ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับดาวหางไอซอน (C/2012 S1 ISON)

วรเชษฐ์ บุญปลอด ปรับปรุง : 29 พฤศจิกายน 2556

13 พ.ย. 2556 : ดาวหางไอซอนยังคงสว่างน้อยเกินกว่าจะเห็นได้ด้วยตาเปล่า และความสว่างก็เพิ่มขึ้นช้ากว่าความคาดหมาย ราววันที่ 20 พฤศจิกายน คาดว่าความสว่างอาจแตะโชติมาตร 6 ซึ่งเป็นความสว่างที่เริ่มจะเห็นได้ด้วยตาเปล่าบนท้องฟ้ามืด แต่ดาวหางมีตำแหน่งอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้ามาก จึงสังเกตได้ยาก (ดาวหางที่สว่างกว่าและเห็นได้ง่ายกว่าในขณะนี้คือดาวหางเลิฟจอย)

หากไอซอนไม่แตกสลายไปก่อนที่จะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 29 พฤศจิกายน และมีความสว่างเพิ่มขึ้นหลายเท่า คาดว่าตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม เป็นต้นไป น่าจะเป็นช่วงที่ดีสำหรับการสังเกตดาวหางไอซอนจากประเทศไทย โดยดาวหางอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออก และเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้นทุกวัน

ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของดาวหางไอซอน (ภาพ - Juanjo González Díaz)

14 พ.ย. 2556 : ดาวหางไอซอนมีความสว่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากโชติมาตร 8 ไปที่โชติมาตร 6 ขณะนี้จึงเริ่มเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากสถานที่มืด แต่ต้องทราบตำแหน่งที่แน่นอนของดาวหางก่อน (ดูได้จากแผนที่) การเพิ่มความสว่างครั้งนี้เริ่มมีสัญญาณมาตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน นี่อาจเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายก็ได้

ข่าวดี คือ อาจเป็นไปตามสมมติฐานก่อนหน้านี้ จากการสังเกตด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล นักดาราศาสตร์ส่วนหนึ่งมีความเห็นว่าดาวหางไอซอนอาจหมุนรอบตัวเองโดยหันขั้วเข้าหาดวงอาทิตย์ ช่วงที่ผ่านมาจึงมีด้านเดียวที่ถูกแสงอาทิตย์ ขณะนี้ไอซอนอาจเริ่มหันอีกด้านหนึ่งเข้าหาดวงอาทิตย์ ทำให้น้ำแข็งด้านนั้นเริ่มระเหิด ทำให้ดาวหางสว่างขึ้นมาก

ข่าวร้าย คือ นิวเคลียสของดาวหางไอซอนอาจเริ่มแตก ทำให้น้ำแข็งที่อยู่ภายในถูกความร้อนจนระเหิด ปล่อยแก๊สและฝุ่นออกมาในปริมาณมาก แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นในตอนนี้

16 พ.ย. 2556 : ดาวหางไอซอนยังคงมีความสว่างเพิ่มขึ้น ขณะนี้สว่างราวโชติมาตร 5 หัวสว่างคล้ายดาวฤกษ์ หางจางกว่ามาก ภาพถ่ายโดย เดเมียน พีช เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน เปิดหน้ากล้องเป็นเวลานาน 12 นาที ผ่านกล้องโทรทรรศน์หักเหแสงขนาด 4 นิ้ว แสดงให้เห็นหางแผ่กว้างขึ้นกว่าเดิม และเห็นโครงสร้างภายในหางที่ซับซ้อนมากขึ้น

ดาวหางไอซอนจะผ่านใกล้ดาวรวงข้าวในวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน น่าจะเป็นช่วงที่สามารถเห็นดาวหางได้ง่ายโดยไม่ต้องกวาดหาบนท้องฟ้า โดยเฉพาะผู้ที่มีกล้องสองตา หลังจากนั้น หากไอซอนยังสว่างขึ้นอีกไม่มาก การสังเกตจะทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากดาวหางเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น จึงมีตำแหน่งต่ำลงทุกวัน

หมายเหตุ : นักดาราศาสตร์บอกความสว่างของวัตถุท้องฟ้าด้วยโชติมาตร ยิ่งมีค่าน้อยยิ่งสว่าง ดาวจางที่สุดที่ดวงตาของมนุษย์จะเห็นได้ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดสนิทมีค่าโชติมาตร 6.5 ดาวรวงข้าวมีโชติมาตร 1 ขณะนี้ดาวหางไอซอนจึงสว่างพอจะเห็นได้จาง ๆ ด้วยตาเปล่า แต่ยังสว่างน้อยกว่าดาวรวงข้าวประมาณ 40 เท่า

แผนที่ตำแหน่งดาวหางไอซอนและดาวหางเลิฟจอยบนท้องฟ้าในเวลาประมาณ 05:30 น. ของวันที่ 17-29 พฤศจิกายน 2556 การสังเกตควรทำก่อนหน้านั้น เนื่องจากท้องฟ้าจะเริ่มสว่างในเวลาประมาณตี 5 วันที่ 18 พฤศจิกายน ไอซอนจะผ่านใกล้ดาวรวงข้าว จึงระบุตำแหน่งได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ดาวหางเลิฟจอยอยู่สูงกว่า และอาจสังเกตได้ง่ายกว่าไอซอน (คลิกดูภาพขนาดใหญ่)

17 พ.ย. 2556 : โทรเลขอิเล็กทรอนิกส์ฉบับที่ 3715 (CBET 3715) จากสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล รายงานการสังเกตดาวหางไอซอนจากทีมนักวิจัยที่สถาบันมักซ์พลังค์เพื่อการวิจัยระบบสุริยะ และสถาบันดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยลุดวิกแมกซิมิเลียนแห่งมิวนิก ประเทศเยอรมนี พบว่าภาพถ่ายเมื่อวันที่ 14 และ 16 พฤศจิกายน 2556 แสดงให้เห็นโคม่าของดาวหางไอซอนที่มีโครงสร้างรูปปีกแผ่ออกไปสองข้าง รายงานระบุว่าโครงสร้างดังกล่าวแสดงว่านิวเคลียสของดาวหางไอซอนมี 2 นิวเคลียส หรือมากกว่า ซึ่งอาจแสดงว่านิวเคลียสได้แตกออกจากกันเมื่อไม่นานมานี้

โครงสร้างรูปปีกของโคม่า (ภาพ - Wendelstein Observatory of the LMU/MPS)

18 พ.ย. 2556 : รายงานความสว่างล่าสุดยังคงอยู่ที่โชติมาตร 5 หรือสว่างกว่าเล็กน้อย ภาพถ่ายโดย Michael Jäger มองเห็นหางยาว 7° หรือมากกว่า การสังเกตทำได้ยากขึ้น เนื่องจากดาวหางเคลื่อนต่ำใกล้ขอบฟ้ามากขึ้น มีเวลาสังเกตได้ไม่นานก่อนท้องฟ้าสว่าง และมีแสงจันทร์ข้างแรมรบกวน

เว็บไซต์ CIOC รายงานว่าทีมนักดาราศาสตร์ยังคงไม่แน่ใจว่านิวเคลียสของดาวหางไอซอนได้แตกไปแล้วจริงหรือไม่ เนื่องจากโครงสร้างปีกรอบโคม่าตามที่มีรายงานนั้นมีลักษณะสมมาตร หากเกิดการแตกของนิวเคลียส ควรมีลักษณะไม่สมมาตร นอกจากนี้ โครงสร้างดังกล่าวอาจเป็นเพียงเพราะดาวหางเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น จึงพ่นแก๊สออกมาจากพื้นผิวมากขึ้นตามลักษณะทั่วไปของดาวหาง การพิสูจน์เพื่อยืนยันว่านิวเคลียสของดาวหางไอซอนได้แตกไปแล้วจริงหรือไม่ ยังคงต้องรอผลการสังเกตและวิเคราะห์อีกสักระยะหนึ่ง

21 พ.ย. 2556 : ช่วงวันที่ 18-19 พฤศจิกายน มีรายงานว่าความสว่างของไอซอนลดลงเล็กน้อย แต่ในวันที่ 19 พฤศจิกายน ได้เกิดปะทุความสว่างขึ้นอีกครั้ง ทำให้ดาวหางกลับมาสว่างใกล้เคียงกับเมื่อวันที่ 16 คืออยู่ที่ราวโชติมาตร 5 วันนั้นดาวหางไอซอนผ่านใกล้ดาวพุธที่ระยะห่าง 0.242 หน่วยดาราศาสตร์ (36 ล้านกิโลเมตร)

รายงานความสว่างของดาวหางไอซอนล่าสุดอยู่ที่ราวโชติมาตร 4 หางจางกว่าหัวมาก เมื่อมองผ่านกล้องจึงเห็นเฉพาะโคม่า ไม่เห็นหางอย่างในภาพถ่าย การสังเกตดาวหางไอซอนจะทำได้ยากขึ้นทุกวัน เนื่องจากดาวหางอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า ซึ่งมักมีเมฆหมอกบดบัง หากรอให้ดาวหางเคลื่อนสูงขึ้น ท้องฟ้าก็จะสว่างมากขึ้นเนื่องจากบรรยากาศโลกได้รับแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ

26 พ.ย. 2556 : ดาวหางไอซอนเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนไม่สามารถสังเกตได้จากพื้นโลกมาตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน ขณะนี้อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าดาวพุธ รายงานล่าสุดพบว่ามีสัญญาณหลายอย่างแสดงว่าดาวหางไอซอนอาจกำลังแตกสลาย

  • ความสว่างของดาวหางในช่วงวันที่ 20-24 พฤศจิกายน แทบไม่เปลี่ยนแปลงที่โชติมาตร 4 ทั้งที่ควรจะสว่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น
  • อัตราการผลิตแก๊สของดาวหางไอซอนลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงวันที่ 21-25 พฤศจิกายน ขณะที่อัตราการผลิตฝุ่นก็ลดลงมาตลอดหลังจากวันที่ 21 พฤศจิกายน
  • ตำแหน่งดาวหางที่วัดได้เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน อยู่ตามหลังตำแหน่งที่ควรจะเป็นราว 5 พิลิปดา แสดงว่านิวเคลียสอาจแตก จากนั้นเศษซากส่วนใหญ่ก็เคลื่อนที่ช้าลง คลาดไปจากตำแหน่งที่พยากรณ์ไว้
ภาพจากยานสเตอริโอ-เอ (STEREO-A) เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 เวลา 18:29 น. ตามเวลาประเทศไทย มองเห็นดาวหางไอซอน ดาวหางเองเคอ ดาวพุธ และโลก (ภาพ - SECCHI/NRL)

ยังไม่มีการยืนยันว่าขณะนี้ดาวหางไอซอนได้แตกสลายไปจริงหรือไม่ หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริง ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะได้มีการคาดการณ์ไว้แล้วว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้

27 พ.ย. 2556 : ภาพจากยานสเตอริโอ ดูเหมือนว่าดาวหางไอซอนได้กลับมามีความสว่างเพิ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่มากนัก ดาวหางเคลื่อนเข้ามาในขอบเขตภาพของกล้องบนยานโซโฮเมื่อเวลาเกือบ 09:00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยยังไม่มีลักษณะที่บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าเกิดการแตกสลายไปแล้ว

การแถลงข่าวของนาซาเมื่อคืนที่ผ่านมา มีสาระสำคัญโดยสรุปดังนี้

  • ขณะใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ดาวหางไอซอนอยู่ห่างผิวดวงอาทิตย์ 1.17 ล้านกิโลเมตร จุดนั้นผิวดาวหางจะมีอุณหภูมิสูงถึง 2,700 องศาเซลเซียส มีโอกาสร้อยละ 30 ที่ดาวหางจะรอดพ้นจากความโน้มถ่วงและความร้อนสูงจากดวงอาทิตย์ โดยไม่แตกสลาย
  • หากดาวหางไอซอนแตก ช่วงสัปดาห์แรกถึงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคม 2556 มีโอกาสที่เราจะเห็นดาวหางไอซอนคล้ายดาวหางเลิฟจอยดวงที่มาปรากฏเมื่อปี 2554 (C/2011 W3) โดยไอซอนจะอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดและหัวค่ำ เมื่อสังเกตจากละติจูดสูงของซีกโลกเหนือ (สำหรับประเทศไทยเห็นได้ดีเฉพาะในเวลาเช้ามืด)
  • กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลไม่สามารถถ่ายดาวหางได้ในช่วงนี้ เนื่องจากแสงสว่างจ้าของดวงอาทิตย์ จะกลับมาถ่ายได้อีกครั้งในกลางเดือนธันวาคม 2556
  • ดาวหางไอซอนมีพฤติกรรมที่แปลก คาดการณ์ได้ยาก เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์
  • อีก 2-3 วัน ถัดจากนี้ คาดว่าไอซอนจะสว่างเพิ่มขึ้นราว 15 เท่า
  • นิวเคลียสของดาวหางไอซอนมีขนาดประมาณ 1.2 กิโลเมตร หมุนรอบตัวเองด้วยคาบประมาณ 10 ชั่วโมง
  • ขณะที่ดาวหางใกล้ดวงอาทิตย์ คนบนพื้นโลกไม่น่าจะมีโอกาสเห็นได้ เนื่องจากมีความสว่างไม่มากพอ และอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับอันตรายจากแสงอาทิตย์

นักดาราศาสตร์จะติดตามดาวหางไอซอนจากภาพถ่ายที่ส่งมาจากยานอวกาศ ได้แก่

28 พ.ย. 2556 : ภาพจากกล้องบนยานโซโฮแสดงว่าดาวหางไอซอนยังคงสว่างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไอซอนจะผ่านจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 เวลาประมาณ 01:40 น. ตามเวลาประเทศไทย ติดตามรายงานสดจากนาซาทางอินเทอร์เน็ตได้ที่ NASA Hangout: Comet ISON LIVE ระหว่างเวลา 01:00-03:30 น.

29 พ.ย. 2556 (03:12 น.) : ดาวหางไอซอนไม่ปรากฏในภาพถ่ายจากยานเอสดีโอ ขณะที่ภาพจากยานโซโฮแสดงให้เห็นค่อนข้างชัดเจนว่าดาวหางไอซอนอาจแตกสลายไปในช่วงก่อนจะใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด หากเป็นเช่นนั้น โอกาสที่เราจะเห็นดาวหางไอซอนได้อีกครั้งในต้นเดือนธันวาคมก็แทบหมดไปด้วย อย่างไรก็ตาม เราจะได้ข้อสรุปชัดเจนเกี่ยวกับชะตากรรมของดาวหางไอซอนในช่วงเช้าของวันนี้ หากดาวหางไอซอนยังเหลือซากอยู่ มันอาจเคลื่อนออกมาให้เห็นได้ในภาพจากยานโซโฮ แต่หากไม่เห็นอะไรโผล่ออกมา นั่นก็แปลว่าไม่มีดาวหางไอซอนแล้ว

29 พ.ย. 2556 (08:22 น.) : ภาพจากยานโซโฮ เราเห็นสิ่งที่น่าจะเป็นซากของดาวหางไอซอนโผล่ออกมาอีกด้านหนึ่งของดวงอาทิตย์ ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าดาวหางไอซอนได้ถูกแรงโน้มถ่วงและความร้อนสูงของดวงอาทิตย์ฉีกออก เหลือเพียงซากซึ่งต่อไปเมื่อเคลื่อนห่างจากดวงอาทิตย์ น่าจะกระจายออกและจางลงมากจนไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ภาพต่อเนื่องจากกล้อง LASCO C2 บนยานโซโฮ (เวลาในภาพเป็นเวลาสากล ซึ่งช้ากว่าเวลาประเทศไทย 7 ชั่วโมง) วงกลมตรงกลางที่ถูกบังไว้คือดวงอาทิตย์ (ภาพ - SOHO/ESA/NASA)

29 พ.ย. 2556 (13:07 น.) : ภาพจากยานโซโฮแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ดูเหมือนซากของดาวหางไอซอนที่เราเห็นก่อนหน้านี้ ไม่ได้จางลงอย่างที่คาดไว้ ยังเหลือชิ้นส่วนของนิวเคลียส และมองเห็นหางแผ่กว้าง นักดาราศาสตร์จะติดตามดาวหางไอซอนต่อไปอย่างใกล้ชิด เราอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในอีกไม่เกิน 2 วัน ซึ่งอาจตอบคำถามได้ว่าดาวหางไอซอนจะสว่างขึ้นอีกจนเห็นได้ในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้หรือไม่

30 พ.ย. 2556 : สิ่งที่เป็นซากของดาวหางไอซอนเคลื่อนห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้น ดูเหมือนว่าไม่เหลือใจกลางสว่างที่เราเห็นก่อนหน้านี้ กลายเป็นกลุ่มฝุ่นที่เริ่มกระจายตัวมากขึ้น พร้อมกับความสว่างที่ลดลงอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้โอกาสที่จะเห็นดาวหางไอซอนด้วยตาเปล่าในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ดาวหางเริ่มห่างดวงอาทิตย์มากพอจะสังเกตได้ ดูจะน้อยลงมาก หรือไม่น่าจะเป็นไปได้

เว็บไซต์ CIOC กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดาวหางไอซอนเมื่อช่วงเช้า (ก่อนไอซอนจะจางลงมากในช่วงบ่าย) สรุปดังนี้

  • ขณะที่ไอซอนผ่านบรรยากาศชั้นคอโรนาของดวงอาทิตย์ ซึ่งมีอุณหภูมินับล้านองศาเซลเซียส หัวดาวหางถูกเผาไปเกือบหมด ขณะที่ฝุ่นละเอียดบางส่วนเหลือรอดพ้นออกมาเป็นซากของดาวหาง
  • เรายังไม่ทราบแน่ชัดว่าซากที่เหลือออกมานี้มีนิวเคลียส (แกนกลางของดาวหาง) อยู่หรือไม่ ขนาดเท่าใด ต้องรอภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ที่จะถ่ายภาพดาวหางได้ในช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนธันวาคม
  • นักดาราศาสตร์ยังไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสเห็นไอซอนด้วยตาเปล่าอีกหรือไม่ และเมื่อใด ขณะนี้ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะไอซอนจางลงเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามต่อไป
  • ไอซอนยังคงเคลื่อนไปตามวงโคจรเดิม ไม่ได้เปลี่ยนเส้นทาง และไม่เป็นอันตรายต่อโลก
ภาพต่อเนื่องจากกล้อง LASCO C3 บนยานโซโฮ (เวลาในภาพเป็นเวลาสากล ซึ่งช้ากว่าเวลาประเทศไทย 7 ชั่วโมง) วงกลมตรงกลางที่ถูกบังไว้คือดวงอาทิตย์ (ภาพ - SOHO/ESA/NASA)

ดูภาพล่าสุด

  • กล้อง LASCO C3 - NASA หรือ ESA (ดาวหางควรจะอยู่ในภาพนี้จนถึงเวลาประมาณ 06:00 น. ของวันที่ 1 ธันวาคม 2556 ตามเวลาประเทศไทย)
  • กล้อง LASCO C2 - NASA หรือ ESA ( ดาวหางจะเข้ามาอยู่ในภาพนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ 20:00 น. ของวันที่ 28 พฤศจิกายน และออกในเวลาประมาณ 06:00 น. ของวันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 ตามเวลาประเทศไทย)
  • กล้องบนยานเอสดีโอ (ดาวหางควรจะเข้ามาอยู่ในช่วงที่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด)

แหล่งข้อมูล

ดูเพิ่ม