึ่งช่วงท้ายดาวศุกร์และดาวอังคารจะผ่านใกล้ดาวยูเรนัส หลังจากนั้น ดาวยูเรนัสเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น กลับมาสังเกตได้อีกครั้งในเวลาเช้ามืด เริ่มตั้งแต่ราวกลางเดือนพฤษภาคม กลางเดือนกรกฎาคม ดาวยูเรนัสทำมุม 90°กับดวงอาทิตย์ จากนั้นจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 12 ตุลาคม 2558 สว่างที่โชติมาตร +5.7 มีขนาดเชิงมุมตามแนวศูนย์สูตร 3.7 พิลิปดา
ดาวเนปจูน
ดาวเนปจูนอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ สังเกตได้ด้วยกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ ครึ่งแรกของเดือนมกราคม 2558 ดาวเนปจูนอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตก ดาวอังคารจะผ่านใกล้ดาวเนปจูนโดยเข้าใกล้กันที่สุดในคืนวันที่ 20 มกราคม 2558 ที่ระยะ 0.4° จากนั้นดาวศุกร์จะผ่านใกล้ดาวเนปจูนในคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ระยะ 0.8° ทั้งสองช่วง โดยเฉพาะช่วงแรก อาจเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการสังเกตดาวเนปจูนด้วยกล้องโทรทรรศน์
หลังจากใกล้ดาวศุกร์แล้ว ดาวเนปจูนจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นจนไม่สามารถสังเกตได้ ต้นเดือนเมษายน เริ่มปรากฏบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด ทำมุมฉากกับดวงอาทิตย์ในปลายเดือนพฤษภาคม แล้วอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 1 กันยายน 2558 สว่างที่สุดด้วยโชติมาตร +7.8 มีขนาดเชิงมุมตามแนวศูนย์สูตร 2.4 พิลิปดา
ปลายเดือนพฤศจิกายน ดาวเนปจูนทำมุมฉากกับดวงอาทิตย์ขณะอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ และคงอยู่บนท้องฟ้าเวลานี้ต่อไปถึงต้นปี 2559
แผนที่แสดงตำแหน่งดาวยูเรนัสและดาวเนปจูน โดยมีเส้นบอกตำแหน่งทุกวันแรกของเดือน (1 = มกราคม 2558, 2 = กุมภาพันธ์ 2558, ..., 13 = มกราคม 2559, 14 = กุมภาพันธ์ 2559) ขนาดของวงกลมดาวในภาพ กำหนดตามความสว่าง ดาวดวงเล็กที่สุดในแผนที่สำหรับดาวเนปจูนมีโชติมาตร 9








